สทนช.เตรียมชง 9 โปรเจกต์2.15แสนล้าน บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมจบ‘ปัญหาน้ำ’

สทนช.เตรียมชง 9 โปรเจกต์2.15แสนล้าน  บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมจบ‘ปัญหาน้ำ’

สทนช. บูรณาการระบายน้ำค้างทุ่งลุ่มต่ำ เตรียมทำนาปรัง ม.ค. นี้ ขณะน้ำในเขื่อน เต็ม 98 % ดันก่อสร้าง 9 โครงการ 2.15 แสนล้านแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า  ในการการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 5/2568 เมื่อ  ธ.ค. 2568   ที่ประชุมหารือปัญหาด้านน้ำที่มุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะปัญหาในหลายพื้นที่ที่สะสมมาเป็นเวลานาน เช่น ปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ปัญหาคุณภาพน้ำ ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการแก้ไขจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการจัดลำดับความสำคัญที่แม่นยำและตรงจุด 

สทนช.เตรียมชง 9 โปรเจกต์2.15แสนล้าน  บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมจบ‘ปัญหาน้ำ’

ดังนั้น คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจึงมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาโครงการด้านน้ำ โดยต้องจัดลำดับความสำคัญอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งต้องผลักดันให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาด้านน้ำประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง 

ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลงเหตุเข้าช่วงแล้ง

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นช่วงแล้งปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากช่วงปลายฤดูฝนที่ผ่านมา เขื่อนหลักทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ 

“สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยกำหนดอัตราการระบายน้ำของเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท้ายน้ำ พร้อมรักษาปริมาณน้ำต้นทุนให้เพียงพอสำหรับการใช้น้ำในฤดูแล้งนี้ ปัจจุบันเขื่อนทั้ง 4 แห่งดังกล่าว มีปริมาณน้ำรวม 24,350 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 98 %ของความจุเก็บกัก รวมถึงมีการระบายน้ำรวม 56 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน”

สทนช.เตรียมชง 9 โปรเจกต์2.15แสนล้าน  บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมจบ‘ปัญหาน้ำ’

ในขณะที่กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งลุ่มต่ำที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่หน่วงน้ำในช่วงน้ำหลาก โดยทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท – ป่าสัก สิ้นสุดการระบายน้ำแล้ว ส่วนทุ่งบางระกำและ 10 ทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง ยังมีน้ำคงเหลือรวม 1,352 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 79.25 ของพื้นที่ทั้งหมด และยังคงระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่องในอัตรา 25 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน จนกว่าจะคงเหลือน้ำในทุ่งรวมประมาณ 493 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสำรองไว้ใช้ในการเตรียมเพาะปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ตั้งแต่เดือนม.ค. 2569

เคาะ 8 มาตรการรับมือแล้งปี69ลดผลพื้นที่เสี่ยง

 ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 จำนวน 8 มาตรการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการป้องกันและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ทันที

นอกจากนี้่ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผนงานโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่หน่วยงานเสนอ จำนวน 9 โครงการวงเงิน 2.15 แสนล้านบาท  โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร จะเร่งขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาด้านน้ำให้กับประชาชน ทั้งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง 

 ประกอบด้วย1. โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท - ป่าสัก - อ่าวไทย  วงเงิน 165,000 ล้านบาท การก่อสร้างแบ่งเป็น  2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ปรับปรุงคลอง ชัยนาท – ป่าสัก ความยาว 134.365 กิโลเมตร อัตราการระบายน้ำหลากสูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที หรือระบายน้าได้สูงสุด 80.35 ล้าน ลบ.ม./วัน 

ช่วงที่ 2 คลองระบายน้ำหลาก ป่าสัก–อ่าวไทย ความยาว 135.655 กิโลเมตร (อยู่ระหว่างพิจารณา EIA) อัตราการระบายน้ำหลากสูงสุด 600 ลบ.ม./วินาที หรือระบายน้ำได้สูงสุด 51.80 ล้าน ลบ.ม./วัน

ปรับปรุงประปาภูมิภาครับดีมานด์อนาคต

2.โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เวียงชัย - แม่ลาว จังหวัดเชียงราย 2,248ล้านบาท  เป็นโครงการเป็นการก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแม่ลาว (สถานีผลิตน้าแห่งใหม่) โดยใช้แหล่งน้ำดิบแม่น้ำลาว เพื่อทดแทนสถานีผลิตน้ำวังค้า (สถานี ผลิตน้ำเดิม) ซึ่งใช้แหล่งน้ำดิบแม่น้ำกกที่พบการปนเปื้อนโลหะหนัก และเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต 

3.โครงการก่อสร้างเขื่อน คอนกรีตเสริมเหล็ก(ค.ส.ล.) คลองประเวศบุรีรมย์ ช่วงจากเขื่อนเดิมคลองจระเข้ขบถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร วงเงิน 4,416 ล้านบาท  เป็นการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. ทางเดินหลังเขื่อนและติดตั้งราวเหล็กกันตก ทั้ง 2 ฝั่งความยาวรวมทั้งหมด 35,800 เมตร (35.8 กม.) และ ขุดลอกคลอง ความยาว 17,900 เมตร (17.9 กม.)

4.โครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี วงเงิน 14,700 ล้านบาท ลักษณะเป็นคลองระบายน้ำหลาก D1 เป็นงานปรับปรุงคลองระบายน้ำ คลองส่งน้ำ ความยาว รวม 38.852 กม. และ งานเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้าเขื่อนแก่งกระจาน 

5.โครงการคลองระบายน้ำคลองทับมา - คลองกะแมง อำเภอบ้านค่ายและอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง4,400 ล้านบาท เป็นการขุดคลองใหม่ คลองระบายน้ำทับมา-คลองกะแมง ความยาว 3.015 กม.  ปรับปรุงคลองเดิม คลองกะแมง ความยาว 6.118 กม. เขื่อนป้องกันตลิ่งคลองใหญ่ บริเวณจุดบรรจบคลองกะแมง ความยาว 300 ม. และ องค์ประกอบอื่น ๆ ภายในคลอง เช่น ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำและท่อลอด

เปิดโปรเจกต์ด้านน้ำวางโครงข่ายรับแล้ง-ท่วม

 6.โครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ - หนองค้อ - บางพระ จังหวัดชลบุรี วงเงิน 12,656 ล้านบาท  เป็น การก่อสร้างสถานีสูบน้ำ 1 แห่ง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 0.85 ลบ.ม./วินาที จำนวน 4 เครื่อง (ใช้งาน 3 เครื่อง สำรอง 1 เครื่อง) อัตราการสูบน้ำรวม 2.55 ลบ.ม./วินาที   ท่อส่งน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.80 ม. ความยาว 69.471 กม. และ งานปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิม ความยาว 5.35 กม. 

7.โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาชลบุรี - พนัสนิคม - (พานทอง) - (ท่าบุญมี) ระยะที่ 2 จังหวัดชลบุรี วงเงิน 2,126 ล้านบาท  เป็นการปรับปรุงสถานีสูบน้ำดิบ และวางท่อใหม่  ก่อสร้างเพิ่มกำลังผลิตสถานีบางพระ 1  และสร้างโรงสูบน้ำแรงสูง และวางท่อส่งน้ำ–ท่อขยายเขตในพื้นที่ บางพระ–เขาไม้หน้า–ห้วยกะปิ 

8.โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพัทยา - แหลมฉบัง - ศรีราชา จังหวัดชลบุรี วงเงิน 1,848.9 ล้านบาท  เป็นการสร้างสถานีสูบน้ำดิบบางพระใหม่ พร้อมท่อส่งน้ำดิบ  เพิ่มกำลังผลิตสถานีผลิตน้ำบางพระ 2 วางท่อส่งน้ำและขยายเขตจ่ายน้ำในพื้นที่บางพระ– ศรีราชา–พัทยา ปรับปรุงระบบจ่ายน้ำสถานีบางละมุง และขยาย เขตจำหน่ายน้ำในพื้นที่ศรีราชา–บางละมุง 

 9.โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา วงเงิน 2,854.84 ล้านบาท  เป็นการก่อสร้างเขื่อนดิน แบบ (Zone Type) กว้าง 9 ม. ยาว 1,920 ม. สูง 17 ม. ความจุอ่างฯ 19 ล้าน ลบ.ม.  อาคารทางระบายน้ำล้น (Spillway) ชนิด Ogee Crest Weir ยาว 168.79 ม. ระบายน้ำได้สูงสุด 110 ลบ.ม./วินาที  อาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม (River Outlet) ท่อ Steel Liner f 1.20 ม. ยาว 81 ม. ระบายน้ำสูงสุด 9.96 ลบ.ม./วิ นาที งานอาคารท่อส่งน้ำฝั่งขวา (RMC.) ท่อ Steel Liner f 0.90 ม. ยาว 147.90 ม. ระบายน้ำสูงสุด 4.20 ลบ.ม./วินาที  อาคารท่อส่งน้ำฝั่งซ้าย (LMC.) ท่อ Steel Liner f 1.50 ม. ยาว 166.50 ม. ระบายน้ำสูงสุด 9.96 ลบ.ม./วินาทีและ ระบบส่งน้า ความยาว 30 กิโลเมตร

รวมทั้งที่่ประชุมได้เห็นชอบผังน้ำเพิ่มเติม จำนวน 6 ผัง ได้แก่ ผังน้ำลุ่มน้ำโขงเหนือ ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยที่ประชุมมอบหมายให้ สทนช. ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผังน้ำครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำแล้ว โดยหน่วยงานสามารถใช้ผังน้ำเป็นเครื่องมือประกอบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้านน้ำต่อไป