background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภดล วิวัชรโกเศศ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ อุทยานเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เผยแพร่บทความเรื่อง "การสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี" โดยมีรายละเอียด ดังนี้

วันนี้เทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานกับงานอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมวลมนุษยชาติในหลากหลายด้าน โดยเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ คือ ความมั่นคงทางอาหาร หรือ Food Security ที่ในปัจจุบันเราสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่ไปกับ ความยั่งยืน ทางด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน พร้อมๆ กับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นเศรษฐกิจ - สังคมคาร์บอนต่ำ

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture System) ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีรูปแบบและพัฒนาการ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่เปลี่ยนไปจากระบบดั้งเดิมอย่างมาก จากเดิมที่มีกระบวนการเลี้ยงในระบบเปิด สร้างปัญหามลภาวะทั้งจากน้ำเสียที่เกิดจากการให้อาหารสัตว์น้ำปริมาณมาก สัตว์น้ำเกิดความเครียดสะสมจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม มีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มากเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่การกระบวนการเลี้ยงในระบบปิดที่มีการประยุกต์นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อควบคุมตัวแปรต่างๆ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี

สำหรับ ฟาร์มปลาอัจฉริยะ (Smart Fish Farm) ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมมีขนาดประมาณ 3,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่นอกชายฝั่ง Pasir Ris Coast โดยฟาร์มปลานี้เลือกใช้เทคโนโลยีสร้างระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหมุนเวียน (Recirculating Aquaculture System) มีการใช้การประมวลผล input แบบเรียลไทม์จากเซนเซอร์เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ มีการกรอง บำบัด และเติมออกซิเจนทั้งโดยวิธีธรรมชาติหรือด้วยวิธีเครื่องเติมอากาศเท่าที่จำเป็น 

นอกจากนี้ ระบบควบคุมอัตโนมัติระดับสูงได้ผสมผสานเอาระบบ IT และ OT เข้ามาใช้ในการทำงานร่วมกัน (IT/OT Convergence) ด้วยเทคนิคและวิธีการของ Deep Learning และ Machine Learning นำมาสร้างเป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์แบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะข้อมูลที่ได้จากกล้องใต้น้ำหรือเซนเซอร์ที่คล้ายกันเพื่อได้มาซึ่งข้อมูลภาพของสัตว์น้ำในรูปแบบสามมิติ เพื่อสามารถสังเกตขนาด รูปร่าง ตำแหน่ง และพฤติกรรมของสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้ เช่น ปลา และกุ้ง เป็นต้น ทำให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้อาหาร การประมาณค่าชีวมวล การติดตามการเจริญเติบโต การตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้น รวมทั้งการติดตามและควบคุมสิ่งแวดล้อม 

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่มา : blucurrent

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่พร้อมใช้ทั้งระบบ OT และ IT ทำให้การรวบรวมข้อมูลที่ซับซ้อนเพื่อจับความซับซ้อน และปฏิสัมพันธ์ทางชีวภาพที่พบในระบบการผลิต ประกอบกับเทคโนโลยีระบบคลาวด์ที่ทำให้การแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน (Data Sharing) เป็นเรื่องง่าย สามารถสร้างเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อต่อยอดและพัฒนาไปสู่ระบบการผลิตที่ควบคุมตนเองด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ต่อไป โดยเฉพาะการนำชุดข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และพัฒนาระบบการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์เหตุที่จะเกิดขึ้นต่างๆ ในอนาคต เช่น การเกิดโรคติดเชื้อระหว่างรอบของ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อการแก้ไขเชิงป้องกันล่วงหน้า (Predictive Analytics for Disease Prevention) ด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรวมทั้งเทคนิคที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อฟื้นฟู สนับสนุน และทำให้สัตว์น้ำมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยไม่พึ่งพาการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ นำไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตอาหารที่ปลอดภัยได้เช่นกัน

การนำเทคโนโลยีดังกล่าวข้างต้นมาใช้กับระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผลต่อเนื่องสำคัญที่ได้ก็คือ ทำให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฟาร์มปลาที่ไปเยี่ยมชมในครั้งนี้ เป็นแบบห่างจากชายฝั่ง หรือที่เรียกว่า Offshore ระบบไฟฟ้าภายในฟาร์มปลาจึงเป็นแบบ Off-Grid โดยใช้ระบบการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานแสงอาทิตย์ ที่ติดตั้งบนหลังคาเป็นพลังงานไฟฟ้าหลักให้กับระบบทั้งหมดในฟาร์ม และมีระบบบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าได้ตลอดเวลา และมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดเครื่องยนต์ดีเซล เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน หากเกิดกรณีที่ระบบการผลิตไฟฟ้าหลักไม่สามารถสำรองพลังงานไฟฟ้าให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า ในรอบปีมีจำนวนน้อยครั้งมากที่ต้องเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้าจ่ายให้กับระบบด้วยเทคโนโลยี

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี

ข้อมูลที่ได้จากกล้องใต้น้ำ เพื่อได้มาซึ่งข้อมูลภาพของสัตว์น้ำแบบสามมิติเพื่อการวิเคราะห์ขั้นสูง

ระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า เราสามารถนำมาปรับใช้ที่ไทยได้อย่างง่ายดาย และมีข้อได้เปรียบมากด้วยในเรื่องของความสามารถการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดได้แบบ 100% เนื่องด้วยประเทศเรามีขนาดพื้นที่มากกว่าประเทศสิงค์โปร์ กล่าวคือเราสามารถสร้างกระบวนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นฟาร์มระบบปิดแบบใกล้ชายฝั่งและบนฝั่ง (Onshore) ที่ควบคู่ไปกับระบบชลประทานน้ำเค็มที่มีอยู่เดิม การออกแบบและคำนวณพิกัดของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ที่เหมาะสมและเพียงพอ จะทำให้เป็นระบบไฟฟ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะเป็นระบบ Off-Grid แบบสมบูรณ์ โดยไม่มีข้อจำกัดของพื้นที่การติดตั้งระบบโดยเฉพาะแผงโซลาร์เซลล์ และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 

อย่างไรก็ตาม ระบบจำหน่ายไฟฟ้าปกติจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ก็ยังมีความจำเป็น โดยจะถูกนำมาใช้เป็นระบบไฟฟ้าฉุกเฉินแทนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดเครื่องยนต์ดีเซล หากระบบผลิตไฟฟ้าหลักภายในฟาร์มเกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ เนื่องด้วยการไม่มีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่ติดตั้งทำให้เกิดความยืดหยุ่นเมื่อมีความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าสะอาดในรูปแบบอื่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Plant) เป็นต้น ทำให้เกิดระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้นแบบแห่งอนาคตตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่คาร์บอนต่ำและยั่งยืนได้

จากนั้นผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม Siemens Advance Manufacturing Transformation Centre (AMTC) ณ ที่ตั้ง JTC SPACE@TUAS, Singapore ที่เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ พัฒนา ถ่ายทอด และสนับสนุนเพื่อการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้กับทุกกลุ่มอุตสาหกรรมให้กับประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกฉียงใต้ 

ศูนย์ AMTC แห่งนี้ เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ของ ซีเมนส์ เพื่อดำเนินการสนับสนุน รวมทั้งการฝึกอบรม สัมมนา เพื่อให้องค์กรปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรม 4.0 (Industrial Transformation and Industry 4.0) เป็นไปอย่างราบรื่น

ทั้งนี้ ผู้เขียนได้รับโอกาสฟังบรรยายสรุปภารกิจและเป้าหมายของซีเมนส์ในการพัฒนา และเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมการผลิตไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อนโยบาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ขององค์กรภายในปี 2050 โดยในแนวคิดนั้นนอกเหนือจากเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยแล้ว องค์กรต้องมี 5 เสาหลัก (5 Pillars) เพื่อพัฒนาให้ระบบนิเวศภายในองค์กร ตอบรับและตอบสนองต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งมั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตขั้นสูงภายในองค์กรจะเป็นไปอย่างราบรื่น ได้แก่ 

  1. สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน (Collaborative Environment) 
  2. องค์กรที่ร่วมกันสร้างสรรค์งาน (Co-creative Community)
  3. ระบบนิเวศน์ดิจิทัล (Digital Ecosystem) 
  4. การสนับสนุน การบริการ และการฝึกอบรมแบบองค์รวม (Holistic Training Services & Support)
  5. เทคโนโลยีนวัตกรรม (Innovative Technologies)

นับเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจต่อผู้เขียนเป็นอย่างมากกับวิสัยทัศน์ แนวทางการปฏิบัติ และวัฒนธรรมองค์กร ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างมีความรับผิดชอบที่ควบคู่กับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาองค์รวมของสังคมความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติอย่างยั่งยืน 

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี
5 Pillars for Empowering Digital Transformation ภายในศูนย์ Siemens AMTC by Shalabh Bakshi, VP-Siemens Asian.

ทั้งนี้ องค์ความรู้ที่ผู้เขียนได้รับจากกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นประโยชน์เสมือนกับการข้ามเวลาไปเห็นอนาคตของอุตสาหกรรมการผลิตที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าเป็น Smart Fish Farm, Smart Indoor Vertical Farming, Industrial Robotics and OT/IT Convergence in Various Applications โดยเฉพาะการผลิตขั้นสูงโดยใช้เทคโนโลยี Digital Twin ที่ผู้เขียนจะนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดสู่ภาคการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ในความคิดเห็นของผู้เขียนเอง มหาวิทยาลัยก็เหมือนกับภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบองค์รวมโดยใช้แนวคิด 5 เสาหลักข้างต้นเช่นเดียวกัน เพื่อผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้ตรงความต้องการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ตอบสนองต่อการผลิตขั้นสูง เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมั่นคงเช่นกัน

การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี การสร้าง 'ความมั่นคงทางอาหาร' อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี