Thai ESGโตเด่น‘กองทุนตราสารหนี้’ โตเด่นที่สุดกินส่วนแบ่งเกินครึ่ง

กองทุนเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ณ ปลายปี 2567 (30 มิ.ย. 2567) มีขนาดประมาณ 6.7 พันล้านบาทจากกองทุนรวมทั้งหมดที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 7.33 แสนล้านบาท (รวม RMF, SSF) โดยกองทุน Thai ESG มีทั้งสิ้น 31 กองทุน และเติบโตต่อเนื่อง โดยเน้นลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี
บริษัท มอนิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ระบุว่า หากพิจารณาการเติบโตของขนาดทรัพย์สินของกองทุน Thai ESG โดยรวมในปี2568 จะพบว่าตลาดโดยรวมยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมปรับเพิ่มขึ้นจาก 32,200 ล้านบาท เป็น 36,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 4,500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตราว 14%
ทั้งนี้ กองทุน Thai ESG มีระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุนที่สั้นกว่า โดยปัจจุบันมีข้อกำหนดเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่กองทุน Thai ESG จะต้องเน้นลงทุนในสินทรัพย์ด้านความยั่งยืนของไทยเป็นหลัก โดยประเภทกองทุน Thai ESG ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนคือ “กองทุนตราสารหนี้ Thai ESG”
โดยกองทุนตราสารหนี้ Thai ESGนับเป็นกองทุนประเภทเดียวในกลุ่มกองทุน Thai ESG ที่มีมูลค่าทรัพย์สินปรับเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าทรัพย์สินปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5,600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 34% ซึ่งสูงกว่าเท่าตัวของตลาดโดยรวม ในขณะที่กองทุนประเภทอื่นๆมีมูลค่าทรัพย์สินปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ กองทุนตราสารหนี้ Thai ESG ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ โดยในช่วงต้นปี 2568 กองทุนตราสารหนี้ Thai ESG มีส่วนแบ่งตลาดราว 51% แต่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินของสินทรัพย์ประเภทนี้ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้ส่วนแบ่งตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมกลายเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ในปัจจุบัน
“ในครึ่งปีที่ผ่านมากองทุน Thai ESG มีเงินไหลเข้าประมาณ 5,200 ล้านบาท โดยเกือบ 80% มาจากกองทุนตราสารหนี้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,100 ล้านบาท ในขณะที่กองทุนหุ้นมีเงินไหลเข้า 900 ล้านบาท และกองทุนผสม 200 ล้านบาท ”
ทั้งนี้ หากพิจารณารายเดือนตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา จะเห็นพบว่าทั้งกองทุนหุ้น, กองทุนผสม และกองทุนตราสารหนี้ล้วนมีเงินไหลเข้าเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง แต่กองทุนตราสารหนี้ Thai ESG มีระดับเงินไหลเข้าที่สูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กองทุนหุ้นมีเงินไหลเข้ารองลงมา
ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้กองทุนตราสารหนี้ Thai ESG ได้รับความนิยม คือ ผลตอบแทนที่โดดเด่น โดยถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของกองทุน Thai ESG โดยสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ 8.6% ในครึ่งปีที่ผ่านมา และ 13.6% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆที่ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตามการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้นั้นไม่ได้หมายความว่ากองทุนจะต้องสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้เสมอไป โดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้ Thai ESG ที่มีข้อกำหนดให้เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันยังมีตราสารที่เสนอขายในตลาดจำนวนน้อยและกระจุกตัวในผู้ออกที่เป็นภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ ทำให้พอร์ตการลงทุนมีลักษณะค่อนข้างกระจุกตัว และความหลากหลายของตราสารในพอร์ตอาจไม่มากนักเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้ทั่วไปนอกจากนี้ ตราสารหนี้ ESG ภาครัฐส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ระยะยาว โดยมีอายุเฉลี่ยที่ 10 ปีขึ้นไป หมายความว่า หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ปรับลดลงได้มากกว่าปกติเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตการลงทุน







