วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่องมาตรการประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตินำเข้า-ลดภาระเงินตราต่างประเทศ

ส่องมาตรการประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตินำเข้า-ลดภาระเงินตราต่างประเทศ

ส่องมาตรการประหยัดพลังงานระดับชาติ ชูยุทธศาสตร์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แนะประชาชนปรับพฤติกรรม "5 แนวทางหลัก" ลดภาระครัวเรือน-ขับเคลื่อนสู่เป้า Net Zero วิกฤติ "ผู้นำเข้าสุทธิ" ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

ส่องมาตรการ ประหยัดพลังงาน ระดับชาติ ชูยุทธศาสตร์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้พลังงานสำรองไทยยังแกร่ง แนะประชาชนปรับพฤติกรรม "5 แนวทางหลัก" ลดภาระครัวเรือน-ขับเคลื่อนสู่เป้า Net Zero วิกฤติ "ผู้นำเข้าสุทธิ" ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

แม้ภาพรวมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยในปัจจุบันจะมีปริมาณไฟฟ้าและเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการใช้งาน แต่ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ ประเทศไทยยังคงมีสถานะเป็น "ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ" (Net Energy Importer) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงิน

สอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 มีมติเห็นชอบมาตรการรณรงค์การประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น โดยไทยต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศจำนวนมหาศาลในแต่ละปีเพื่อนำเข้าเชื้อเพลิง การยกระดับ "ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน" จึงไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่เป็น "ทางรอด" สำคัญในการลดภาระงบประมาณและดุลการค้าของประเทศ ส่องมาตรการประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตินำเข้า-ลดภาระเงินตราต่างประเทศ

กลยุทธ์ "ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่" ลดภาระกระเป๋าเงินครัวเรือน

มาตรการครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ภาคประชาชน โดยชี้ให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งค่าใช้จ่ายในครัวเรือน (ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน) และระดับมหภาค โดยมีแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อหลัก ดังนี้

  1. ปิดไฟ/เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อลดการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ทันที 
  2. ตั้งอุณหภูมิแอร์ 26 องศาเซลเซียส จุดสมดุลระหว่างความสบายและการประหยัดค่าไฟที่เหมาะสมที่สุด 
  3. เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ยกระดับมาตรฐานการใช้ไฟระยะยาวด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน 
  4. เปลี่ยนสู่หลอดไฟ LED ให้ความสว่างเท่าเดิมแต่กินไฟน้อยลงกว่า 50-80% 
  5. ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน ตัดวงจร "ไฟฟ้าสแตนด์บาย" ที่สะสมเป็นค่าใช้จ่ายแฝง มุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน และความมั่นคงระยะยาว

เมื่อภาคประชาชนรวมพลังกันประหยัดพลังงานเป็นวงกว้าง จะส่งผลลัพธ์เป็นลูกโซ่ที่สำคัญต่อประเทศชาติใน 2 มิติหลักคือ 

  • มิติด้านเศรษฐกิจ: ลดความต้องการใช้พลังงานโดยรวม (Total Energy Demand) นำไปสู่การลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ช่วยรักษาเงินตราหมุนเวียนภายในระบบ
  • เศรษฐกิจไทยมิติด้านสิ่งแวดล้อม: การลดการใช้พลังงานคือหัวใจสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions) ซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ

"การประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจระดับชาติที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้คนรุ่นต่อไป"