ธรรมนัส สั่งทูตเกษตรทั่วโลก เร่งเปิดตลาดใหม่ – เพิ่มรายได้เกษตรกร

ธรรมนัส มอบนโยบาย 11 ทูตเกษตรทั่วโลก เดินหน้ากลยุทธ์ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เร่งเปิดตลาดใหม่ รับมือกฎการค้า
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ (ทูตเกษตร) จำนวน 11 แห่งทั่วโลก ผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting ว่า กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญ และเน้น ขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยกลยุทธ์ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ภายใต้แนวทางหลัก 3 ประการ ได้แก่
1.) สร้างความเชื่อมั่นในตลาดหลัก ตลาดเดิมที่มีความแข็งแกร่ง เพื่อรักษาตลาดไว้
2.) เจาะกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสใหม่ เช่น ม้าน้ำแห้ง ตุ๊กแกแห้ง จระเข้มีชีวิตเพื่อการบริโภค และพ่อแม่พันธุ์จระเข้เพื่อการเพาะเลี้ยง
และ 3.) ขยายเครือข่าย ผ่านการกระชับความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงการแสวงหาโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่าย เช่น แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
ทั้งนี้ เน้นย้ำให้ทูตเกษตรปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของสินค้าเกษตรไทย เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก และ กำชับให้ติดตามความคืบหน้า การจัดทำและการลงนามเอกสารความตกลงด้านการเกษตร ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับในที่ประชุม ทูตเกษตรได้รายงานภาพรวมสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรไทยในปี 2568 ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดหลัก อาทิ จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความท้าทาย แต่สินค้าเกษตรและอาหารของไทยหลายรายการยังคงมีแนวโน้มที่ดี
จึงเน้นย้ำให้เร่งแก้ไขปัญหาอุปสรรค ควบคู่กับการรักษามาตรฐานสินค้า และการคาดการณ์โอกาสในตลาดใหม่ อย่างไรก็ตามจะเร่งหารือหน่วยงานในสังกัด เพื่อผลักดันการขยายการส่งออกกล้วยหอมไทยไปญี่ปุ่นให้ได้เต็มโควตา ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยส่งออกเพียง 31 % จากโควตาทั้งหมด
ขณะเดียวกันได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกนานาชาติ International Horticultural Expo 2027 หรือ GREEN x EXPO 2027 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประกาศศักยภาพสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกอีกด้วย







