'พิพัฒน์' ประกาศ 3 เดือนจะเร่งชง ครม. ซื้อคืนรถไฟฟ้า ทำราคา 40 บาท

'พิพัฒน์' ประกาศ 3 เดือนจะเร่งชง ครม. ซื้อคืนรถไฟฟ้า ทำราคา 40 บาท

"พิพัฒน์" ประกาศหากได้สานต่องานรัฐบาล ภายใน 3 เดือนเสนอ ครม. "ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า" จัดทำค่าโดยสารราคาเดียว ยันเป้าหมายไม่สร้างหนี้สาธารณะเพิ่ม

นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงเกือบ 4 เดือนที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผลักดันนโยบายลดค่าครองชีพด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ที่ได้นำร่องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอโมเดลการจัดทำระบบ Single Ownership หรือการให้รัฐเข้าเป็นเจ้าของสัมปทานรถไฟฟ้าเพียงรายเดียว เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างค่าโดยสารใหม่

อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างการเสนอโมเดล Single Ownership เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่มีการประกาศยุบสภาก่อน ทำให้ไม่สามารถเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการได้ ถือเป็นเรื่องที่ตนเสียดายมากที่สุด โดยเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ดังนั้นเชื่อว่าจะมีการผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากตนมีโอกาสได้กลับมาเป็นรัฐบาลและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตั้งเป้าจะผลักดันหลักการ Single Ownership เข้าที่ประชุม ครม.ให้ได้ภายใน 3 เดือน หลังจากนั้นคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาข้อมูลและโมเดลการซื้อคืนรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ เพื่อเสนอ ครม.เห็นชอบให้ดำเนินการภายใน 6 เดือน โดยตนยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้โดยไม่กระทบต่อภาระงบประมาณของประเทศ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การจัดทำโมเดล Single Ownership จำเป็นต้องมีการซื้อคืนสัมปทาน จากเอกชน เช่น BTS และ BEM รวมถึงส่วนของรถไฟฟ้า กทม. ต้องนำกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทั้งหมด เบื้องต้นได้เสนอแนวทางการระดมทุน 2 วิธีหลัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อหนี้สาธารณะของประเทศ ประกอบด้วย

1. การระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้กลไกของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund)

2. การให้สัมปทานใหม่แก่เอกชน โดยให้เอกชนรายใหม่เป็นผู้กู้เงินมาเพื่อชำระคืนค่าสัมปทานเดิม และบริหารจัดการภายใต้เงื่อนไขที่รัฐกำหนด

“การซื้อคืนจะไม่ใช่การซื้อในราคาที่สูงเกินจริง แต่จะมีการเจรจาและคำนวณมูลค่าตามสิทธิและระยะเวลาที่เหลือของสัมปทานอย่างเป็นธรรม”