ปิดจ๊อบ 'ไฮสปีดไทยจีน' ปี 2569 ประมูลสร้างถึง 'หนองคาย'

ปิดจ๊อบโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน การรถไฟฯ วางแผนเปิดประมูลงานโยธาครบทุกสัญญา ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ - หนองคาย ภายในปี 2569
KEY
POINTS
- ปิดจ๊อบโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน การรถไฟฯ วางแผนเปิดประมูลงานโยธาครบทุกสัญญา ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ - หนองคาย ภายในปี 2569
- การประมูลจะแบ่งเป็นช่วง โดย 3 สัญญาแรก คาดว่าภายหลังจัดเตรียมเอกสารแล้วเสร็จ จะสามารถเปิดรับฟังคำพิจารณ์ผ่านเว็บไซต์ รฟท. ภายในเดือน ม.ค.นี้
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย - จีน โดยระบุว่า ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา (TOR) และราคากลาง สำหรับงานจ้างก่อสร้าง 3 สัญญาแรกของโครงการ ไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย จากทั้งหมด 8 สัญญา
โดยในส่วนของ 3 สัญญาแรกดังกล่าว คาดว่าภายหลังจัดเตรียมเอกสารแล้วเสร็จ จะสามารถเปิดรับฟังคำพิจารณ์ผ่านเว็บไซต์ รฟท. ภายในเดือน ม.ค.นี้ ประกอบด้วย
สัญญาที่ 1 ช่วงนครราชสีมา-โนนสูง ระยะทาง 39.1 กิโลเมตร วงเงิน 31,030 ล้านบาท
สัญญาที่ 2 ช่วงโนนสูง-บัวลาย ระยะทาง 54.9 กิโลเมตร วงเงิน 33,920 ล้านบาท
สัญญาที่ 3 ช่วงบัวลาย-บ้านแฮด ระยะทาง 68.38 กิโลเมตร วงเงิน 33,110 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี รฟท.ได้กำหนดแผนการดำเนินงานสำหรับโครงการไฮสปีดไทย - จีน ระยะที่ 2 ช่วง นครราชสีมา-หนองคาย โดยจะทยอยเปิดประกวดราคางานโยธา เริ่มจาก 3 สัญญาแรกหากรับฟังคำพิจารณ์แล้วเสร็จ ไม่มีประเด็นแก้ไข ก็จะเริ่มกระบวนการประกาศประกวดราคาต่อทันทีในปีหน้าช่วงไตรมาส 1 – 2
หลังจากนั้น รฟท.ยังกำหนดทยอยเปิดประมูลในสัญญาที่ 4 – 6 ประกอบด้วย สัญญาที่ 4 ช่วงบ้านแฮด-น้ำพอง ระยะทาง 54.35 กิโลเมตร วงเงิน 33,415 ล้านบาท สัญญาที่ 5 ช่วงน้ำพอง-อุดรธานี ระยะทาง 64.52 กิโลเมตร วงเงิน 31,850 ล้านบาท และสัญญาที่ 6 ช่วงอุดรธานี-สระใคร ระยะทาง 60.48 กิโลเมตร วงเงิน 33,490 ล้านบาท โดยจะเปิดรับฟังคำพิจารณ์ในช่วงเดือน ม.ค.2569 และทยอยเปิดประกวดราคาต่อไป
นอกจากนี้ ในส่วนของสัญญาที่ 7 – 8 ประกอบด้วย สัญญาที่ 7 ช่วงสระใคร-หนองคาย ระยะทาง 15.38 กิโลเมตร วงเงิน 32,939 ล้านบาท และสัญญาที่ 8 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 7,700 ล้านบาท กำหนดจะเปิดรับฟังคำพิจารณ์ประมาณเดือน ก.พ.2569 และเริ่มกระบวนการประกวดราคา ดังนั้นในช่วงปี 2569 จึงจะเป็นปีของการเปิดขายซอง ประกวดราคา และเริ่มก่อสร้างงานโยธาส่วนของไฮสปีดไทย - จีน ระยะที่ 2 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี พร้อมเปิดบริการภายในปี 2574
สำหรับโครงการไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย มีระยะทาง 357.12 กิโลเมตร วงเงินรวม 341,351 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น ค่างานก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟความเร็วสูง 235,129 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน 10,310 ล้านบาท ค่าลงทุนระบบราง - ระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล 80,165 ล้านบาท และค่าที่ปรึกษาบริหารโครงการ ควบคุมงานและรับรองระบบ 10,060 ล้านบาท
ขณะที่ความคืบหน้าส่วนของไฮสปีดไทย - จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ - นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 253 กิโลเมตร วงเงิน 179,413 ล้านบาท มีสัญญางานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2560 โดยปัจจุบันยังติดปัญหาไม่สามารถก่อสร้างได้จำนวน 2 สัญญา ประกอบด้วย
สัญญา 4 - 1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กิโลเมตร วงเงิน 9,207 ล้านบาท เนื่องด้วยงานก่อสร้างส่วนนี้จะมีพื้นที่โครงสร้างร่วมกับโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ซึ่งเอกชนคู่สัญญาโครงการดังกล่าว คือ กลุ่มซีพี จะดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างร่วมให้ แต่เนื่องจากปัจจุบันยังคงรอแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฉบับใหม่ จึงทำให้โครงสร้างงานส่วนนี้ยังไม่สามารถก่อสร้างได้
สัญญา 4 - 5 ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กิโลเมตร วงเงิน 9,913 ล้านบาท งานก่อสร้างสัญญานี้ ติดปัญหาความเห็นผลกระทบแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา ที่เชื่อมโยงกับสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ทำให้ปัจจุบัน รฟท.อยู่ระหว่างปรับแบบก่อสร้าง คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการราว 6 เดือน







