สสว. คลอดแพ็คเกจใหญ่ 2 พันล้าน อุ้มเอสเอ็มอี กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 หมื่นล้าน

สสว. ออกมาตรการเร่งด่วนครั้งใหญ่เป็นของขวัญปีใหม่ 2569 วงเงินกว่า 2 พันล้านบาท อุ้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ 1.5 หมื่นราย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้อีก 2 หมื่นล้านบาท พร้อมจับตาประชุมบอร์ดจ่อเคาะอีกมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้
KEY
POINTS
- สสว. คลอดมาตรการเร่งด่วนครั้งใหญ่เป็นของขวัญปีใหม่ 2569 วงเงินกว่า 2 พันล้านบาท
- เป้าหมายอุ้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ 1.5 หมื่นราย
- คาดกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้อีก 2 หมื่นล้านบาท
- พร้อมจับตาประชุมบอร์ดจ่อเคาะอีกมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้
วันนี้ (5 มกราคม 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า ขณะนี้ สสว.ได้ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตเฉพาะหน้า ทั้งอุทกภัยในภาคใต้และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และการยกระดับศักยภาพ SME ทั่วประเทศ 3 มาตรการหลัก วงเงินรวม 2,150 ล้านบาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ต้อนรับปี 2569
ทั้งนี้ คาดว่าจะช่วย SME ที่ได้รับผลกระทบและ SME ทั่วไปมากกว่า 15,000 ราย ให้สามารถฟื้นตัวจากวิกฤติ เสริมสภาพคล่อง ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2569
สำหรับมาตรการเร่งด่วนเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 ให้กับผู้ประกอบการ SME มีด้วยกัน 3 มาตรการหลัก ดังนี้
1. มาตรการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและปัญหาชายแดน
เน้นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพลิกฟื้นกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการดำเนินโครงการ “SME ปัง ตังได้คืน” หรือโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) อุดหนุนค่าบริการพัฒนาธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ SME แบบร่วมจ่าย (Co-Payment) ในสัดส่วนพิเศษ 50% ขยายวงเงินสูงสุดถึง 5 แสนบาทต่อราย จากสัดส่วนการสนับสนุนปกติไม่เกินรายละ 2 แสนบาท
ทั้งนี้ สสว.ยังได้ร่วมกับ SME D Bank สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นฟู-ซ่อมแซมกิจการจากอุทกภัย ส่งเสริมการขยายธุรกิจ ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท รวมวงเงินงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท
2. มาตรการด้านเงินทุน เสริมแกร่ง SME เน้นการเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้เท่าทันสถานการณ์โลก ด้วยการเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรวม 1,200 ล้านบาท สำหรับ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่ม Transformation Fund เน้นยกระดับธุรกิจให้เท่าทันโลก สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในระดับสากล วงเงินกู้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อราย
กลุ่ม Enhancement Fund เน้นขยายศักยภาพของธุรกิจที่มีความพร้อมเติบโตสู่การแข่งขันระดับโลก อาทิ ธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ธุรกิจหุ่นยนต์อัจฉริยะ ธุรกิจสร้างสรรค์ วงเงินกู้ประมาณ 10-15 ล้านบาทต่อราย
กลุ่ม Tourism & Related Fund เน้นเสริมสภาพคล่องให้กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว วงเงินกู้ประมาณ 2 ล้านบาทต่อราย
โดยมาตรการนี้เน้นการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 5 ปี
3. มาตรการด้านการตลาด เปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ผ่านโครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” วงเงิน 600 ล้านบาท สนับสนุนช่องทางการขยายตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ พร้อมหนุนธุรกิจไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลกและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไปพร้อมกัน ผ่านการจับคู่ธุรกิจ โรดโชว์ และงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์ประเทศไทยให้เติบโตเป็นที่รู้จัก โดยอุดหนุนค่าใช้จ่ายสูงสุด 80%
สำหรับปัจจุบัน ประเทศไทยมี SME รวม 3.26 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ สร้างการจ้างงานกว่า 13.4 ล้านคน หรือเกือบ 70% ของการจ้างงานทั้งหมด และในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 SME สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (SME GDP) กว่า 4.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 34.8% ของ GDP ประเทศ
สำหรับผลกระทบเชิงพื้นที่ อุทกภัยในภาคใต้กระทบ SME กว่า 2.8 แสนราย การจ้างงานกว่า 9.1 แสนคน ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลต่อ SME ใน 7 จังหวัด รวมเกือบ 2.8 แสนราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนมูลค่าส่งออกกว่า 517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
น.ส.ปณิตา กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริม SME) ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธาน วันที่ 14 มกราคม 2569 นี้ สสว.จะเสนอความคืบหน้าการให้เงินช่วยเหลือส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การเอกชน นำไปใช้ตามแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME โดยเน้นการช่วยเหลือ SME ใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย วงเงิน 1,500 ล้านบาท
โดยการช่วยเหลือผ่านกลไกดังกล่าว ที่ผ่านมาได้ผ่านการเห็นชอบในหลักการจากบอร์ดส่งเสริม SME ไปแล้ว โดยจะใช้เงินจากกองทุนส่งเสริม SME วงเงิน 1,500 ล้านบาท ล่าสุดมีหลายหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาร่วมมือกับสสว.แล้ว
“การประชุมครั้งนี้ สสว.จะรายงานความคืบหน้าการแนวทางการช่วยเหลือ SME ผ่านหน่วยงานรัฐ โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาเสนอว่ามีช่องตรงไหนได้บ้างที่จะเข้าไปช่วยเหลือ SME ได้จำนวนมาก ๆ โดยช่วงนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาว่าจะมีหน่วยงานใดบ้าง และเมื่อได้รายชื่อแล้วจะต้องเสนอเข้าบอร์ดเห็นชอบอีกรอบหนึ่งเบื้องต้นมีแล้วกว่า 20 หน่วยงาน” น.ส.ปณิตา กล่าว







