ผ่ากลยุทธ์ "Aura Wellness" อาณาจักร Beauty & Wellness สวนกระแสเศรษฐกิจ โกยรายได้ 1,746 ล้าน โต 11 เท่าใน 4 ปี
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย อุตสาหกรรมความงามและสุขภาพของไทยกลับยังคงเติบโต โดยเฉพาะ Aura Wellness ที่สามารถเร่งเครื่องทำผลงานสวนกระแสได้อย่างโดดเด่น จากงบการเงินปี 2568 บริษัทสามารถทำรายได้รวมทะลุ 1,746 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยถึง 81% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 11 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี ควบคู่ไปกับกำไรสุทธิ 214 ล้านบาท เติบโตขึ้น 74% จากปีก่อนหน้า
ความสำเร็จของ Aura Wellness ไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการวางโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งภายใต้ปรัชญา “โตด้วยระบบและคนในองค์กร” โดยมีกลยุทธ์แกนหลักที่ผลักดันความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นขยายการเติบโตแบบ “หลายทาง ไม่พึ่งตลาดเดียว” (Diversified Brand Portfolio) Aura Wellness ได้ทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่การเป็น Group Holding ที่มีธุรกิจในเครือครอบคลุมทั้งแนวกว้างและแนวลึก ได้แก่
Aura Bangkok Clinic: แบรนด์เรือธงที่มี 18 สาขา ยกระดับบทบาทสู่การเป็น Medical Hub เพื่อรองรับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติรับเทรนด์ Medical Tourism พร้อมทั้งเริ่มสยายปีกสู่ภูมิภาคด้วยสาขาแรกที่ จ.อุดรธานี เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน
Aura Xpress: เครื่องยนต์เติบโตใหม่ (New Growth Engine) เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยคอนเซปต์ เน้นบริการแบบ Self-Service และไม่มีเซลล์กดดันขายคอร์ส ซึ่งสร้างรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทในเวลาไม่ถึงครึ่งปี และ AURASOL ธุรกิจสปาพรีเมียมใจกลางสาทร เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร
นอกจากนี้ยังมี Economy of Scale และ Operating Leverage Aura Bangkok Clinic มียอดขายต่อสาขาสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 3 เท่า และรักษาการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเปิดสาขาใหม่ การเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดยังทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองต้นทุนเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์แท้สูงขึ้น นอกจากนี้ การดึงกระบวนการจัดฝึกอบรม (Training Center) มารวมศูนย์ทำเองโดยไม่ผ่านคนกลาง ทำให้คุมต้นทุนการบริหารได้ ส่งผลให้เกิด Operating Leverage เมื่อธุรกิจขยายตัว สัดส่วนค่าใช้จ่ายจึงเล็กลงเมื่อเทียบกับรายได้ที่โตขึ้น
การลงทุน "ระบบหลังบ้าน" ให้พร้อมสเกล (Robust Backend Technology) การขยายตัว 11 เท่าใน 4 ปี อาศัยโครงสร้างเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง Aura Wellness จับมือกับ Bluebik นำระบบ ERP ระดับโลกอย่าง SAP HANA เข้ามาใช้บริหารทรัพยากรข้อมูลและการเงินของทุกแบรนด์ในเครือ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี RFID ควบคุมคลังสต๊อกยาและเครื่องมือแพทย์มูลค่าสูง ช่วยลดความสูญเสีย และใช้ระบบ POS ที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกสาขาให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ
ที่สำคัญการเป็น ออฟฟิศในฝัน (Employer of Choice) ถูกขับเคลื่อนโดยทีมงานสำนักงานใหญ่กว่า 200 คน บริษัทมีสวัสดิการที่ดูแลพนักงานรอบด้านเพื่อสะท้อนความเข้าใจคนรุ่นใหม่และความหลากหลายทางเพศ เช่นสนับสนุบงบประมาณชุดทำงาน (Professional Look), สวัสดิการฉีดหน้า, อาหารกลางวัน, ออกกำลังกายเบิกค่าฟิตเนส, ตลอดจนสวัสดิการช่วยเหลือการมีบุตรและค่าเทอมบุตร สิ่งเหล่านี้ทำให้ Aura Wellness คว้ารางวัล The Most Attractive Employer (ออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่) จากเวที Future Trends Awards ถึง 2 ปีซ้อน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Aura Wellness "เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์" กล่าวว่าความสำเร็จในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวที่ใหญ่กว่า เขาเชื่อว่า ยุคนี้แค่ผู้บริหารเก่งคนเดียวไม่พอ ทีมเราต้องเก่งไปด้วยกันเพราะการทำธุรกิจ คือ การมองระยะยาว เพราะฉะนั้น จะไม่ได้มองตัวเลขกำไรขาดทุนแค่ปีต่อปี แต่มองระยะ 10-20 ปี
เขาเชื่อด้วยโครงสร้างแบรนด์ที่ครอบคลุม ระบบหลังบ้านที่ได้มาตรฐานสากล และทีมงานที่แข็งแกร่ง ทำให้ Aura Wellness มีความพร้อมเต็มที่ในการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานความโปร่งใส เพื่อมุ่งสู่การก้าวขึ้นเป็นอาณาจักร Beauty & Wellness ระดับหมื่นล้านบาท Wellness Destination ของไทยได้อย่างยั่งยืน





