วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

โอกาสทองนักลงทุนไทย หลังเมือง “ซานตง” จีน ออกกฎหมายใหม่ เปิดทางลงทุนต่างชาติ

โอกาสทองนักลงทุนไทย หลังเมือง “ซานตง” จีน ออกกฎหมายใหม่ เปิดทางลงทุนต่างชาติ

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) เมืองชิงต่าว ประเทศจีน รายงานว่า  คณะกรรมการสภามณฑลซานตงได้ออก “ข้อบัญญัติส่งเสริมเศรษฐกิจภาคเอกชนของมณฑลซานตง” ชุดที่ 14 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและกำหนดมาตรการสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ

ปัจจุบัน "มณฑลซานตง"มีนิติบุคคลเอกชนกว่า 14.4 ล้านราย และมีสัดส่วนการลงทุนภาคเอกชนสูงถึง 63.3 %  สะท้อนบทบาทสำคัญของภาคเอกชนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของมณฑลฯ โดยข้อบัญญัติฉบับนี้ประกอบด้วย 8 หมวด 64 มาตรา ได้แก่ บททั่วไป การแข่งขันอย่างเป็นธรรม การสนับสนุนทรัพยากร การคุ้มครองสิทธิ์ การพัฒนาคุณภาพสูง การค้ำประกันด้านบริการ และความผิดตามกฎหมาย

นายหลิว เจิ้นหยวน รองอธิบดีกรมยุติธรรมมณฑลซานตง กล่าวว่า กฎหมายส่งเสริมเศรษฐกิจภาคเอกชนของประเทศจีนฉบับใหม่ ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับรูปแบบและความต้องการของภาคเอกชนในยุคปัจจุบัน เช่น การคุ้มครองสิทธิทางธุรกิจ ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย

ยกระดับมาตรการรักษาความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐ และเพิ่มมาตรการด้านการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ภาคเอกชน เช่น  การส่งเสริมบริการด้านการเงินในห่วงโซ่อุตสาหกรรม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังห้ามหน่วยงานรัฐจำกัดหรือกีดกันธุรกิจเอกชนในกระบวนการประมูลและการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงกำหนดกลไกลงโทษหน่วยงานที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือจ่ายเงินล่าช้าแก่เอกชน

พร้อมกำหนดให้การตรวจสอบภาคธุรกิจต้องเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมเกินควร หรือบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบ รวมทั้งการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

ในอนาคตมณฑลซานตงยังตั้งเป้าผลักดันภาคเอกชนเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมอนาคต เช่น พลังงานใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล รวมถึงเปิดให้ธุรกิจเอกชนเข้าร่วมโครงการสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น เพื่อยกระดับฐานการผลิตและดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในการนี้

รัฐบาลมณฑลซานตงได้เร่งขจัดอุปสรรคการเข้าถึงตลาด และเปิดเสรีการลงทุนด้านพลังงาน ยกเลิกกฎระเบียบซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ 58 ฉบับ และตรวจสอบกรณีการแข่งขันไม่เป็นธรรมกว่า 1,900 เรื่อง เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เป็นธรรมมากชั้น

พร้อมทั้งดำเนินมาตรการบริการเพื่อแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการกว่า 900 เรื่อง และปรับปรุงระบบการตรวจสอบประวัติบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยลดระยะเวลาดำเนินการลงร้อยละ 30 ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของมณฑลอย่างมั่นคงในระยะยาว

ทั้งนี้สคต. ณ เมืองชิงต่าว ให้ความเห็นว่า   ปัจจุบันมณฑลซานตงมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน (รองจากมณฑลกวางตุ้ง และมณฑลเจียงซู) โดย GDP ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 ของมณฑลซานตงมีมูลค่า 7.71 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 35 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.6 %  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 7.65 %  ของ GDP ทั้งประเทศจีน

ที่ผ่านมามีวิสาหกิจไทยที่มาลงทุนในมณฑลซานตง ได้แก่ กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) บมจ.บ้านปู (BANPU) (เหมืองถ่านหินและผลิตไฟฟ้า ที่เมืองปินโจว) บริษัท ปตท. จำกัด (PPT) (โรงงานบรรจุน้ำมันหล่อลื่น เมืองหลินอี๋)  และบริษัท ดับเบิลเอ จำกัด รวมทั้งความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารากับกลุ่ม Rubber Valley 

ทั้งนี้ มณฑลซานตงได้เร่งดำเนินนโยบายยกระดับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยการจัดการกิจกรรมสำคัญอย่างมีคุณภาพสูง เพิ่มระดับการสนับสนุนการลงทุนซ้ำในประเทศของวิสาหกิจต่างชาติ นำนักลงทุนต่างชาติขยายการลงทุนในมณฑลซานตงอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมบรรษัทข้ามชาติจัดตั้งบริษัทลงทุนในมณฑลซานตง ดึงดูดการลงทุนต่างชาติสู่โครงการสำคัญระดับมณฑล อำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติในการควบรวมกิจการและซื้อกิจการข้ามพรมแดนในมณฑลซานตง

ข้อบัญญัติส่งเสริมเศรษฐกิจภาคเอกชนฉบับใหม่ของมณฑลซานตง ไม่เพียงเป็นการยกระดับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจภายในจีนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ให้ไทยในด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะโครงการ EEC ทำให้ความร่วมมือไทย–จีนมีแนวโน้มเติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต