ครม.ปรับหลักเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity เพิ่มวงเงินต่อรายเป็น 30 ล้านบาท

ครม.เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ขยายรับคำขอกู้ถึง 30 ธ.ค. 2569 เพิ่มวงเงินต่อรายจาก 10 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ครม.เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท
- ขยายรับคำขอกู้ถึง 30 ธ.ค. 2569 เพิ่มวงเงินต่อรายจาก 10 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท
- หนุนลงทุนเครื่องจักรและยานพาหนะพลังงานสะอาด
- ช่วย SME เข้าถึงสินเชื่อกว่า 1,700 ราย สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 68,700 ล้านบาท
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ประชุมครม.) เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับผลิตภาพควบคู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
โดยหลักเกณฑ์ปรับใหม่สำคัญ 3 ประการ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม ได้แก่
1. ขยายระยะเวลารับคำขอกู้จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค.2568 เป็น สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมความพร้อมและเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น
2. ปรับปรุงกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเพิ่มคำว่า “ยานพาหนะ” ในกลุ่มเป้าหมายที่ 2 เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับเปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด นอกเหนือจากระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
3. ขยายวงเงินสินเชื่อต่อรายจากเดิมไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็น ไม่เกิน 30 ล้านบาท
เพื่อสนับสนุน SME ที่ต้องลงทุนสูงในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานหรือกิจการในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเงินลงทุนมากกว่าหลักเกณฑ์เดิม
ทั้งนี้ เดิม ครม.มีมติเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2567 เห็นชอบให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และกรอบวงเงินงบประมาณชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 1,350 ล้านบาท เพื่อให้ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 %ต่อปีใน 3 ปีแรก โดยรัฐบาลชดเชยให้ ธพว.3% ใน 3 ปีแรก พร้อมกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท และสิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2568 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน อย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 31 ต.ค. 2568 พบว่า มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวม 4,826 ล้านบาท คิดเป็น 32% ของวงเงินโครงการ และยังมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังมีวงเงินคงเหลือจำนวนมาก
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงครั้งนี้ ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และกรอบงบชดเชย 1,350 ล้านบาทเดิม ไม่เป็นการสร้างภาระผูกพันเพิ่มเติม การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้กว้างขึ้น 1,700 ราย เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 68,700 ล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 27,680 อัตรา







