เมดีซ กรุ๊ป ร่วมกับ อย. จัดทำ Thailand ATMP Roadmap เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของตลาดสเต็มเซลล์ สร้างมูลค่าให้ประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และขยายโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
การที่ "บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE" ได้รับเลือกให้จัดแสดงผลงานในโซน Showcase FDA Innovation ในงานมหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569 อย. EXPO 2026 ภายใต้แนวคิด "From Local to Global" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ไม่ใช่เพียงความสำเร็จขององค์กรเอกชน แต่คือสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐกำลังส่งออกไป ภายใต้อุตสาหกรรมชีวการแพทย์ ประเทศไทยกำลังประกาศความพร้อมสำหรับนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) โดยมีความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับกองยาของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
จับมือโรงเรียนแพทย์สร้างความเชื่อมั่น
นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมดีซ กรุ๊ป ระบุว่า ความไว้วางใจจาก อย. ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการร่วมกันเขียน Thailand ATMP Roadmap เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในบริบทของตลาด สเต็มเซลล์ ที่เติบโต อย. พยายามที่จะจัดระเบียบอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง Template หรือต้นแบบมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อขจัดความกังวลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย
ภาคเอกชนอย่าง "MEDEZE" ได้สร้างโมเดลความร่วมมือกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" (Mentor) เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของ "ผลิตภัณฑ์" เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตมีความปลอดภัยสูงสุด และทัดเทียมกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งร่วมกับ บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด (โรงพยาบาลศิริราช) รับบทบาทเป็นคนกลางเข้ามาควบคุม "กระบวนการวิจัยทางคลินิก" (Clinical Trial) ทั้งหมด รับประกันความถูกต้องของข้อมูล ตั้งแต่การเก็บข้อมูลที่ต้องถูกต้อง ปลอดภัยทุกขั้นตอน
โมเดลดังกล่าวทำให้เกิดความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน และข้อมูลการวิจัยก็มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ ได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศและเป็นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ
"ผู้ส่งออก" นวัตกรรมมูลค่าแสนล้าน
โมเดลดังกล่าวทำให้เกิดความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน และข้อมูลการวิจัยก็มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศและเป็นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของ MEDEZE ต้องการเปลี่ยนสถานะของประเทศไทยจากผู้นำเข้าเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงราคาแพง ให้กลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกนวัตกรรมมูลค่าสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศ
โดยมีเป้าหมายรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม คาดว่าจะสำเร็จเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 การจะขึ้นทะเบียนยาได้ต้องผ่านมาตรฐานการทดลองทางคลินิกที่ควบคุมอย่างรัดกุมเท่านั้น และหากสำเร็จจะเพิ่มมูลค่าตลาดได้ถึง 4.5 พันล้านบาท โดยคำนวณจากผู้ป่วยเพียง 3% ของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมทั้งหมดในประเทศ
รวมทั้งตลาดชะลอวัยและความงาม ซึ่งมีศักยภาพในการเข้ามาทดแทนการนำเข้าฟิลเลอร์และโบท็อกซ์จากต่างประเทศด้วยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยคนไทย ประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้สูงถึง 1.46 หมื่นล้านบาท ความสำเร็จของเป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ แต่ยังช่วยลดต้นทุนการนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์ และที่สำคัญคือเพิ่มโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น
ในปี 2569 นี้ เมดีซ กรุ๊ป มีแผนการลงทุนในการสร้าง "ห้องผลิตเซลล์โดยการใช้หุ่นยนต์ 100%" ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ด้านทุนมนุษย์ที่สำคัญในการยกระดับทักษะของนักวิทยาศาสตร์ไทยให้เปลี่ยนจากการเป็นนักปฏิบัติการในห้องแล็บ สู่การเป็นผู้ควบคุมระบบอัตโนมัติและเครื่องจักรขั้นสูง





