‘Follow the Green’ เพิ่มความปลอดภัยแอร์พอร์ต ‘วิทยุการบิน’ หนุนลงทุนแห่งแรก ‘สุวรรณภูมิ’

วิทยุการบินฯ ผลักดันการใช้ระบบ ‘Follow the Green’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฟนำทางอากาศยานอัจฉริยะบนภาคพื้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยของสนามบินสู่ระดับสูงสุด ระบบนี้ช่วยลดความผิดพลาดจากการสื่อสารระหว่างนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศได้ถึง 70% โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานเฟสแรกได้ในปี 2568 และสมบูรณ์ในปี 2571
KEY
POINTS
- วิทยุการบินฯ ผลักดันการใช้ระบบ ‘Follow the Green’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฟนำทางอากาศยานอัจฉริยะบนภาคพื้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยของสนามบินสู่ระดับสูงสุด
- สนามบินสุวรรณภูมิถูกกำหนดให้เป็นแห่งแรกในการลงทุนติดตั้งระบบนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินและรักษาความเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
- ระบบนี้ช่วยลดความผิดพลาดจากการสื่อสารระหว่างนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศได้ถึง 70% โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานเฟสแรกได้ในปี 2568 และสมบูรณ์ในปี 2571
สนามบินนานาชาติในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงจำนวนรันเวย์หรือขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเท่านั้น แต่เทคโนโลยีความปลอดภัยและการบริหารจัดการภาคพื้นกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดมาตรฐานสากล หลายประเทศจึงเดินหน้าปรับใช้ระบบ “Follow the Green” ตามแนวทางองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อยกระดับความแม่นยำในการนำอากาศยานขึ้น–ลง และการเคลื่อนที่สู่หลุมจอดอย่างปลอดภัย โดยที่ผ่านมาสนามบินขนาดใหญ่เช่น สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ได้ใช้ระบบนี้แล้ว
ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิกำลังวางแผนทยอยลงทุน เพื่อตอบโจทย์การขยายรันเวย์ที่ 4 ในอนาคต และช่วยผลักดันการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคสร้างมาตรฐานและความมั่นใจในการให้บริการกับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง
นางสาวจณัญญา สิริปาณีผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศเขตสนามบินกรุงเทพ กล่าวว่า เทคโนโลยีที่เรียกว่า Follow the Green ถือเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในรันเวย์ของสนามบินขนาดใหญ่ทั่วโลกเพื่อยกระดับระบบอำนวยการ ควบคุม และบริหารการเคลื่อนที่ของอากาศยานและยานพาหนะบนภาคพื้นสนามบิน (Advanced Surface Movement Guidance and Control System)หรือระบบ "A-SMGCS" ซึ่งสนามบินที่ใช้ระบบนี้จะถือว่าเป็นสนามบินที่ได้มีการจากยกระดับความปลอดภัย จากระดับที่ 2 (Level 2) ขึ้นสู่ระดับที่4 (Level 4) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด
เทคโนโลยียกระดับความปลอดภัยสู่ระดับ 4
เนื่องจากระบบนี้จะใช้เป็นการนำทางอากาศยานอย่างแม่นยำผ่านระบบไฟบนรันเวย์ ซึ่ง Follow the Green คือเทคโนโลยีหัวใจหลักของความปลอดภัยสนามบินในระดับนี้ โดยสนามบินชั้นนำของโลกอย่างอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ได้ก้าวสู่ระดับที่ 4 มาตั้งแต่ปี 2551 โดยลงทุนอัปเกรดระบบสู่ระดับที่ 4 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน และเพิ่มความปลอดภัย เนื่องจากสามารถลดความผิดพลาดจากการสื่อสารระหว่างมนุษย์ได้ถึง 70% ซึ่งวิทยุการบินอยู่ระหว่างการผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิใช้ระบบนี้เพื่อยกระดับความปลอดภัยสนามบินขึ้นไปจนถึงระดับที่4
“การอัปเกรดนี้เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจากการที่คนขับรถต้องคอยฟังเสียงบอกทางจากเจ้าหน้าที่ผ่านวิทยุ มาเป็นการมี ไฟนำทางอัจฉริยะบนพื้นรันเวย์ ที่ส่องสว่างนำเส้นทางไปทีละดวงจนถึงจุดหมาย ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนที่แม่นยำและรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเลี้ยวผิดแยก ป้องกันการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ห่วงห้ามหรือพื้นที่ปิดซ่อม”
ย้ำ Follow the Green ช่วยนำทางนักบิน
นางสาวจณัญญากล่าวต่อว่าเทคโนโลยี Follow the Green คือเทคโนโลยีนำทางอากาศยานบนภาคพื้นอัจฉริยะ โดยการใช้ไฟสีเขียวบนทางขับ (Taxiway Center Line) เป็นตัวนำทาง โดยเมื่ออากาศยานลงสู่ภาคพื้น ระบบจะคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุดโดยเชื่อมโยงกับระบบติดตามอากาศยาน (SMR และ MLAT) และเปิด-ปิดไฟนำทางโดยอัตโนมัติจากรันเวย์ไปจนถึงหลุมจอดซึ่งถือเป็นการยกระดับระบบ A-SMGCS จาก Level 2 ที่ทำได้เพียงการติดตามและแจ้งเตือน ขึ้นสู่ Level 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ซึ่งนักบินไม่จำเป็นต้องรับคำแนะนำที่ซับซ้อนจากเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ แต่จะได้รับคำสั่งสั้นๆ ว่า “Follow the Green” แล้วขับเคลื่อนตามไฟสีเขียวไปทีละดวงจนถึงเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ชี้ระบบช่วยรักษาบทบาทฮับการบิน
ทั้งนี้การที่ประเทศไทย โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิควรมีระบบนี้เนื่องจากจะเป็นการก้าวทันมาตรฐานโลกและรักษาความเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) เมื่อเปรียบเทียบกับสนามบินชั้นนำอย่าง อินชอน (เกาหลีใต้) ซึ่งนำระบบนี้มาใช้ตั้งแต่ปี 2551 และปัจจุบันอยู่ใน Level 4 ขณะที่ไทยยังอยู่ที่ Level 2 เท่านั้นหากไทยต้องการรักษาความเป็นศูนย์กลางการบินและรองรับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว เราต้องก้าวทันมาตรฐานโลก นอกจากนั้นในอนาคตการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับที่ 85-94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ขณะที่อินชอนรองรับได้ถึง 107 เที่ยวบินต่อชั่วโมงด้วยระบบที่ทันสมัยกว่า การมีระบบ Follow the Green จะช่วยบริหารจัดการการเคลื่อนที่ภาคพื้นให้รวดเร็วและเป็นระเบียบยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ระบบนี้ยังส่งผลดีต่อทั้งมิติทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ โดยสามารถช่วยลดระยะเวลาในการวิ่งบนรันเวย์ลดการหยุดและเคลื่อนตัวใหม่ของเครื่องบิน ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission) ลดลง
คาดปี 2571 ลงทุนได้เสร็จสมบูรณ์
ทั้งนี้แผนการดำเนินงานและความร่วมมือ การติดตั้งระบบ Follow the Green ในส่วนของวิทยุการบินฯ ใช้เงินลงทุนไม่ถึง 100 ล้านบาท แต่จำเป็นต้องประสานงานร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเปลี่ยนโคมไฟสนามบินให้เป็นรุ่นใหม่ที่รองรับการควบคุมเปิด-ปิดทีละดวง
โดยเฟสแรกคาดว่าจะเริ่มใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ในปี 2568 เพื่อควบคุมระบบไฟหยุด (Stop Bar) และมีเป้าหมายจะพัฒนาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในปี 2571 ตามแผนการปรับปรุงระบบของวิทยุการบินฯ
การลงทุนในระบบ Follow the Green ไม่ใช่เพียงการเพิ่มหลอดไฟสีเขียว แต่เป็นการลงทุนเพื่อ ความปลอดภัย ศักยภาพ และภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ ของประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการและยกระดับเศรษฐกิจการบินของชาติอย่างยั่งยืน







