เจาะนโยบาย ‘ปั๊ม GDP’ เลือกตั้ง 69 '4 พรรคใหญ่' ตั้งเป้าดันเศรษฐกิจโต 3 – 5%

4 พรรคการเมืองใหญ่ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของ GDP ไว้ที่ 3-5% เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำของประเทศ
KEY
POINTS
- 4 พรรคการเมืองใหญ่ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของ GDP ไว้ที่ 3-5% เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำของประเทศ
- พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้า GDP โต 5% ขณะที่พรรคประชาชนตั้งเป้า 4-5% และพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้า 3% ขึ้นไป
- แต่ละพรรคนำเสนอแนวทางที่แตกต่างกัน เช่น เพื่อไทยเน้นเศรษฐกิจมูลค่าสูง ภูมิใจไทยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ และประชาชนเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
ปัญหาเศรษฐกิจไทยอย่างหนึ่งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานคือการขยายตัวต่ำ จากเดิมที่เศรษฐกิจไทยเคยขยายตัวได้ในระดับ 7% ลดลงเหลือ 5% และในปัจจุบันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่วัดจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวได้ไม่ถึง 3% โดยในปี 2569 หน่วยงานเศรษฐกิจอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่า GDP ของไทยจะขยายตัวได้ประมาณ 1.5 – 1.7% เท่านั้น
ปัญหาการโตต่ำของเศรษฐกิจไทยจึงเป็นปัญหาที่หลายพรรคการเมืองเสนอเป็นนโยบายว่าจะแก้ไขให้ได้เพื่อเพิ่มตัวเลข GDP ของประเทศให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน
“กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวมเป้าหมายการขับเคลื่อน GDP ของพรรคการเมืองจำนวน 4 พรรคที่มีการประกาศเป้าหมาย รวมทั้งแนวทางการขับเคลื่อน GDP ของประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากในปัจจุบัน โดยตัวเลขนี้เป็นสเมือนการประชัน "ตัวเลขเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ" ซึ่งแต่ละพรรคต่างนำเสนอตัวเลขที่ท้าทายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยมีรายละเอียดการเปรียบเทียบดังนี้
1.พรรคเพื่อไทย ประกาศเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้ GDP เติบโต เฉลี่ยอย่างต่ำปีละ 5% โดยการวาง "GPS ของประเทศ" ให้แม่นยำภายในระยะเวลา 4 ปี โดยนโยบายมุ่งเน้นเศรษฐกิจมูลค่าสูง (High value-added economy) ที่สร้างคุณภาพมาก่อนปริมาณ เมื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย เมื่อปริมาณแรงงานน้อยลง แก่ขึ้น ต้องยกระดับผลิตภาพแรงงาน ยกระดับเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI นอกจากนี้ยังจะเร่งทำนโยบายยกเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นบนดิน ดึงเศรษฐกิจนอกระบบสู่ในระบบ เพิ่มการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย
2.พรรคภูมิใจไทย นำเสนอนโยบาย "เศรษฐกิจ 10 พลัส" โดยตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตของ GDP ที่ 3% พลัส (3%+) ผ่านการเติมเงินให้คนตัวเล็กและการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เร่งรัดการลงทุนของภาคเอกชนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เรียบร้อยแล้ว โดยเดินหน้าต่อนโยบาย Thailand fast pass เพื่อให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆในประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อซัพพลายเชนไทยเข้ากับโลก ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมแรงงานทักษะสูง
3.พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตั้งเป้าหมายให้ GDP โต 5% ภายในกรอบเวลา 4 ปี ภายใต้สโลแกน "ไทยหายจน" โดยพรรคตั้งเป้าสร้างการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตมากขึ้นควบคู่ไปกับการลดหนี้สินภาคครัวเรือนจาก 80-90% ในปัจจุบันให้เหลือ 60% ต่อจีดีพี
และ 4.พรรคประชาชน ตั้งเป้าหมายให้ GDP ขยายตัวได้ปีละ4-5% เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน ซึ่งการจะทำได้ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยพรรคจะเน้นไปที่การปรับโครงสร้างและอุตสาหกรรมใหม่ด้วยการส่งเสริมการลงทุนครั้งใหญ่ สร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรม พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทันสมัย ใช้ดิจิทัลสร้างโอกาส พลิกโฉม SME และทักษะไทย วางยุทธศาสตร์ไทยบนเวทีโลก ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และปฏิรูปพลังงานยั่งยืนเพื่อการเติบโต
เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในระดับ 3-5% ที่พรรคการเมืองตั้งไว้เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม การจะผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมายดังกล่าว ไม่สามารถอาศัยเพียงการตั้งตัวเลขเป็นเป้าหมายเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีนโยบายที่เหมาะสมควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน พรรคการเมืองต่างๆจึงจะสามารถแปลงเป้าหมายบนกระดาษให้เกิดผลลัพธ์จริงได้







