เกษตรฯเร่งช่วยสวนยางอีสาน หลังระเบิดลงเสียหายกว่า3 พันล้าน

กระทรวงเกษตรฯออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบชายแดนไทยกัมพูชา สนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์ชาวสวนยางช่วยเหลือ เบื้องต้น1.9 ล้านไร่มูลค่า 3 พันล้านบาท
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในส่วนความเสียหายและที่ดินทำกิน โดยเฉพาะสวนยางพารา ปัจจุบันหลายจังหวัดยังพบเป็นพื้นที่กระสุนตก และอยู่ระหว่างการตรวจสอบความปลอดภัย ยังไม่สามารถเข้าไปกรีดยางได้
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว เบื้องต้นจะมุ่งเน้นการสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการส่งเสริมปลูกพันธุ์พืชอายุสั้นเพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ที่รวดเร็วในช่วงระยะฟื้นฟู พร้อมกับสั่งการให้ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) จัดสรรเงินจากกองทุนเงินสงเคราะห์เกษตรกรชาวสวนยาง นำมาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.
“ แม้ขณะนี้ จะอยู่ในช่วงของรัฐบาลรักษาการ แต่ในการเบิกจ่ายงบประมาณ กระทรวงเกษตรฯได้รับทราบแนวทางจาก ครม. ว่า การเบิกจ่ายงบประมาณใดที่ไม่ขัดต่อแนวทางของวินัยการเงินการคลัง และแนวทางของ ครม. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มากที่สุด”
ขณะที่ นาย เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รายงานความเสียหาย สวนยางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด และ ผลกระทบจากการสู้รบชายแดน 7 จังหวัด รวมทั้งหมดกว่า 1,900,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 2,995 ล้านบาท ส่งผลให้ผลผลิตยางหายไปจากตลาดกว่า 44,000 ตัน
ซึ่ง กยท. มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น ได้แก่ ชดเชยความเสียหายสำหรับสวนยางที่มีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20ต้นต่อแปลง รายละ 3000 บาท /จ่ายเงืนปลงศพ 30000 บาท/ ออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 2 สำหรับปรับปรุงฟื้นฟู รายละ50,000 บาท /สร้างการรับรู้หลังประสบภัย น้ำหมักปลาหมอคางดำรายละ 5 ลิตร //ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 0 เป็นเวลา 6 เดือน // และยังมีการอนุมัติเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรชาวสวนยาง กว่า 100 ล้านบาท ในการดูแลเพิ่มเติมอีกด้วย
นายเพิก กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมจังหวัดบุรีรัมย์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และตราด ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่สามารถออกกรีดยางได้ จำนวนกว่า 55,000ราย (ข้อมูลจากเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในพื้นที่ 5 จังหวัดรวม 24 อำเภอ) รวมพื้นที่สวนยางประมาณ 609,000 ไร่ ส่งผลให้มีปริมาณยางพาราหายไปจากตลาดวันละกว่า 487,000 กก.ยางแห้ง
สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. หากสวนยางได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน20ต้น/แปลง จากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าวสามารถยื่นขอรับสวัสดิการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้ รายละไม่เกิน 3,000 บาท/แปลง และในกรณีที่เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนเสียชีวิต กยท. จะมอบเงินช่วยเหลือแก่ทายาท รายละไม่เกิน 30,000 บาท
“กยท. พร้อมยืนเคียงข้างชาวสวนยางและประชาชนในพื้นที่ทุกสถานการณ์ พร้อมร่วมบูรณาการความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และปลอดภัยสูงสุด” ดร.เพิก กล่าวทิ้งท้าย
นอกจากนี้ การยางแห่งประเทศไทย ยังคงมีมาตรการควบคุมยางเถื่อนอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับรายงาน มีการลักลอบนำเข้ายางเถื่อนจากประเทศเมียนมาเข้ามาในไทย แต่ไม่พบข้อมูลส่งยางออกไปยังประเทศมาเลเซีย จึงมีข้อสันนิษฐานว่า ยางจำนวนดังกล่าว อาจจะอยู่ภายในประเทศหรือไม่ เบื้องต้นสั่งเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบพื้นที่โกดังและบริษัทขนส่งต้องสงสัย เพื่อตรวจสอบจำนวนยางดังกล่าวที่หายไปจากระบบต่อไป







