มหาวิทยาลัยชั้นนำจากอังกฤษ3แห่ง ขนหลักสูตรแห่งอนาคตแลนดิ่งที่อีอีซี-กทม.

ประเทศอังกฤษ นับเป็นแหล่งการศึกษาที่มีคุณภาพมาอย่างยาวนาน และยังคงใช้ประสบการณ์ในอดีตมาเชื่อมต่อกับโลกอนาคตจนสามารถยืนระยะเป็นผู้จัดการด้านการศึกษาที่ดีแห่งหนึ่งของโลก
ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากรลดลงจากปัญหาอัตราการเกิดน้อย จำนวนผู้สูงวัยมากขึ้น การพัฒนาเชิงคุณภาพประชากรจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สอดรับกับการยกระดับด้านอุตสาหกรรมและการหารายได้ของประเทศทำให้การพัฒนาการศึกษาแบบทางลัดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 23 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศจัดการศึกษาในประเทศไทย (Global Link Institute) ตามความในข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 29/2560 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2560 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ
ตามที่ บริษัท โกลบอล เอ็ดดูเคชั่นแนล เอ็กเซลเลนซ์ จำกัด (ผู้ยื่นคำขอ) ได้มีหนังสือถึงสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คพอต.)นั้น เพื่อยื่นคำขอ จัดตั้งมหาวิทยาลัยตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คำสั่งหัวหน้า คสช.) ในชื่อมหาวิทยาลัยโกลบอลลิงก์ (Global Link University)
โดยจะนำหลักสูตรของมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักร 3 แห่ง ได้แก่ University of Manchester University of Birmingham และ University of Reading มาจัดการศึกษาในประเทศไทย (ไทย) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาตรี จำนวน 3 หลักสูตร และระดับปริญญาโท จำนวน 4 หลักสูตร
ประกอบด้วย University of Manchester จัดการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพกับการเป็นผู้ประกอบการ
และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพและการประกอบการ
University of Birmingham จัดการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการตลาด
University of Reading จัดการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจและการจัดการแบบบูรณาการหลักสูตรปรับพื้นฐาน
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ
ทั้งนี้ ในการประชุม คพอต. ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอได้เสนอจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศในไทยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฯ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 เรื่อง หลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (หลักเกณฑ์ฯ) ได้แก่ University of Manchester University of Birmingham และ University of Reading ได้รับการรับรอง ในสาขาวิชาจากการจัดอันดับของ Quacquarelli Symonds และ Times Higher Education
มีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาไทยตามประกาศ คพอต. เรื่อง การกำหนดศาสตร์วิทยาการและสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่สถาบันอุดมศึกษามีศักยภาพสูงจากต่างประเทศสามารถจัดการศึกษาในไทย
มีการจัดการศึกษาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวกำหนดให้การดำเนินการจัดการศึกษาในไทยต้องไม่ทำให้เกิดองค์กร ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนในเรื่องสถานะความเป็นสถาบันอุดมศึกษาและต้องไม่ใช้คำว่ามหาวิทยาลัย (University) เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ทั้งนี้ อาจใช้คำว่า Center หรือ Academy หรืออื่น ๆ แทน
“ ดังนั้น คพอต. จึงมีมติอนุมัติให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (Global Link University) จัดการศึกษาในไทย ตามความในข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้า คสช.ฯ ภายใต้ชื่อ Global Link Institute แทน”
ทั้งนี้ คาดว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินการ เช่น ส่งเสริม สนับสนุนเละพัฒนาระบบการศึกษาของไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล สามารถตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในบริบทของ EEC สร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในไทย เช่น หลักสูตรด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อรองรับการแพทย์สมัยใหม่
หลักสูตรด้านการจัดการธุรกิจและการเงินเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และหลักสูตรด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการตลาดดิจิทัลซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาไทยผ่านกระบวนการร่วมสอน (Co-teaching) การพัฒนาหลักสูตรร่วมกันและการทำวิจัยในระดับสากล เกิดโครงสร้างถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เอื้อต่อการยกระดับมาตรฐานวิชาการของคณาจารย์และสถาบันอุดมศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร ความรู้ และเครือข่ายวิชาชีพระดับโลก อันจะนำไปสู่การพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับภูมิภาคอาเซียน







