สศก. หนุนใส่ปุ๋ยปาล์มฯตามค่าวิเคราะห์ดิน ลดต้นทุน ลดก๊าซเรือนกระจก

สศก. ชี้ ทิศทางปาล์มน้ำมันยุคใหม่ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เผยผลวิจัย ‘วิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย’ ตอบโจทย์สุดคุ้ม ดันกำไรเพิ่ม3,533 บาทต่อไร่
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของภาคเกษตรไทยที่ต้องเร่งปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
สศก. จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง“การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกสินค้าพืชเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน)”โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตปาล์มน้ำมัน เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุนการกำหนดนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง BCG Model
สำหรับการศึกษาครั้งนี้ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8, 9 และ 10 ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรในปีการผลิต 2567 ในพื้นที่แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทย จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร จำนวน 304 ราย โดยนำแนวคิดต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost: MAC)มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
จากผลการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พบว่า“การวิเคราะห์ดินก่อนการใส่ปุ๋ย”โดยสามารถช่วยให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้เฉลี่ย348.61 บาทต่อไร่เนื่องจากการใช้ปุ๋ยที่ตรงตามความต้องการของดินและพืช ช่วยลดการใช้แม่ปุ๋ยที่เกินความจำเป็น ซึ่งแม้ภาพรวมเกษตรกรกลุ่มนี้จะมีต้นทุนการผลิตรวมสูงกว่าเกษตรกรทั่วไป (ประมาณ 248.55 บาทต่อไร่) ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิต
แต่เมื่อพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้นับว่าคุ้มค่ามาก เพราะทำให้มีผลผลิตปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย632.48 กิโลกรัมต่อไร่และกำไรสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย3,533.68 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น 0.53 บาทต่อกิโลกรัมสะท้อนให้เห็นว่าสามารถสร้างแรงจูงใจทางด้านเศรษฐกิจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ในด้านสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกษตรกรทั่วไปถึง93.44 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(kgCO2e)ต่อไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 10.94 โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ในกระบวนการผลิต
เมื่อพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม พบว่า การวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย มีค่าต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) เท่ากับ -37.81 ซึ่งตัวเลขที่ติดลบนี้มีความหมายสำคัญ คือ เมื่อเกษตรกรเปลี่ยนจากการผลิตปาล์มแบบทั่วไปมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก1 kgCO2e ได้เท่ากับ 37.81 บาทซึ่งถือเป็นมาตรการที่ Win-Win คือสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิตโดยรวม นับเป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน และมีศักยภาพในการขยายผลในวงกว้างระดับประเทศ
จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่า การลดก๊าซเรือนกระจกสร้างกำไรเพิ่มได้จริง โดยใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจนำทาง อย่างไรก็ตาม ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพปุ๋ยชุมชนและความต่อเนื่องของการตรวจดิน ทั้งนี้ สศก. แนะให้ เกษตรกร ปรับการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและรวมกลุ่มเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี ส่วน ภาครัฐ ต้องบริการตรวจดินให้ รวดเร็ว แม่นยำ เข้าถึงง่าย ยกระดับมาตรฐานปุ๋ยชุมชน และเตรียมความพร้อมสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลกต่อไป สำหรับท่านที่สนใจผลการศึกษาเพิ่มเติม สามารถสอบถามมาได้ที่ สำนักงานเศราฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) โทรศัพท์ 074 312 996 ในวันและเวลาราชการ







