‘อนุทิน’ สั่งปราบเงินเทา รื้อเกณฑ์รายงานซื้อ ‘ทองแท่ง’ ต่ำกว่า 2 ล้าน รีดภาษี ‘ทองออนไลน์’

“อนุทิน” ควง “เอกนิติ” นั่งหัวโต๊ะถกสางปมเส้นทางเงินผิดกฎหมาย สั่ง ปปง. รื้อเกณฑ์รายงานซื้อทองคำแท่ง ต่ำกว่า 2 ล้านบาท พร้อมจี้สรรพากร-ธปท. จัดระเบียบเทรดทองออนไลน์ เล็งเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ ปิดช่องโหว่ฟอกเงิน
วันที่ 9 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือ “Connect the Dots” ร่วมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ กระทรวงการคลัง ว่า ที่ประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการหารือมาตรการเร่งด่วนเพื่อบูรณาการข้อมูล และอุดรอยรั่วในระบบการเงินที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน
โดยเฉพาะตัวกลางทางการเงิน ที่มีทั้งหน่วยงานกำกับดูแล และไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลชัดเจน เช่น ทองคำ ซึ่งยังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูล
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของระบบศูนย์ข้อมูลกลาง (Data Bureau) สัมฤทธิผล ที่ประชุมจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1.) ปรับลดเพดานรายงานธุรกรรมทองคำแท่ง (Physical Gold) มอบหมายให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลธุรกรรม
รวมทั้งให้ ปปง. พิจารณาปรับลดวงเงินการรายงานธุรกรรมของร้านค้าทองคำ จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้พิจารณาปรับลดวงเงินลงมา เพื่อให้ครอบคลุมธุรกรรมที่อาจมีการแตกยอดเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
2.) จัดระเบียบทองออนไลน์ (Online Gold) หรือการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มโดยไม่มีการส่งมอบของจริง นายอนุทิน สั่งการให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และให้กรมสรรพากร พิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจัดทำบัญชีพิเศษ และนำส่งข้อมูลธุรกรรมให้สรรพากรตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บ “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” สำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยให้ดำเนินการร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
3.) ในส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ประชุมมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นำหลักการ “Travel Rule” มาบังคับใช้ เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายต้องรวบรวมข้อมูลธุรกรรมระหว่างกระเป๋าเงิน (Wallet) ทั้งต้นทาง และปลายทาง เพื่อให้สามารถระบุตัวตนผู้โอน และผู้รับโอนได้อย่างชัดเจน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เป้าหมายสูงสุดของการทำ Data Bureau คือ การนำข้อมูลธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดมาเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ เพื่อติดตาม และยกระดับการตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดปกติได้อย่างทันท่วงที
รวมทั้งการจัดทำ Data Bureau จะเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มความเสี่ยง (Risk Profiling) ของธุรกรรมการเงินแต่ละประเภท โดยจะให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
“วันนี้เราไม่ได้พูดเฉพาะเรื่อง Digital แต่รวมถึงอาชญากรรมการเงินรูปแบบโบราณ (Analog) ที่ต้องหยิบยกขึ้นมาเฝ้าระวัง เพราะอาชญากรรมรูปแบบเดิมพร้อมจะฟื้นคืนชีพได้ตลอดเวลา ขอให้ทุกหน่วยงานทำงานบูรณาการร่วมกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน” นายอนุทิน กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







