background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

SCG ผนึก 'การเงิน-รัฐ' เปิดแผน Reinvent Thailand ยกเครื่องอุตสาหกรรมไทย

SCG ผนึก 'การเงิน-รัฐ' เปิดแผน Reinvent Thailand ยกเครื่องอุตสาหกรรมไทย

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จัดเสวนาหัวข้อ “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ระดมสมองและผสานความร่วมมือจากหลากภาคส่วน ทั้งเอกชน การเงิน และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต 

นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษา President & CEO เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (ส.อ.ท.) กล่าวในหัวข้อ "จุดหักเห..อุตสาหกรรมไทย ได้เวลายกเครื่องใหม่ให้ Smart" ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "คนป่วยของเอเชีย" หรืออยู่ในสภาวะ "ติดเตียง" เนื่องจาก GDP เติบโตในระดับต่ำต่อเนื่องมากว่า 10 ปี โดยมีประเด็นสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมดังนี้

1. ก้าวสู่ Industry 4.0 อย่างแท้จริง ปัจจุบันอุตสาหกรรมไทยมีเพียงประมาณ 2% เท่านั้นที่เข้าสู่ยุค 4.0 เป้าหมายคือการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Autonomous ที่ข้อมูลสามารถไหลเวียนและตัดสินใจได้เองอย่างรวดเร็ว (Speed) ตั้งแต่ตลาดไปจนถึงการจัดซื้อ

2. การเพิ่ม Productivity และทุนมนุษย์ ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ให้ได้ถึง 2 เท่า โดยหัวใจสำคัญคือการพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมโยงภาคการศึกษาโดยเฉพาะอาชีวะเข้ากับอุตสาหกรรม เน้นทักษะด้าน AI, เซ็นเซอร์ และดิจิทัล

3. โมเดลสระบุรี (Saraburi Model) ตัวอย่างความสำเร็จจากการทำ Active Action ที่ไม่รอส่วนกลาง โดยความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน-สังคม ในการเปลี่ยนของเสีย (Waste) จากการเกษตรและชุมชนเป็นพลังงานทดแทน ลดการนำเข้าถ่านหินได้ถึง 12,000 ล้านบาท พร้อมสร้างรายได้ใหม่ผ่านคาร์บอนเครดิตและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

4. แนวคิดการขับเคลื่อน แต่ละหน่วยงานต้องเริ่มทำจากส่วนของตนเองก่อน (Active Action) เพื่อสร้าง Quick Win แล้วจึงนำมาต่อยอดความร่วมมือกันในภาพใหญ่

นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solution ธนาคารกรุงไทย กล่าวในหัวข้อ "Reinvent Thailand เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย" ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ "Perfect Storm" หรือพายุวิกฤติที่ถาโถมรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), การคุกคามของเทคโนโลยี (Tech Disruption) เช่น Generative AI และสังคมสูงวัย (Aging Society) ที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างน่าตกใจจากหลักล้านเหลือเพียง 4 แสนคนต่อปี โดยปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข อาทิ 

1. ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง  เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและสิงคโปร์

2.เศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่  แรงงานไทยกว่า 53% อยู่นอกระบบภาษี ทำให้กลไกรายได้ประเทศบิดเบี้ยว

3. หนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติการณ์ และภาวะ GDP ที่อาจโตต่ำกว่า 2% ในอนาคต

สำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนผ่าน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (Priority Sectors) อาทิ โครงการ Reinvent Thailand ภายใต้ความร่วมมือของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) (สภาหอฯ, สภาอุตฯ, สมาคมธนาคารไทย) จะเน้นไปที่ 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, ยานยนต์, ค้าปลีก, Healthcare, เกษตรและอาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งมีการจ้างงานรวมกว่า 10 ล้านคน โดยมีกลไกสนับสนุนที่สำคัญ คือ

1. โครงการ “พี่ช่วยน้อง” ส่งเสริมให้บริษัทใหญ่ (ที่มีสัดส่วนเพียง 1% แต่สร้าง GDP ถึง 65%) เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ช่วยเหลือ SME ใน Supply Chain ของตน

2. การใช้ Data ปลดล็อกสินเชื่อ ธนาคารจะใช้ข้อมูลการค้าขายจริงในระบบ (Digital Data) เพื่อปล่อยกู้ให้ SME ที่อาจมีเครดิตไม่สูงนักแต่มีประวัติการค้าขายที่ดีกับรายใหญ่

3. มาตรการทางการเงินเสริมสภาพคล่อง เช่น Soft Loan จากออมสิน 1 แสนล้านบาท (ดอกเบี้ยต่ำ 3.5% ในช่วงแรก)

4. SME Credit Boost ทั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และวงเงินค้ำประกันจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยในการ Transformation สู่ธุรกิจสีเขียวและดิจิทัล

"เป้าหมายสูงสุดของการ Reinvent Thailand ครั้งนี้ คือการสร้างระบบที่โปร่งใสผ่าน กกร. และเพื่อไม่ทน : Zero Corruption และการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เกิดการทำธุรกิจที่ง่ายขึ้น (Ease of Business) เพื่อให้ GDP ของประเทศไทยสามารถหันหัวขึ้น และไม่รั้งท้ายในภูมิภาคอีกต่อไป"