'พลังงาน' จับตา 'ทรัมป์' คุมน้ำมันเวเนซุเอลา ชี้ราคาน้ำมันโลกพุ่งระยะสั้น

'พลังงาน' จับตา 'ทรัมป์' คุมน้ำมันเวเนซุเอลา ชี้ราคาน้ำมันโลกพุ่งระยะสั้น

กระทรวงพลังงาน จับตาสหรัฐ คุมแหล่งน้ำมัน "เวเนซุเอลา" ระบุราคาน้ำมันโลกพุ่งในระยะสั้น คาดราคาน้ำมันดิบดูไบปี 69 อยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานคาดการณ์ว่า การที่สหรัฐ เข้าไปบริหารจัดการแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา จะทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้นจากความตื่นตระหนกของตลาด
  • ราคาน้ำมันจะปรับลดลงในระยะต่อมาเมื่อสหรัฐ สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากสหรัฐ มีเป้าหมายรักษาระดับราคาไม่ให้สูงเกินไปจนกระทบเศรษฐกิจของตนเอง
  • ผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยมีจำกัด เพราะไทยนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาในสัดส่วนที่น้อยมาก โดยจะได้รับผลกระทบเพียงช่วงสั้นๆ ที่ตลาดโลกผันผวน
  • สถานการณ์มีความซับซ้อนขึ้นจากการที่จีน และรัสเซียออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการดำเนินการของสหรัฐ ทำให้มีผู้เล่นในสมการพลังงานโลกเพิ่มขึ้น
  • แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกโดยรวมในปี 2569 ยังคงถูกประเมินว่าเป็น "ขาลง"

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาเข้าปฏิบัติการทางทหาร และเข้าไปบริหารจัดการแหล่งน้ำมันดิบในประเทศเวเนซุเอลา ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงแรกจากแรงตื่นตระหนกของตลาด แต่จะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น ก่อนที่ราคาจะปรับลดลงในระยะต่อมา เมื่อสหรัฐ สามารถเข้าควบคุมหรือบริหารจัดการแหล่งพลังงานได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม สหรัฐ มีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่ต้นในการรักษาระดับราคาน้ำมันไม่ให้สูงเกินไป เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของตนเอง ดังนั้น เมื่อสถานการณ์เริ่มนิ่ง และการบริหารจัดการเข้าสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันโลกจะมีแรงกดดันให้ปรับลดลงตามกลไกตลาด

“ในช่วงระยะแรกตลาดน้ำมันอาจเกิดอาการตกใจ ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นบ้าง แต่ก็เพียงระยะเวลาไม่นาน หลังจากนั้นราคาก็จะลดลงเหมือนเดิม” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย แหล่งข่าวกล่าวย้ำว่า ประเทศไทยแทบไม่ได้สั่งหรือนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ จึงได้รับผลกระทบโดยตรงค่อนข้างจำกัด โดยอาจเห็นผลกระทบเพียงช่วงสั้นๆ ในระยะที่ตลาดโลกผันผวนจากการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการแหล่งพลังงานเท่านั้น

ทั้งนี้ สหรัฐได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเข้าไปบริหารจัดการพลังงาน โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การให้บริษัทของสหรัฐ เข้าไปดูแลแหล่งน้ำมันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มซับซ้อนมากขึ้น หลังจากมีประเทศมหาอำนาจอื่นออกมาเคลื่อนไหว และแสดงท่าทีคัดค้าน ไม่ว่าจะเป็นจีน และรัสเซีย ส่งผลให้มี “ผู้เล่น” ในสมการพลังงานโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามบทสรุปสุดท้ายอย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวยังประเมินว่า แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกในปี 2569 ยังคงเป็น “ขาลง” ตามที่เคยวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยราคาจะปรับตัวสูงขึ้นเพียงช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจัดการ และไม่น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว

สำหรับประมาณการราคาน้ำมันปี 2569 นั้น คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบคาดว่าจะอยู่ในช่วง 60–70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเบนซินคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดีเซลคาดว่าจะอยู่ที่ราว 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และก๊าซ LPG คาดว่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 400-500 ดอลลาร์

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดพลังงานโลกในระยะสั้น แต่โครงสร้างอุปทาน และทิศทางนโยบายของสหรัฐ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาน้ำมันโลกในปี 2569 เคลื่อนไหวในกรอบขาลง มากกว่าการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์