'คมนาคม' เปิด 11 เมกะโปรเจกต์ปี 69 อัดเม็ดเงินลงทุนกว่า 3.5 แสนล้าน

ส่องเมกะโปรเจกต์กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ 11 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.5 แสนล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาอนุมัติในปี 2569
KEY
POINTS
- ส่องเมกะโปรเจกต์กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ 11 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.5 แสนล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาอนุมัติในปี 2569
- โครงการลงทุนครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ โครงการทางถนนและทางพิเศษ 6 โครงการ, โครงการพัฒนาระบบราง (รถไฟทางคู่) 3 โครงการ และโครงการทางอากาศ (พัฒนาท่าอากาศยาน) 4 โครงการ
- เจาะโครงการสำคัญประกอบด้วยการก่อสร้างมอเตอร์เวย์และทางพิเศษ, รถไฟทางคู่สายใต้ และการขยายศักยภาพท่าอากาศยานหลัก 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต
ปี 2569 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งใหม่ ในวันที่ 8 ก.พ.2569 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันที คือ การอนุมัติโครงการที่มีผลผูกพันทางงบประมาณไม่สามารถดำเนินการได้
กระทรวงคมนาคมในฐานะกระทรวงหลักของการผลักดันเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในปี 2569 ได้รับจัดสรรงบประมาณสูงถึง 265,406.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 20,829.80 ล้านบาท หรือราว 8.52% รวบรวมโครงการที่อยู่ระหว่างรอการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เพื่อพิจารณาอนุมัติ และพร้อมผลักดันการลงทุนทันที
โดยเบื้องต้นมีโครงการที่สถานะรอการเสนอ ครม.อนุมัติ 11 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 359,804 ล้านบาท หากได้รับการอนุมัติในปี 2569 โครงการเหล่านี้จะถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคการก่อสร้างของประเทศ
สำหรับ 11 โครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ
โครงการทางถนนและทางพิเศษ จำนวน 6 โครงการ ประกอบด้วย
1. ทางพิเศษสายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก วงเงิน 13,665.89 ล้านบาท สถานะปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้เสนอเรื่องไปยัง ครม.และอยู่ระหว่างรอบรรจุเป็นวาระพิจารณา
2.โครงการพัฒนา บางปะอิน Junction แบ่งเป็นสองส่วน คือ Junction เชื่อมมอเตอร์เวย์ M6 กับ ทล. 32 วงเงิน 5,550 ล้านบาท และ Junction เชื่อมมอเตอร์เวย์ สาย 9 วงเงิน 4,101 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการกรมทางหลวง (ทล.) อยู่ระหว่างประมวลเรื่องเสนอกระทรวงคมนาคม
3. มอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบนอก ด้านตะวันตก (M9) บางบัวทอง – บางปะอิน วงเงิน 15,862 ล้านบาท โดยกระทรวงคมนาคมได้เสนอเรื่องไปสำนักเลขาธิการ ครม. อยู่ระหว่างรอบรรจุเป็นวาระพิจารณา
4. ทางพิเศษ สายศรีนครินทร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 20,811 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา
5.มอเตอร์เวย์ สายนครปฐม – ชะอำ (M8) และ PPP งานระบบ ช่วงนครปฐม – ปากท่อ วงเงิน 61,154 ล้านบาท โครงการนี้อยู่ในสถานะที่กระทรวงคมนาคมส่งเรื่องถามความเห็นหน่วยงาน อยู่ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบกลับความเห็น
6. โครงการทางพิเศษ (จ.ภูเก็ต) ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ วงเงิน 46,751.56 ล้านบาท สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างถามความเห็นหน่วยงานเพื่อประมวลเสนอโครงการเข้าสู่ ครม. ต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีในหมวดของโครงการพัฒนาระบบราง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะขับเคลื่อนโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ส่วนของโครงการที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นสูงสุดรวม 3 ช่วง มูลค่ารวม 101,251 ล้านบาท ประกอบด้วย ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี วงเงิน 29,099 ล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา วงเงิน 64,578 ล้านบาท และช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7,574 ล้านบาท สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างประมวลเรื่องรอบรรจุเป็นวาระ ครม.
ส่วนโครงการทางอากาศที่เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และจะมีการผลักดันให้เกิดขึ้นในปี 2569 มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารเพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ มีจำนวน 4 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 90,659 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) วงเงิน 13,829 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 65 ล้านคนต่อปี เป็น 80 ล้านคนต่อปี
2.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 36,830 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี
3.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 24,000 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 8 ล้านคนต่อปี เป็น 20 ล้านคนต่อปี
4.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 16,000 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นอกจากหลายโครงการลงทุนที่ยังรอการพิจารณาจาก ครม. ยังมีโครงการค้างจากปีก่อนๆ ที่ยังรอ ครม.มอบนโยบายในการขับเคลื่อน อาทิ การแก้ไขปัญหาในสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ซึ่ง รฟท.ได้เสนอผ่านคณะกรรมการ (บอร์ด) และเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาแนวทางแก้ไขสัญญา
รวมไปถึงการเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (โครงการแลนด์บริดจ์) มูลค่าการลงทุน 9.9 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันศึกษาความเหมาะสม และรูปแบบการลงทุนแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรอผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ….. (พ.ร.บ.SEC)







