"น้ำมันปาล์ม" ไม่ได้จบแค่ไบโอดีเซล EA -บพข. ดันนวัตกรรม Bio-PCM เปิดเวทีเฟ้นหานักนวัตกรรมรุ่นใหม่ชิงรางวัลกว่า 2 แสน
ในวันที่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรมพลังงานแบบเดิม โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยที่มีเกษตรกรชาวสวนปาล์มกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน จะทำอย่างไรให้ผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ไม่ไร้มูลค่า คำตอบอาจอยู่ที่ "สารเปลี่ยนสถานะ" หรือ Bio-PCM นวัตกรรมอัจฉริยะที่กำลังจะเปลี่ยนน้ำมันปาล์มให้กลายเป็นเกราะกันความร้อนระดับโลก
วิกฤติสภาพภูมิอากาศและทิศทางพลังงานสะอาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว
ฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อทำไบโอดีเซล (B100) มีแนวโน้มจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า หากไทยยังยึดติดกับการใช้ปาล์มน้ำมันในรูปแบบเดิม เกษตรกรกว่า 1.1 ล้านครัวเรือนจะต้องเผชิญกับภาวะราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Bio-PCM: นวัตกรรมเปลี่ยนโลกจากห้องแล็บไทย ด้วยเหตุนี้ บริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช (GTR) ในเครือ EA จึงได้พัฒนา Bio-PCM (Bio-Phase Change Material) ซึ่งเป็นสารเปลี่ยนสถานะจากวัตถุดิบชีวภาพ โดย EA ถือเป็นผู้จดสิทธิบัตรรายแรกและรายเดียวในไทยเทคโนโลยีนี้ทำหน้าที่เสมือน "แบตเตอรี่ความร้อนจากพืช" ที่สามารถกักเก็บและปลดปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ การประยุกต์ใช้งานนั้นกว้างขวางและน่าทึ่ง
- อุตสาหกรรมก่อสร้าง: ผสมในผนังหรือวัสดุก่อสร้างเพื่อดูดซับความร้อนในตอนกลางวัน ช่วยให้ตัวอาคารเย็นลงและลดการใช้เครื่องปรับอากาศ
- การขนส่งอัจฉริยะ: ใช้ในกล่องเก็บอุณหภูมิสำหรับขนส่งอาหาร ยา หรือวัคซีนที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิที่เข้มงวด
- สิ่งทอแห่งอนาคต: พัฒนาเป็นเสื้อผ้าอัจฉริยะที่ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้สมดุล ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะอากาศร้อนหรือเย็น
จากหิ้งสู่ห้าง รายได้จริง 100 ล้านบาท ฉัตรพลเน้นย้ำว่า Bio-PCM ไม่ได้เป็นเพียงงานวิจัยที่อยู่บนหิ้ง แต่สามารถสร้างรายได้จริงจากการส่งออกไปขายยังประเทศที่มีความผันผวนของอุณหภูมิสูง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป โดยปัจจุบันมียอดส่งออกเกือบ 1,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท สิ่งนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่านวัตกรรมจากคนไทยสามารถแข่งขันในระดับสากลและตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน Bio-Circular-Green Economy ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน รศ.ดร. กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) กล่าวเสริมว่า บพข. ได้ร่วมเดินทางกับ EA และ GTR มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ภารกิจสำคัญคือการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นผลกำไรทางเศรษฐกิจ และเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปาล์มน้ำมันไทยให้ไกลกว่าที่เคยเป็นมา โอกาสของคนรุ่นใหม่ในโครงการ “Up the Phase. Upgrade the World” เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ บพข. และ EA จึงได้เปิดตัวโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และความคิดสร้างสรรค์ “Up the Phase. Upgrade the World: สารเปลี่ยนสถานะสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต” เพื่อชวนนักศึกษา นักวิจัย และนักนวัตกรรมมาร่วมปล่อยของผ่าน 3 ประเภทการแข่งขัน
- Bio-PCM Frontier Tech: มุ่งเน้นงานวิจัยหรือเทคโนโลยีขั้นสูง
- The Future Maker: สำหรับผลงานสิ่งประดิษฐ์หรือชิ้นงานต้นแบบที่ใช้งานได้จริง
- Next-Gen Visionary: เวทีสำหรับไอเดียธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพในอนาคต
ผู้ชนะในโครงการนี้จะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมโอกาสสำคัญในการนำผลงานไปต่อยอดร่วมกับภาคอุตสาหกรรมจริง การประกาศผลจะมีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในงาน อว.แฟร์ 2569
กำหนดการและช่องทางการสมัคร สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 24 พ.ค. 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page ของ บพข. (pmuc.researchfunding) หรือ Energy Absolute
นี่ไม่ใช่เพียงการประกวดนวัตกรรม แต่คือการสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย โดยเปลี่ยนจาก "ผู้ตาม" ในเทคโนโลยีต่างชาติ มาเป็น "ผู้นำ" ในการใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นสร้างนวัตกรรมที่โลกต้องการ





