ส่งออกไทยปี 69 เข้าภาวะ Normalization เฝ้าระวังกลุ่มแปรรูปเกษตร

ส่งออกไทยปี 69 เข้าภาวะ Normalization เฝ้าระวังกลุ่มแปรรูปเกษตร

สรท.ประเมินการส่งออกไทยปี 2569 ยังขยายตัว 2–4% ต่ำกว่าปี 2568 ที่ฟื้นตัวแรงจากฐานต่ำ และการเร่งคำสั่งซื้อ ชี้ ปัจจัยพยุงยังมาจากตลาดเกิดใหม่ การกระจายห่วงโซ่อุปทาน และ FTA จับตาความเสี่ยงสำคัญจากเศรษฐกิจคู่ค้าหลักชะลอ

KEY

POINTS

  • สรท. คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะขยายตัว 2-4% ซึ่งเป็นการเติบโตที่เข้าสู่ภาวะปกติ (Normalization) หลังจากฟื้นตัวแรงในปี 2568
  • กลุ่มสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังคือ สินค้าเกษตรขั้นต้นที่ยังไม่แปรรูป และสินค้าที่แข่งขันด้านราคา ขณะที่กลุ่มอาหาร และเกษตรแปรรูปยังคงเติบโตได้ดี
  • ปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวของตลาดใหม่ และข้อตกลงการค้า ส่วนปัจจัยเสี่ยงคือ เศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว และความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์
  • มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดูแลต้นทุนโลจิสติกส์ เจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และสนับสนุนการยกระดับสินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ประเมินการส่งออกไทยปี 2569 ยังขยายตัวได้แต่เติบโตในอัตราจำกัดประมาณ 2-4% ซึ่งต่ำกว่าปี 2568 ที่ฟื้นตัวระดับสองหลัก 

สำหรับการเติบโตในปี 2569 จะเป็นลักษณะของการเข้าสู่ภาวะปกติ (Normalization) หลังจากการฟื้นตัวแรงในปี 2568 ซึ่งเป็นผลจากฐานต่ำ และการเร่งคำสั่งซื้อในบางช่วง 

รวมทั้ง สรท.เห็นว่าการเติบโตระดับหลักเดียวต่ำกว่า 5% ถือเป็นภาพที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน แม้จะมีแรงกดดันสูง แต่การส่งออกไทยยังมี “ปัจจัยพยุง” เพียงพอที่จะทำให้ยังขยายตัวเป็นบวกได้ โดย สรท.มองในเชิงโครงสร้างสินค้า และตลาดรายอุตสาหกรรม และเห็นโอกาสจากตลาดใหม่ และการปรับตัวของผู้ส่งออกไทยที่รวดเร็วขึ้น

ส่งออกไทยปี 69 เข้าภาวะ Normalization เฝ้าระวังกลุ่มแปรรูปเกษตร

ส่วนปัจจัยบวกที่จะเป็นแรงส่งให้กับการส่งออกของไทยปี 2569 คือ การขยายตัวของตลาดเกิดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ แอฟริกา การกระจายฐานการผลิตของโลก และข้อตกลงการค้า เช่น ข้อตกลง Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) และข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) 

ขณะที่ปัจจัยลบมาจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักชะลอตัวต้นทุนโลจิสติกส์ และค่าระวางเรือที่ยังผันผวน รวมทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าในบางช่วง ส่งผลต่อความสามารถแข่งขันด้านราคา

สำหรับสินค้าส่งออกที่โดดเด่นในปี 2569 แยกเป็นกลุ่มที่ยังเติบโตได้ ประกอบด้วย กลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป (Food & Agro-processing) สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร สินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม และเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โลก และสินค้าเฉพาะทาง (Niche / Specialty Products) 

ส่วนกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ประกอบด้วย สินค้าแรงงานเข้มข้น ที่แข่งขันด้านราคากับประเทศต้นทุนต่ำ สินค้าเกษตรขั้นต้นที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทที่พึ่งพาตลาดหลักเดิมมากเกินไป

ส่งออกไทยปี 69 เข้าภาวะ Normalization เฝ้าระวังกลุ่มแปรรูปเกษตร

นอกจากนี้ สรท.มีข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายต่อรัฐบาลใหม่ ที่ควรเร่งดำเนินการใน 4 เรื่องหลัก คือ 

1.ดูแลต้นทุนโลจิสติกส์อย่างจริงจัง ทั้งท่าเรือ, ค่าธรรมเนียม, ระบบอำนวยความสะดวกการค้า 

2.เร่งเจรจา และใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ 

3.สนับสนุนการยกระดับสินค้าไทยจากแข่งขันด้านราคาแข่งขันด้านคุณภาพ และมูลค่าเพิ่ม 

4.สร้างเสถียรภาพเชิงนโยบายเพื่อให้ผู้ส่งออกวางแผนระยะกลาง และระยะยาวได้

“สรท.มองว่าการส่งออกที่เติบโตแรงในปี 2568 และยังขยายตัวได้ 2-4% ในปี 2569 อาจมีส่วนหนึ่งมาจากสินค้าที่นำเข้ามา Transhipment ผ่านไทย ซึ่งช่วยพยุงตัวเลขการส่งออก ตราบใดที่ประเทศผู้นำเข้ายังไม่เข้มงวดเรื่อง Local Content ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามใกล้ชิด เพื่อให้การเติบโตของการส่งออกไทยสะท้อนการผลิตจริง และมีความยั่งยืนระยะยาว” นายธนากร กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์