จีนเปิด “ศุลกากรพิเศษทั้งเกาะไห่หนาน” ยกระดับ Free Trade Port เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

จีนเปิด “ศุลกากรพิเศษทั้งเกาะไห่หนาน” ยกระดับ Free Trade Port เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

จีนเดินหน้ายุทธศาสตร์เปิดประเทศยุคใหม่ เปิดด่าน “ศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะไห่หนาน” ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีไห่หนาน พลิกโฉมจากการทดลองเฉพาะพื้นที่ สู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างทั้งเกาะ ลดภาษีนำเข้า ขยายสินค้าปลอดภาษีกว่า 6,600 พิกัด หนุนการค้า การลงทุน และการแปรรูปมูลค่าเพิ่ม ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก

KEY

POINTS

  • รัฐบาลจีนเปิดดำเนินงาน “ศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะไห่หนาน” อย่างเป็นทางการ ทำให้เกาะไห่หนานกลายเป็นพื้นที่ “ในประเทศแต่เสมือนอยู่นอกเขตศุลกากร” เพื่อส่งเสริมการค้าเสรี
  • ขยายขอบเขตสินค้านำเข้าที่ได้รับสิทธิ “อัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์” เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,600 พิกัด และหากสินค้าผ่านการแปรรูปจนมีมูลค่าเพิ่มตามเกณฑ์ จะได้รับการยกเว้นภาษีเมื่อส่งเข้าจีนแผ่นดินใหญ่
  • เป็นยุทธศาสตร์เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีนจากการพึ่งพาการส่งออก ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ไห่หนานเป็นพื้นที่นำร่อง
  • เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยใช้ไห่หนานเป็นประตูสู่ตลาดจีนด้วยต้นทุนภาษีที่ลดลง แต่ก็ต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากผู้ประกอบการต่างชาติรายอื่น

เว็ปไซต์กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจวประเทศจีน  รายงานว่า  เมื่อวันที่ 18 ธ.ค..ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เปิดดำเนินงาน “ศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะไห่หนาน” อย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port :   Hainan FTP) นับเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์การเปิดประเทศยุคใหม่ และเป็นครั้งแรกที่จีนยกระดับการปฏิรูปจากการทดลองเฉพาะพื้นที่ ไปสู่การปรับโครงสร้างเชิงระบบครอบคลุมทั้งเกาะ

รัฐบาลจีนระบุว่าโครงการ Hainan FTP เป็นการ “เปิดประเทศในระดับที่สูงขึ้น” ผ่านการจัดตั้งเขตศุลกากรพิเศษที่มีขอบเขตการกำกับดูแลชัดเจน โดยกำหนดให้ไห่หนานกลายเป็นพื้นที่   “ในประเทศแต่เสมือนอยู่นอกเขตศุลกากร” เพื่อรองรับการไหลเวียนของสินค้า เงินทุน เทคโนโลยี และบริการจากทั่วโลก

โครงการ Hainan FTP ดำเนินงานตามแนวคิด “นำเข้าเสรี ควบคุมเมื่อเข้าแผ่นดินใหญ่ และค้าขายเสรีภายในเกาะ” โดยมีสาระสำคัญคือ การค้าระหว่างไห่หนานกับต่างประเทศจะมีขั้นตอนและต้นทุนต่ำลง ขณะที่การนำสินค้าเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดและมีเป้าหมายชัดเจน ส่วนภายในเกาะ ไห่หนานจะมีระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้างต่อการหมุนเวียนปัจจัยการผลิตอย่างเสรีกว่าพื้นที่อื่นของประเทศ

หัวใจสำคัญของการปิดด่านศุลกากร คือ การปรับโครงสร้างภาษีและการค้า โดยรัฐบาลจีนได้ขยายขอบเขตสินค้านำเข้าที่ได้รับสิทธิ “อัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์” จากเดิมราว 1,900 พิกัด เป็นประมาณ 6,600 พิกัด คิดเป็น 74  % ของพิกัดศุลกากรทั้งหมด สินค้าที่นำเข้าไห่หนานสามารถหมุนเวียนภายในเกาะโดยไม่เสียภาษีนำเข้า และหากผ่านกระบวนการแปรรูปจนมีมูลค่าเพิ่มตามเกณฑ์ ยังสามารถส่งเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่โดยได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม สะท้อนทิศทางนโยบายของรัฐบาลจีน    ในการดึงกิจกรรมการแปรรูป โลจิสติกส์ และการค้าบริการกลับมาอยู่ในประเทศ

ในภาพรวมเชิงโครงสร้าง การปิดด่านศุลกากรไห่หนานสะท้อนการปรับทิศทางเศรษฐกิจจีนจากการพึ่งพาการผลิตเชิงปริมาณและการส่งออกแบบดั้งเดิม ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าเพิ่ม นวัตกรรม และ การเชื่อมโยงเชิงสถาบันกับเศรษฐกิจโลก โดยใช้ไห่หนานเป็นพื้นที่นำร่องในการปรับกฎระเบียบด้านการลงทุน การค้าบริการ การเงิน และการบริหารภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก การเดินหน้าโครงการ Hainan FTP จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลจีนต้องการยืนยันว่า การเปิดประเทศยังคงเป็นนโยบายหลัก และ พร้อมใช้กลไกเชิงสถาบันเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนภาคธุรกิจ และรองรับการย้ายฐานการผลิตและการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การแพทย์ การท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เศรษฐกิจดิจิทัล และการค้าข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

 

สคต.เมืองกวางโจว ให้ความเห็นว่า  โครงการ Hainan FTP มีนัยสำคัญทั้งในเชิงโอกาสและความท้าทาย ไห่หนานอาจกลายเป็นประตูสำคัญในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีน ภายใต้ต้นทุนภาษีที่ลดลงและขั้นตอนทางการค้าที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ไห่หนานเป็นฐานการผลิตสินค้าก่อนที่จะนำสินค้าเข้าไปสู่ตลาดจีนในลำดับถัดไป

ในระดับภาครัฐ ไทยมีพื้นฐานความร่วมมือด้านการค้ากับจีนที่ต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านความร่วมมือทางการค้ากับกรมพาณิชย์มณฑลไห่หนาน (Hainan Provincial Department of Commerce) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือ   การพัฒนาผู้ประกอบการ และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและไห่หนาน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ผู้ประกอบการไทยมีความเสี่ยงต้องแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศที่ใช้ไห่หนานเป็นฐานการผลิตเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า พร้อมทั้งทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเงื่อนไขด้านถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวได้อย่างเต็มที่