Welcome to 2026…วิกฤติไม่จาง | ASEAN Insight

ปี 2569 ธนาคารพัฒนาเอเชียคาดการณ์ว่าปีนี้ GDP อาเซียนจะโต 4.4% ขณะที่ไทยโตต่ำเพียง 1.6% เพราะความท้าทายมากมาย

ก้าวเข้าสู่ปี 2569 การเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียนยังมีแนวโน้มไปได้สวย ธนาคารพัฒนาเอเชียคาดการณ์ว่าปีนี้ GDP อาเซียนจะโต 4.4% ขณะที่ไทยโตต่ำเพียง 1.6% แสดงถึงความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งไม่เอื้อต่อการเติบโตของ GDP ประเทศ

ปัจจัยหนึ่งคือการท่องเที่ยวที่เป็นภาคส่วนสำคัญของไทย โดย ททท. คาดการณ์ว่ายอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมในปี 68 น้อยกว่าปี 67 ถึง 8% และรายได้สะพัดจากการท่องเที่ยวช่วงปลาย ธ.ค. จนถึงต้นปีนี้อาจลดลงราว 2-9% ส่อสถานการณ์กระทบยาวถึงปีนี้จากความตึงเครียดระหว่างประเทศและภัยพิบัติ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงภาคเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว

ประเด็นความตึงเครียดระหว่างประเทศที่มีศูนย์กลางเกิดขึ้นในอาเซียนระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นบทพิสูจน์การยกระดับบทบาทของอาเซียนท่ามกลางความขัดแย้งซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อาเซียนกลายเป็นสมรภูมิทางยุทธศาสตร์ที่ประเทศยักษ์ใหญ่พยายามเข้ามามีบทบาทคานอำนาจกันและสร้างอิทธิพลทางการเมือง

สถานการณ์ไทย-กัมพูชาไม่เพียงเป็นความท้าทายทางการทูตและการเมืองระหว่างประเทศ แต่การค้าชายแดนระหว่างกันก็อยู่ในภาวะชะงักงัน กระทบต่อการค้าของทั้งสองประเทศ และจะยังส่งผลต่อเนื่องในปีนี้ควบคู่กับสถานการณ์ชายแดน

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมและการลงทุนจะกระทบจากห่วงโซ่อุปทานที่ชะงัก ส่งผลให้การลงทุนตามแนวคิด Thailand Plus One ที่พยายามเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภายใน CLMV โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง ได้รับผลกระทบทำให้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบไม่สามารถไหลข้ามพรมแดนได้โดยสะดวก ซึ่งอาจเป็นเหตุให้นักลงทุนต่างชาติพิจารณาย้ายฐานการผลิต

สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่อาเซียนต้องเผชิญ จากปีที่ผ่านมาอาเซียนต้องรับมือกับภัยพิบัติหลายครั้งและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ชีวิต และทรัพย์สิน การรับมือกับภัยพิบัติจึงต้องเป็นวาระสำคัญของอาเซียนสำหรับปี 69 รวมถึงการตอบสนองต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลกที่ทวีความเข้มข้นขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อการปรับตัวมหาศาล ในขณะเดียวกันประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียนยังต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ อาเซียนจึงมีความท้าทายที่ต้องขานรับต่อมาตรการสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

อีกประเด็นน่าจับตาคือผลจากมาตรการภาษีของทรัมป์ที่เป็นตัวเร่งให้อาเซียนเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดที่มีแรงซื้อสูง คำตอบหนึ่งของอาเซียนคือสหภาพยุโรปที่มีบทบาทเชิงรุกด้านการค้ามากขึ้นในภูมิภาค สหภาพยุโรปมีความตกลงการค้าเสรีกับสิงคโปร์และเวียดนามแล้ว รวมถึงบรรลุข้อตกลงกับอินโดนีเซียในปีที่ผ่านมา และกำลังเจรจากับไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้ปีนี้เป็นที่น่าจับตามองถึงความก้าวหน้าของความตกลงการค้าเสรีนี้ บทบาทของสหภาพยุโรปในฐานะตลาดใหม่จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ก็มีความท้าทายจากมาตรการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเช่นกัน

ปลายปีที่ผ่านมามาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัวค่อนข้างเด่นชัด ทั้งการเลื่อนบังคับใช้มาตรการ EUDR การผ่อนผันเงื่อนไขของมาตรการ CSDDD และการแก้ไขมาตรการ CBAM แสดงสัญญาณการปะทะกันของภาคธุรกิจกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่คัดง้างกันอย่างรุนแรง แต่ทิศทางของมาตรการทางการค้าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจะยังคงเป็นเทรนด์ในระดับโลก

โดยในปีนี้มาตรการ CBAM ใช้บังคับอย่างเต็มรูปแบบ กระทบต่อสินค้าของอาเซียนโดยเฉพาะเหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซึ่งมาตรการนี้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ประเทศในอาเซียนยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและนำกลไกราคาคาร์บอนมาบังคับใช้สำหรับภาคส่วนอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนเข้มข้น ซึ่งภาคธุรกิจและผู้บริโภคต้องปรับตัวพร้อมรับกลไกราคาคาร์บอนเหล่านี้ ขณะที่มาตรการ EUDR ที่เลื่อนออกไปนั้นนับเป็นการเว้นช่วงหายใจให้อาเซียนซึ่งส่งออกสินค้าภายใต้ EUDR ที่เป็นกลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่ามหาศาล

ประเด็นเทคโนโลยีรวมถึง AI ที่เข้ามาครองตลาดเป็นตัวเร่งการธุรกิจปรับเข้าสู่ดิจิทัล และการลงทุนด้านดิจิทัลโดยเฉพาะในโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในภูมิภาคเป็นวาระต่อเนื่องของปีนี้ โดยนอกจากสิงคโปร์ที่เป็นฐานของ Data Center ข้ามชาติขนาดใหญ่แล้ว การลงทุน Data Center ในอาเซียนยังขยายไปถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไทยด้วย

อาเซียนซึ่งมีฟิลิปปินส์เป็นประธานในปีนี้ ต้องเผชิญกับปีแห่งความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงเป็นบททดสอบสำคัญในการยกระดับบทบาทอาเซียนอย่างรอบด้าน ความท้าทายของบริบทใหม่ในกระแสเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียด สิ่งแวดล้อม และดิจิทัล จะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นหน้าที่ของอาเซียนที่จะต้องขานรับและปรับตัว พร้อมดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อรับมือกับปีที่หนักหนานี้อย่างมีประสิทธิภาพ