วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ 'โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2' เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ใช่สู้วิกฤติน้ำมัน

โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ 'โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2' เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ใช่สู้วิกฤติน้ำมัน

วิกฤติน้ำมัน กับวันที่ “โชห่วย” ต้องเป็นเดอะแบก โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ “โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2” เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ “ใช่”

ท่ามกลางสถานการณ์ วิกฤติราคาน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ต้องเผชิญความท้าทาย และแรงกดดันจากราคาต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไหลเข้าสู่วงจรการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าครองชีพ ที่ขยับขึ้นอย่างน่ากลัว สะท้อนกำลังซื้อที่ส่อแววชัดว่าจะชะลอตัว 

ในวิกฤตินี้เกิดคำถามถึงผู้ประกอบการรายย่อย เส้นเลือดเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานรากว่า พวกเขาจะอยู่รอดได้อย่างไรในมรสุมเศรษฐกิจที่โหดหินเช่นนี้

แรงกระแทกถึง "โชห่วย" กว่า 400,000 ราย

ในระบบเศรษฐกิจบ้านเรา "โชห่วย" หรือร้านค้าปลีกขนาดเล็กในชุมชน เป็นเศรษฐกิจฐานรากที่มีความสำคัญกับโครงสร้างของประเทศ ตัวเลขร้านค้าที่มีมากกว่า 400,000 รายทั่วประเทศจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรืออาจมีมากกว่านั้น ได้สร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดมูลค่าตลาดกว่า 1.03 ล้านล้านบาท ในตลาดค้าปลีก และครองส่วนแบ่งถึง 45% แม้ทุกวันนี้จะมีร้านค้าสมัยใหม่ประเภทร้านสะดวกซื้อผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด 

ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤติราคาน้ำมัน ลุกลามถึงต้นทุนที่พุ่งขึ้น ร้านค้าเล็กๆ ขวัญใจคนในชุมชน จึงได้รับแรงกระแทกที่ไม่ธรรมดา

โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ 'โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2' เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ใช่สู้วิกฤติน้ำมัน

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่เกิดขึ้นรับต้นปี 2569 ทำให้ ธุรกิจเล็กๆ อย่างร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือโชห่วย ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ไม่เพียงแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และการแข่งขันจากร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่เข้ามาเบียดแทรกในชุมชน แต่ในปีนี้พวกเขายังต้องพบเจอกับความยากลำบากในการบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้น หลังเกิดวิกฤติราคาน้ำมันในประเทศ” ซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด กล่าว

เพราะโจทย์สุดหินคือ ราคาสินค้าหน้าร้าน "ขึ้นยาก" แต่ต้นทุนหลังร้านขึ้นจริง

"Pain Point ที่สำคัญของธุรกิจร้านโชห่วยที่เราพบก็คือ ต้นทุน และการบริหารจัดการ ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ โชห่วย ต้องการการสรรหาสินค้าที่มีราคาคุ้มค่า มีคุณภาพ ที่สามารถนำมาต่อยอดได้ โก โฮลเซลล์ จึงร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 85 แบรนด์ ผนึกกำลังจัดแคมเปญเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการ นำสินค้ามาลดราคา สร้างโซลูชั่นให้มากขึ้น"

เป็นมากกว่า แคมเปญขายสินค้า

แคมเปญที่ โก โฮลเซลล์ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อคนโชห่วยมีชื่อว่า "โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2 ซัมเมอร์นี้ มีแต่ได้ กำไรพุ่ง" โดยวางกลยุทธ์ด้านราคาที่โดนใจและการพัฒนาโชห่วยในยุคออนไลน์ มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม - 12 พฤษภาคม 2569 ถือว่ามาในช่วงจังหวะเวลาที่ "ใช่" ของผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังมองหาตัวช่วยยามวิกฤติ!

โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ 'โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2' เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ใช่สู้วิกฤติน้ำมัน

สิ่งสำคัญที่ทำให้ โก โฮลเซลล์ มีความโดดเด่น ก็คือ การเป็นมากกว่า ธุรกิจค้าส่ง เรามุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นอย่างครบวงจร เพื่อเป็นจุดหมายใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ ภายใต้แนวคิด The New Choice For All  ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ และการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด ทำให้มีความเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี

โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ 'โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2' เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ใช่สู้วิกฤติน้ำมัน

"เราต้องการตอกย้ำการเป็น GO Solutions ที่มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการได้ซื้อสินค้าในราคาดี คุ้มค่า  และสร้างจุดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์มากมายที่ทำให้ลูกค้าโชห่วย กลับมาซื้อซ้ำ ในรูปแบบต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือกับ เดอะวันและมาสเตอร์การ์ด นำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ รวมถึงสร้างคอมมูนิตี้ให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนกลุ่มคนทำธุรกิจขนาดเล็กด้วยกันเอง ผ่านเฟซบุ้ค  TikTok ซึ่งเป็นช่องทางออนไลน์ของโก โฮลเซลล์"

สำหรับสิทธิประโยชน์ในแคมเปญนี้ ประกอบด้วย 

  • Plus 1: GO BONUS สะสมยอดซื้อรับคูปองเงินสดผ่านแอปฯ GO WHOLESALE มูลค่ารวมสูงสุด 4,000 บาท นอกจากนี้เมื่อใช้จ่ายครบ 20,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ผ่านบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตการ์ด รับ Magic E- Gift Card มูลค่า 500 บาท สำหรับทุกช่องทางการสั่งซื้อ ตั้งแต่วันนี้ - 12 พฤษภาคม
  • Plus 2: ส่วนลดพิเศษสูงสุด 50% จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ 85 แบรนด์ครอบคลุมสินค้าหมุนเวียนเร็วและสินค้าขายดี ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนและสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Plus 3:  กิจกรรม “Amazing Shohuay Solutions สูตรสำเร็จ โชห่วยไทย” ด้วยการเปิดพื้นที่บนโซเชียลมีเดียให้ร้านค้าส่งคลิปรีวิวจุดเด่น พร้อมปักหมุดพิกัดร้านเชิญชวนคนมาซื้อสินค้า “#โชห่วยรีวิวร้าน GO ช่วยโปรโมทให้” ผ่าน TikTok @gowholesaleth อีกทั้งยังจัด Facebook Live ภายใต้คอนเซปต์ Battle Deal ที่เป็นดีลเด็ดจากแบรนด์ดัง ชวนคนโชห่วยเอฟสินค้าราคาดี 4 ครั้ง ครอบคลุม 4 ภูมิภาค 
  • Plus 4: มอบรางวัล “โชห่วย แชมเปี้ยน” ให้ร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกและตั้งอยู่โดยรอบ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา สาขาละ 3 ร้าน รวมทั้งสิ้น 42 ร้านค้า ซึ่งทีมงานโก โฮลเซลล์ จะยกขบวนไปมอบรางวัลรวมมูลค่า 8,000 บาทถึงหน้าร้าน

จุดแตกต่างของแคมเปญนี้ ไม่ได้มีมุขเด็ดแค่เรื่องราคา แต่ยังปล่อยหมัดการช่วย "สร้างรายได้" ผ่านกิจกรรมเปิดพื้นที่ให้ร้านโชห่วยได้ทำการตลาดประชาสัมพันธ์บนเฟซบุ๊ก TikTok ทั้งการรีวิวร้าน ปักหมุดโลเคชันแจ้งพิกัด รวมถึงกิจกรรม Live Commerce ที่เป็นครั้งแรกของการจัดแบบ Battle นำผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ดังมาประชันการลดราคาให้เห็นแบบเรียลไทม์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการค้าส่งไทย

ของใช้จำเป็น สินค้าขายดีประจำโชห่วย

ซันนี่ กล่าวอีกว่า แคมเปญดังกล่าวช่วยให้ธุรกิจเล็กๆ ในชุมชน มีความได้เปรียบทางด้านต้นทุน สามารถสร้างโอกาสทางการตลาด และพัฒนาทักษะดิจิทัล พร้อมรับมือความท้าทายที่เกิดขึ้นได้

ที่น่าสนใจก็คือ สินค้าในกลุ่ม Own Brand กว่า 1,800 รายการ ที่โดดเด่นในเรื่องราคาคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล ซึ่งจะเป็นอีกสินค้าทางเลือกให้ผู้ประกอบการได้นำไปต่อยอดได้อีก ไม่ว่าจะเป็น A- CHOICE ชอยซ์ที่มือโปรมั่นใจ นำเสนอสินค้าในหลายกลุ่ม ทั้ง อาหารสด อาหารแช่แข็ง เครื่องเทศ และเครื่องปรุง อุปกรณ์และของใช้ SUPER SAVE นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารและอาหารพื้นฐาน ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้าผู้ประกอบการมืออาชีพ PRO SAVE เซฟเงิน เซฟธุรกิจ นำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-Food สำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพ โดยเน้นสินค้าในหมวด เคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ทำความสะอาด ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ยังนำสินค้า Own Brand เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ" ของกระทรวงพาณิชย์ด้วย 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการสำรวจรายการสินค้าขายดีประจำร้านค้าโชห่วย พบว่า อันดับหนึ่งคือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อันดับสองคือกลุ่มเครื่องปรุงและของใช้ในครัวเรือนต่างๆ  อันดับสามคือกลุ่มสินค้าแบ่งขายหรือขนาดเล็ก อาทิ ของใช้ส่วนตัวแบบซอง กาแฟ น้ำยาซักผ้า ฯลฯ โดยในกลุ่มอาหารมีการแบ่งขายใส่ตู้แช่แข็ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในชุมชน

เคล็ดลับจากคนทำโชห่วย

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา หลายคนมีความกังวลว่า โชห่วยกำลังจะหายไปจากสังคมไทย และถูกแทนที่ด้ายร้านสะดวกซื้อที่เปิดขึ้นมาอย่างถี่ยิบในทุกพื้นที่ แต่ความเป็นจริงแล้ว ทุกวันนี้ ทุกชุมชน ตรอก ซอก ซอย หมู่บ้านต่างๆ ยังมีร้านโชห่วยอีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังครองหัวใจคนในชุมชนอยู่อย่างเหนียวแน่น

เจ้าของร้าน "อ้วนพละ" จังหวัดอุดรธานี บอกเคล็ดลับการทำโชห่วยมานานว่า ต้องดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว จนสนิทกันทั้งชุมชน ส่วน เจ้าของร้าน "จำรัส"  จังหวัดระยอง บอกว่า ร้านเราเน้นตั้งราคาให้เป็นมิตรกับลูกค้า มีสินค้าครบทุกอย่าง ซึ่งโชห่วยอีกหลายๆ ร้านที่เป็นสมาชิกของ โก โฮลเซลล์ ก็พูดทำนองเดียวกัน

"ความเข้าใจลูกค้าในชุมชน"
"การสรรหาสินค้ามาจำหน่ายในราคาประหยัด"
"ความครบครันของสินค้า"

หลากหลายเคล็ดลับที่ลูกค้าผู้ประกอบการโชห่วยของ โก โฮลเซลล์ บอกมาล้วนสะท้อนให้เห็นว่า ร้านค้าเล็กๆ ที่อยู่รอดมาได้อย่างยาวนาน ต่างมีทักษะที่เหมือนกันนั่นคือ "ปรับตัวเก่ง"

แม้ในช่วงวิฤติน้ำมัน ที่ทุกคนต้องเผชิญการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การสรรหาสินค้าที่ราคาคุ้มค่า มาจำหน่ายคนในชุมชนยังเป็นภารกิจที่ "คนโชห่วย" ทิ้งไม่ได้ เพราะเมื่อทำธุรกิจกับคนในชุมชน ก็มักรู้ดีว่า ยามสถานการณ์ค่าครองชีพพุ่งเช่นนี้ทุกบาททุกสตางค์ของลูกค้าทุกคนจึงมีค่า ถ้าคนในชุมชนอยู่ไม่ได้ ร้านโชห่วยก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน!

โก โฮลเซลล์ จัดแคมเปญ 'โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2' เพื่อคนตัวเล็กในจังหวะที่ใช่สู้วิกฤติน้ำมัน