บางกอกกล๊าส ร่วมกับ เทศบาลเมืองบึงยี่โถ มอบ 'สถานีรับซื้อขยะรีไซเคิลอัจฉริยะ' เพิ่ม 11 แห่ง ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน
กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส หรือ BG ร่วมกับ เทศบาลเมืองบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการขยะรีไซเคิลอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการขยายโครงการ "Buengyitho Smart Recycle สถานีรับซื้อขยะรีไซเคิลเพื่อชุมชน" ซึ่งได้ส่งมอบสถานีเพิ่มอีก 11 แห่ง ในงาน BG Green Plus Day เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนในพื้นที่ได้ครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนการประสานพลังของภาคท้องถิ่นและภาคเอกชนในการยกระดับระบบจัดการขยะผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ชุมชนสามารถนำขยะรีไซเคิลมาที่สถานี พร้อมรับคะแนนสะสมผ่านแอปพลิเคชัน Glean ซึ่งช่วยกระตุ้นการแยกขยะที่ต้นทางอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความเข้าใจว่า “ขยะมีค่า” สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้จริง ปัจจุบันมีสถานีรวม 25 แห่ง ในเขตเทศบาลและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงการรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น และร่วมกันสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส กล่าวว่า บริษัทในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดขวดแก้วในประเทศไทยประมาณ 40% ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับการนำกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียน พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้ซ้ำในทุกมิติของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
"ในกระบวนการต้นน้ำ เราใช้กลยุทธ์ Zero Waste โดยหมุนเวียนวัสดุและนำกลับมาใช้ซ้ำ พร้อมทั้งนำพลังงานความร้อนจากเตาหลอมกลับมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ โดยเฉพาะขวดแก้ว บางกอกกล๊าสผลิตประมาณ 1 ล้านตันต่อปี และสามารถรวบรวมขวดกลับมาเพื่อนำไปหลอมใหม่ได้ราว 700,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 70% หากรวมขวดแก้วที่ผ่านการทำความสะอาดและนำกลับไปบรรจุใหม่ด้วยแล้ว จะพบว่าขวดแก้วเกือบ 100% สามารถกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนได้อีกครั้ง นอกจากนี้ การใช้เศษแก้วในสัดส่วนที่มากขึ้นในการหลอมผลิตใหม่ยังช่วยลดพลังงานที่ใช้ในกระบวนการหลอมละลายอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ Win–Win ทั้งต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม"
ศิลปรัตน์ อธิบายต่อว่า ปัจจุบันบางกอกกล๊าสได้ร่วมสนับสนุน โครงการ Buengyitho Smart Recycle เป็นปีที่สอง โดยเน้นดำเนินงานในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานของบริษัท แต่ละสถานีจัดตั้งขึ้นเป็นจุดรวบรวมขยะจากครัวเรือนในชุมชน ซึ่งประชาชนสามารถนำขยะมาที่สถานีและสแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน Glean เพื่อรับคะแนนสะสม สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลหรือเปลี่ยนเป็นมูลค่าเงินได้ ระบบแอปพลิเคชันดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือกับ Glean Thailand เมื่อขยะถูกรวบรวมแล้ว บริษัทคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจรับซื้อของเก่าจะทำหน้าที่คัดแยกและส่งต่อให้โรงงานหรือบริษัทต่างๆ สำหรับขวดแก้วนั้นจะถูกส่งกลับเข้าสู่โรงงานของบางกอกกล๊าส เพื่อนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลและผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่อีกครั้ง
"เรามีแผนขยายโครงการไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีโรงงานของ บางกอกกล๊าส ตั้งอยู่ ซึ่งมีราว 7-8 พื้นที่ เช่น ขอนแก่น นครปฐม อยุธยา ราชบุรี และปราจีนบุรี บริษัทคาดหวังว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ จะร่วมขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยมีจุดรวบรวมขยะที่เข้าถึงประชาชนได้ในระดับชุมชน คล้ายกับที่พบในหลายหมู่บ้านของทวีปยุโรป"
ด้าน นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการจัดการขยะในพื้นที่ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ 35,000 คน โดยระบุว่า ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมีมากกว่า 100 ตัน ซึ่งการจัดการปัญหานี้เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากต้องใช้บุคลากรและเครื่องมือจำนวนมาก โดยเฉพาะรถจัดเก็บขยะ
"ทางเทศบาลตระหนักว่า หากมีการคัดแยกขยะก่อน จะช่วยลดปริมาณขยะลงได้ จึงได้ร่วมมือกับทางบางกอกกล๊าส ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน นำตู้แรกเข้ามาติดตั้งในพื้นที่ จนปัจจุบันมีการเพิ่มจำนวนตู้รีไซเคิลเป็น 25 ตู้แล้ว ผลลัพธ์ที่สำคัญคือ ปริมาณขยะอย่างน้อย 30,000 ตัน ได้หายไปในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากขยะเหล่านั้นเข้าสู่ระบบรีไซเคิล โดยขยะจำนวนนี้หากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำไปทิ้ง อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่ารถและค่าจัดการเป็นจำนวนหลายแสนบาท"
เป้าหมายสำคัญคือการปรับเปลี่ยนมุมมองของคนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ปัจจุบันจะมีการคัดแยกขยะในปริมาณมาก เดือนหนึ่งนับเป็นหลายร้อยตัน แต่ขยะไม่สามารถหายไปได้ทั้งหมด สิ่งที่ต้องการคือให้เหลือเพียง "ขยะที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ" ส่วนที่เหลือควรถูกนำกลับมาสร้างประโยชน์และต่อยอดเป็นโอกาสในการสร้างอาชีพให้กับชุมชน
นายภาคภูมิ แสวงกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Glean Thailand กล่าวว่า เป้าหมายคือการเพิ่มปริมาณขยะสู่วงจรนำกลับไปใช้ให้มากขึ้น โดยต้องขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ผ่าน Digital Platform มาเชื่อมโยงการบริหารจัดการขยะ ระบบดังกล่าวช่วยแก้ปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บ ทำให้ชุมชนสามารถนำขยะมาที่สถานีได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและคนเฝ้า
"ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ปริมาณขยะที่ทิ้งและประเภทขยะที่คัดแยก ทั้งยังสามารถสะสมแต้มเพื่อแลกเป็นเงินหรือสิ่งของได้ นอกจากนี้ ระบบยังช่วยให้การเก็บขยะมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยรถจัดเก็บสามารถรู้ได้ว่าควรไปเก็บที่จุดใดบ้าง เพื่อให้ต้นทุนในการจัดเก็บต่ำที่สุด"
ความร่วมมือของทุกภาคส่วนนี้ทำให้เห็นว่า การจัดการขยะรีไซเคิล ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการสร้างคุณค่าและจุดเริ่มต้นของมูลค่าใหม่ที่เกิดขึ้นจริงให้กับชุมชนและคนในพื้นที่





