4 พรรค งัดนโยบาย ‘หวย’ สู้ศึกเลือกตั้ง  จูงใจ 'นักเสี่ยงโชค' ออมเงินยามเกษียณ

4 พรรค งัดนโยบาย ‘หวย’ สู้ศึกเลือกตั้ง  จูงใจ 'นักเสี่ยงโชค' ออมเงินยามเกษียณ

เจาะลึกนโยบายหาเสียงกับ หวยจาก 4 พรรคการเมืองพร้อมใจหยิบยกพฤติกรรมชอบลุ้น ของคนไทย มาปั้นเป็นโมเดลแก้โจทย์ “สังคมสูงวัย-เงินออมต่ำ” หวังเปลี่ยนเม็ดเงินหวย 2.5 แสนล้าน ให้กลายเป็นหลักประกันยามเกษียณ

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับคลื่นพายุลูกใหญ่จากการก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมาพร้อมกับวิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อประชากรวัยทำงานลดน้อยลง สวนทางกับภาระงบประมาณภาครัฐในการดูแลเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

ท่ามกลางสภาพความเป็นจริงที่น่ากังวลคือ คนไทยจำนวนมากกำลังเข้าสู่วัยเกษียณโดยไร้เงินเก็บ ส่งผลให้ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ หลายพรรคการเมืองต่างงัดกลยุทธ์ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ด้วยการนำนิสัยชอบเสี่ยงโชคซื้อหวยของคนไทย มาออกแบบเป็นนโยบายเศรษฐกิจเพื่อสร้างแรงจูงใจในการออมระยะยาว

“เพื่อไทย” ดันต่อหวยเกษียณ

เริ่มจากพรรคเพื่อไทยที่ชูธงนโยบาย “หวยเกษียณ”หรือ สลาก กอช. ซึ่งมีนายเผ่าภูมิ โรจนะสกุลรองหัวหน้าพรรคและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นขุนพลหลักในการผลักดัน

โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยสามารถผลักดันจนมีการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ในช่วงปลายปี 2568 ทว่าโครงการต้องสะดุดหยุดลงชั่วคราวจากอุบัติเหตุทางการเมืองที่นำไปสู่การยุบสภาเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ทำให้ขั้นตอนการขออนุมัติงบประมาณสำหรับออกรางวัลยังค้างอยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) 

ซึ่งนายเผ่าภูมิได้ให้คำมั่นสัญญาว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะสามารถเดินหน้าโครงการนี้ให้เสร็จสิ้นพร้อมจำหน่ายได้ภายใน 3 เดือน

“ไทยสร้างไทย” ชูธงหวยบำเหน็จดึงคะแนน

ในขณะที่พรรคไทยสร้างไทยได้นำนโยบายเรือธงอย่าง “หวยบำเหน็จ” กลับมานำเสนออีกครั้ง โดยตีโจทย์จากเม็ดเงินในวงการหวยทั้งบนดินและใต้ดินที่มีมูลค่าสะพัดมหาศาลกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี พรรคไทยสร้างไทยมองว่า หากสามารถดึงเม็ดเงินเหล่านี้กลับมาเป็นเงินออมได้จะเป็นประโยชน์มหาศาล

โดยจุดเด่นสำคัญของหวยบำเหน็จคือ “เงินต้นไม่หาย” แม้ไม่ถูกรางวัล เงินที่ซื้อไปจะถูกสะสมอยู่ในกองทุนหวยบำเหน็จ (กองทุนสลากการออมแห่งชาติ) ที่คาดว่าจะเป็นการจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่ และผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนเมื่ออายุครบ 60, 70 หรือ 80 ปี ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งถือเป็นการออมเงินที่ได้ลุ้นโชคไปในตัวโดยไม่มีการบังคับซื้อต่อเนื่อง

“ประชาชน” ชูหวยใบเสร็จกระตุ้นออม-บริโภค  

ด้านพรรคประชาชนที่นำเสนอนโยบาย “หวย SME” หรือ หวยใบเสร็จ ซึ่งแม้จะใช้กลไกการเสี่ยงโชคเหมือนกัน แต่มีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในการแข่งขันกับทุนใหญ่

นโยบายนี้กำหนดให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าจากร้านค้า SME ครบ 500 บาท สามารถนำใบเสร็จมาแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ จำกัดสิทธิ์ 10 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในระดับฐานรากและส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีไปพร้อมกัน

จับตาหวยเงินออมอาจปรับรูปแบบใหม่

ส่วนของพรรคภูมิใจไทยนั้น มีบทเรียนสำคัญในช่วงที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลระยะสั้นระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2568 โดยได้พยายามผลักดันนโยบาย“หวยเงินออม”ผ่านแนวคิดการหักเงินรายได้บางส่วนจากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลดิจิทัล (L6) มาเป็นเงินออมให้กับผู้ซื้อ 

แต่เมื่อกระทรวงการคลังส่งเรื่องหารือข้อกฎหมายไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กลับได้รับคำวินิจฉัยว่าแนวทางดังกล่าวขัดต่อ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ไม่ได้ให้อำนาจในการส่งเสริมเรื่องการออม ส่งผลให้โครงการดังกล่าวต้องตกไปในที่สุด

ซึ่งต้องจับตาดูว่าหากได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะมีการนำเอานโยบายนี้กลับมาทำใหม่หรือไม่ หรือจะเปลี่ยนรูปแบบนโยบายนี้อย่างไรให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามแนวคิดที่กำหนดไว้

จะเห็นได้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้นโยบายการออมเงินผ่านหวยถูกนำมาใช้แข่งกันของพรรคการเมืองหลายพรรค ซึ่งต้องดูว่านโยบายนี้ของพรรคใดจะถูกใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง และเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วนโยบายใดจะถูกนำออกมาผลักดันให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม