สศก. อัปสกิลเกษตรอาสา เสริมทักษะดิจิทัล เป้าแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

สศก. อัปสกิลเกษตรอาสา เสริมทักษะดิจิทัล เป้าแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

สศก. Upskil เศรษฐกิจการเกษตรอาสา สร้าง Smart Volunteer เสริมแกร่งด้านดิจิทัล หนุนแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร เก็บข้อมูลแม่นยำ เริ่ม ภาคตะวันออก-ตะวันตก

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยว่าเศรษฐกิจการเกษตรอาสาหรือศกอ. เป็นอาสาสมัครที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจการเกษตรในระดับพื้นที่ โดยทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล รายงานสถานการณ์การผลิต และราคาสินค้าเกษตร เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์ 

สศก. อัปสกิลเกษตรอาสา เสริมทักษะดิจิทัล เป้าแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับศักยภาพของ ศกอ. ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สศก. จึงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ“การพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ประจำศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)” ระดับภาคโดยเริ่มต้นคิกออฟ (Kick off) การอบรมในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกเป็นลำดับแรก ดำเนินการโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 – 19 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม แซนด์ดูนส์ เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี

"การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ โดยมุ่งเน้นทั้งการยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็น (Reskill) ให้แก่ ศกอ. โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรายงานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน สอดรับกับนโยบายเกษตร 4.0 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันสศก. มี ศกอ. ในความดูแลทั่วประเทศจำนวน1,010 รายซึ่ง สศก. มีนโยบายที่จะส่งเสริมและพัฒนา ศกอ. ทั้งหมด ให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานที่สอดคล้อง กับเทคโนโลยีในปัจจุบัน”

สศก. อัปสกิลเกษตรอาสา เสริมทักษะดิจิทัล เป้าแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ ประกอบด้วย ศกอ. จำนวน 146 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 125 อำเภอ ในภาคตะวันออกและภาคตะวันตกโดยหลังจากนี้ สศก. มีแผนที่จะดำเนินการจัดอบรมเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมกราคมนี้

 

ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม2569เพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูล เพิ่มความแม่นยำ และความทันเวลาในการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศการเกษตรตามปฏิทินการผลิตซึ่งจะนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาราคาสินค้า รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายระดับภาคผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ศพก.) ทั้ง 882 ศูนย์ทั่วประเทศ

การพัฒนาศักยภาพ ศกอ. ในครั้งนี้ ได้บูรณาการรูปแบบการเรียนรู้ทั้ง Onsite และ Online โดยเนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วยการบรรยายสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2568 - 2569 นโยบายและมาตรการที่สำคัญด้านสินค้าเกษตร ตลอดจนการฝึกปฏิบัติ (Active Learning) ในหัวข้อสำคัญ เช่น 1. การใช้ประโยชน์แพลตฟอร์ม Big Data เกษตรระดับจังหวัด “AgriDataProv” 2. การทดลองรายงานราคาสินค้าเกษตรรายสัปดาห์ ผ่านแอปพลิเคชัน “ราคาฟาร์ม” (Farm Price) แบบ Real-time 3. การรายงานภาวะการผลิตสินค้าเกษตรรายเดือน ผ่าน Google Form ตามระเบียบวิธีการสำรวจปริมาณการผลิตพืช และ 4. การคำนวณต้นทุนการผลิตพืช และการสร้างการรับรู้สถานการณ์ด้านการตลาดที่รวดเร็วเพื่อนำไปปรับใช้และถ่ายทอดสู่เครือข่ายชุมชนต่อไป

การพัฒนา ศกอ. ให้เป็น Smart Volunteer นับเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการปฏิรูปภาคเกษตรไทย การได้รับข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็วจากพื้นที่ จะช่วยให้การบริหารจัดการและการตัดสินใจแก้ปัญหาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร

สศก. อัปสกิลเกษตรอาสา เสริมทักษะดิจิทัล เป้าแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงของเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ศกอ. ที่ผ่านการอบรมจะทำหน้าที่เป็นเครือข่ายในการรายงานราคา สถานการณ์ตลาด การผลิต และภัยธรรมชาติ รวมถึงเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐให้เกษตรกรได้รับทราบ เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2566 - 2570 ให้บรรลุเป้าหมาย สอดคล้องกับนโยบาย‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้’และการขับเคลื่อน 3 สร้าง คือ‘สร้างรายได้ สร้างตลาด สร้างโอกาส’

สศก. อัปสกิลเกษตรอาสา เสริมทักษะดิจิทัล เป้าแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

โดย สศก. มุ่งมั่นพัฒนา ศกอ. ภายใต้แนวคิด 3 ประเด็น คือ1) หาคนที่ใช่ 2) เติมให้เต็ม และ 3) เสริมเทคโนโลยีที่ใช้ต้องง่ายเพื่อให้เครือข่าย ศกอ. เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยต่อไป