วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'สอน.' ผนึก ม.เกษตรฯ ปั้นนักธุรกิจไร่อ้อย เพิ่มผลผลิต สู้ศึกราคาตลาดโลกผันผวน

'สอน.' ผนึก ม.เกษตรฯ ปั้นนักธุรกิจไร่อ้อย เพิ่มผลผลิต สู้ศึกราคาตลาดโลกผันผวน

"สอน." ผนึก ม.เกษตรศาสตร์ แถลงผลการดำเนินงานโครงการ ปั้น "นักธุรกิจไร่อ้อย" เพื่อให้มีรายได้เพิ่มจากพันธุ์อ้อย และการรับจ้างผลิตอ้อยแบบครบวงจร” 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนาภรณ์ อธิปัญญากุล ผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินหน่วยปฏิบัติการวิจัยเฉพาะทาง ด้านเศรษฐศาสตร์อ้อยและน้ำตาล (ศศน.) ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวรายงานว่า โครงการนี้เป็นการนำร่องที่มุ่งยกระดับเกษตรกรชาวไร่อ้อยจากผู้ผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ประกอบการและนักธุรกิจไร่อ้อยที่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการในธุรกิจให้บริการด้านการผลิต เก็บเกี่ยว และขนส่ง ตลอดจนการดำเนินงานในธุรกิจฟาร์มอ้อยอย่างเป็นระบบ สอดรับกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว

นายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเปิดเผยว่า การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การขับเคลื่อนของ ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น 

โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้นำนโยบายดังกล่าวมาปรับใช้ การพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบัน โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงปริมาณผลผลิตหรือผลตอบแทนระยะสั้นได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างการผลิต ความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพของเกษตรกรเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

โครงการนี้จึงออกแบบภายใต้แนวคิดการพัฒนา “อุตสาหกรรมคู่ชุมชน” โดยมุ่งสร้างโซ่ข้อกลางในระบบการผลิตอ้อย ผ่านการพัฒนาผู้ประกอบการไร่อ้อยที่สามารถให้บริการแบบครบวงจร ควบคู่กับการยกระดับเกษตรกรให้มีบทบาทเป็นนักธุรกิจไร่อ้อยอย่างแท้จริง กระบวนการดำเนินงานเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่โรงงานน้ำตาลที่มีศักยภาพ การคัดเลือกเกษตรกรและผู้ประกอบการ การอบรมด้านการผลิตอ้อยตามหลักวิชาการและทักษะการจัดการธุรกิจฟาร์มอ้อย ตลอดจนการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงบทบาทการรับจ้าง การว่าจ้างภายในกลุ่ม เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการผลิตอ้อย 

ผลการดำเนินงานสามารถสะท้อนความสำเร็จเชิงรูปธรรมจากผู้ประกอบการไร่อ้อย นักธุรกิจไร่อ้อยและกลุ่มต้นแบบ ที่สามารถจัดทำและนำเสนอแผนธุรกิจได้อย่างครบถ้วน โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางธุรกิจ อาทิ SWOT Analysis, TOWS Matrix และ Business Model Canvas ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเกษตรกรในการคิดเชิงกลยุทธ์ วางแผน และบริหารจัดการการผลิตอ้อยในมิติของธุรกิจอย่างเป็นระบบ ความสำเร็จของโครงการจึงมิได้วัดจากตัวเลขเชิงปริมาณ หากแต่สะท้อนผ่านกระบวนการพัฒนาและต้นแบบที่สามารถต่อยอดและขยายผลได้จริ

นายธวัช กล่าวว่า ต้นแบบผู้ประกอบการและนักธุรกิจไร่อ้อยที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรสามารถปรับตัวและยกระดับบทบาทของตนเองได้จริง เมื่อได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทั้งด้านองค์ความรู้ กระบวนการ และการจัดการ ต้นแบบเหล่านี้จะเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดเชิงนโยบาย และสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายต่อไป

การดำเนินงานในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโมเดลธุรกิจไร่อ้อยเพื่อนำไปสู่ภาคการปฏิบัติจริง สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง เชื่อมโยงกับชุมชน และสอดรับกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต

โครงการมุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (Productivity) จากค่าเฉลี่ยปัจจุบันที่ 10 ตันต่อไร่ ให้เพิ่มเป็น 11-12 ตันต่อไร่ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมในภาพรวม นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม โดยในปีผลิต 2567/2568 ตั้งเป้าลดปริมาณอ้อยเผาให้เหลือเพียง 10% หลังจากที่ปีที่ผ่านมาสามารถทำสถิติต่ำสุดที่ 14.86% เพื่อมุ่งสู่การผลิตอ้อยสดสะอาดและลดมลพิษ

สำหรับกรณีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตามแนวชายแดน เช่น ในจังหวัดสุรินทร์และสระแก้ว ซึ่งไม่สามารถเข้าพื้นที่ตัดอ้อยได้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อลดความเสียหายนับพันล้านบาทที่อาจเกิดขึ้นหากอ้อยตกค้างในไร่