วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

เจริญกรุง 103 กับโมเดล "พื้นที่อิ่มสุข" ให้อาหารเป็นมากกว่าการกิน แต่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมผู้คน เปิดโอกาสให้พูดคุยและเรียนรู้กันใหม่ จนเห็นชัดว่าอาหารไม่ได้แค่อิ่มท้อง แต่ช่วยเยียวยาความสัมพันธ์และหัวใจของชุมชนเมือง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

ความรุนแรง แอลกอฮอล์ ยาเสพติด ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรพอเพียง ตลาดสีเขียว คีย์เวิร์ดเหล่านี้อาจดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ในวันนี้กลับถูกเรียงร้อยเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น จนกลายเป็นเรื่องราวเดียวกันของชุมชนเล็กๆ ริมน้ำเจ้าพระยา ที่ชื่อว่า "เจริญกรุง 103" พื้นที่แห่งนี้กำลังเปิดบทสนทนาเรื่องปากท้อง ที่เชื่อมโยงไปถึงความปลอดภัยในบ้าน และต่อยอดไปสู่ศักดิ์ศรีของการมีชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ผ่านสิ่งพื้นฐานที่สุดอย่าง "อาหาร" เรื่องราวของเจริญกรุง 103 เป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นว่า "อาหาร" ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงหล่อเลี้ยงท้อง แต่กลายเป็นยารักษาแผลใจของชุมชนเมือง

สวนหลวง เจริญกรุง เสน่ห์แห่งวันวานที่ยังมีลมหายใจ

ชุมชนสวนหลวง เจริญกรุง คือชุมชนไทยมุสลิมกลางกรุงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รากเหง้าของผู้คนมาจากพี่น้องมุสลิมเชื้อสายปัตตานีและไทรบุรีที่อพยพเข้ามาปักหลัก ตั้งถิ่นฐาน และถักทอวิถีชีวิตของตนเองไว้กับสายน้ำเจ้าพระยา

หากเดินลึกเข้ามาในซอยเจริญกรุง 103 จะพบว่าร่องรอยของวันวานยังคงปรากฏอยู่รอบตัว ตั้งแต่เรือนไม้เก่าสมัยรัชกาลที่ 6 มัสยิดอัล-อะติ๊ก มรดกแห่งศรัทธาที่ตั้งตระหง่านมากว่าสองร้อยปี โรงเรียนรักษาราชวิตร สะพานช้าง ไปจนถึงหางเสือเรือไม้เก่าแก่ที่ยังฝังอยู่ในคลองสวนหลวง แต่เสน่ห์ของชุมชนแห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่สถาปัตยกรรมหรือเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ หากยังมี "ทุนวัฒนธรรมด้านอาหาร" ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

เมื่อประมาณ 13 ปีก่อน ชุมชนเริ่มจัดตั้ง "ตลาดเจริญกรุง 103" ตลาดเล็กๆ ที่เปิดทุกวันเสาร์–อาทิตย์ อาหารจากครัวหลังบ้านของสมาชิกกว่า 70 ครัวเรือนถูกนำมาวางขายเคียงกัน ทั้งของคาวและของหวานสูตรดั้งเดิมของชาวมุสลิมริมคลอง ตลาดแห่งนี้ค่อยๆ กลายเป็นพื้นที่นัดพบของคนในชุมชน คนย่านใกล้เคียง และผู้มาเยือน

เปลี่ยนพื้นที่เปราะบาง ให้เป็น "พื้นที่อิ่มสุข"

การอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ถูกมองว่าเจริญ ไม่ได้หมายความว่าทุกชีวิตจะเข้าถึงความมั่นคงเสมอไป คนเมืองจำนวนมากกำลังเผชิญวิกฤติซ้อนทับทั้งปัญหาปากท้อง ความรุนแรงในครอบครัว และคุณภาพชีวิตที่ถดถอยข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า คนเมืองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงถึง 48.8% ของรายได้ ขณะที่พื้นที่สีเขียวสำหรับผลิตอาหารเองมีเพียง 5.62%

ขณะเดียวกัน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวยังคงน่ากังวล โดยในปี 2567 มีผู้หญิงเสียชีวิตจากความรุนแรงถึง 797 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 2 คน โดยมีแอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ

ชุมชนสวนหลวงก็เผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน ทั้งแอลกอฮอล์ ยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว และข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่ทำให้ขาดแคลนอาหารคุณภาพ

แนวคิด "พื้นที่อิ่มสุข" นวัตกรรมใหม่ทางสังคมที่ สสส. ให้การสนับสนุนตามแนวคิดจากวิกฤติเมือง DESIGN S/O/S (Sustainable Future) โดยสร้างกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็งพร้อมรับมือปัญหาซับซ้อนของเมืองใหญ่ จึงเป็นโมเดลที่ สสส. ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และมูลนิธิชีววิถี ผนึกกำลังกับสมาชิกในชุมชน เพื่อนำมาบูรณาการในพื้นที่แห่งนี้

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

ความมั่นคงทางอาหาร ในพื้นที่ 1.5 ตารางเมตร

แม้จะเป็นชุมชนแออัด แต่ เจริญกรุง 103 กลับสร้างนวัตกรรมเกษตรฉบับคนเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสวนในตะกร้า การปลูกผักแนวตั้ง และการฟื้นฟูพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสวนสมุนไพร ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่เพียง 1.5 ตารางเมตร แต่สามารถช่วยให้ครัวเรือนลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้ราว 300–500 บาทต่อเดือน พร้อมลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) จากการเข้าถึงอาหารปลอดภัย

ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ความมั่นคงทางอาหารคือสิทธิพื้นฐาน ที่เชื่อมโยงทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต หัวใจคือการทำให้ชุมชนจัดการระบบอาหารได้ตลอดห่วงโซ่

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

เมื่ออาหารกลายเป็นยารักษาความรุนแรง

ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หากแต่มีรากลึกจากโครงสร้างความคิดแบบชายเป็นใหญ่ที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน

หัวใจของโมเดล "พื้นที่อิ่มสุข" อยู่ที่การใช้ ครัวและพื้นที่บ้าน เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง แนวคิดชายเป็นใหญ่ซึ่งเคยกำหนดว่าใครควรทำอะไร ถูกท้าทายผ่านกิจกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อการทำอาหาร การปลูกผัก และการดูแลพื้นที่ กลายเป็นกิจกรรมร่วมกันของทุกคนในบ้าน โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย

โครงการนี้ไม่ได้มองอาหารเพียงในมิติของการบริโภค แต่ใช้ "พื้นที่อาหาร" เป็นเครื่องมือทางสังคมในการเชื่อมโยงผู้คน เปิดบทสนทนา และท้าทายโครงสร้างความคิดเดิมๆ

เมื่อผู้คนได้ลงมือทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน พื้นที่ที่เคยเสี่ยงต่อความรุนแรง ก็เริ่มกลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต มีแสงสว่าง  จากกิจกรรมด้านอาหารในชุมชนที่ถูกออกแบบให้ทุกคนมีบทบาทอย่างเท่าเทียม ผู้ชายได้เข้าครัว ผู้หญิงออกมาจัดการตลาด เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ จากการลงมือทำจริง พื้นที่เล็กๆ เหล่านี้ อาจดูเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน แต่กลับส่งผลลึกถึงโครงสร้างความคิด แรงปะทะในบ้านจึงค่อยๆ ลดลง 

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

ข้าวไข่เจียวอิ่มสุข พื้นที่สร้างงาน-เยียวยาใจ

อังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เล่าว่า การนำประเด็นอาหารมาผูกกับความรุนแรงในครอบครัว เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเยียวยาความสัมพันธ์ของผู้คนได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่าง ร้านข้าวไข่เจียวอิ่มสุข ที่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารราคาย่อมเยา แต่เป็นพื้นที่สร้างงานและเยียวยาจิตใจให้ผู้ที่ต้องการลด ละ เลิกเหล้า ได้กลับมายืนในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

ชุมชนสวนหลวง 1 มีประเด็นปัญหาความรุนแรงและปัญหาสุรา ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลที่เน้นการลดเหล้าลดความรุนแรง โดยเราเริ่มจากการสร้างกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความรุนแรงและสุรา เพื่อเป็นพื้นที่ให้พวกเขาได้ลดละเลิกการดื่มและจัดการกับปัญหา เมื่อสมาชิกสามารถลดละเลิกได้ พวกเขาจะมีความรู้สึกว่างเปล่าและไม่รู้จะจัดการชีวิตอย่างไรต่อไป

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

"เราพบว่าผู้ชายหลายคนมีปัญหาสุขภาพจากการดื่มสุรา ทำให้ประเด็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอาหารเข้ามามีบทบาท แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ในเมือง โครงการจึงเน้นการทำเกษตรพื้นที่แนวตั้ง โดยได้รับองค์ความรู้จากชีววิถีในเรื่องการปลูกและจัดการดิน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ การเพาะปลูกเป็นกิจกรรมที่ช่วยเยียวยาจิตใจของผู้เข้าร่วม เกิดกิจกรรมการแบ่งปันพืชผักที่ปลูก เช่น การนำไปบริจาคหรือให้คนในชุมชนมาหยิบใช้ฟรี สร้างความเอื้อเฟื้อและความเป็นชุมชน"

นอกจากนี้ กิจกรรมเกษตรดึงดูดคนในชุมชนที่ไม่ได้มีปัญหาความรุนแรงหรือสุขภาพโดยตรงเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้กิจกรรมไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่มเปราะบาง

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

"สมาชิกในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากอาหารที่ปลูกเอง ผู้เปราะบางสามารถค้นพบและดึงศักยภาพของตนเองออกมาทำประโยชน์ให้กับชุมชนในด้านอื่นๆ เช่น การทำอาหาร หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ  ชุมชนก็จะเข้มแข็งขึ้น สามารถดูแลกลุ่มคนเปราะบางต่อไปได้"

เสียงจากตัวแทนชุมชน จิตรลัดดา แสงน้อยอ่อน ประธานตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 เล่าที่มาของการจัดกิจกรรมตลาดว่า ชุมชนเริ่มต้นจากการเผชิญปัญหาทางสังคม ทั้งกลุ่มเยาวชนเสี่ยงและภาวะการว่างงานของคนวัยทำงาน จึงได้นำต้นทุนทางภูมิปัญญาด้านอาหารและน้ำใจของคนในพื้นที่มาเป็นทางออก ด้วยการเปิดบ้านเป็นตลาดวัฒนธรรมที่สร้างรายได้หลักให้กับครัวเรือนอย่างมั่นคง การตอบรับที่ดีของตลาด ทำให้สมาชิกมีรายได้ และกลายเป็นรายได้หลักของหลายบ้านเลย บางบ้านสามารถที่จะแบบเอาเงินรายได้ที่ขายหน้าบ้านแต่ละวันมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว

เป้าหมายต่อไปจิตรลัดดา กล่าวว่า ชุมชนแห่งนี้กำลังมีแผนที่จะพัฒนาตลาดให้เป็นตลาดวัฒนธรรม โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรมของชุมชน เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต

บทเรียนความเข้มแข็งจากเจริญกรุง 103

รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุน สสส. ระบุว่า ปัจจัยความสำเร็จสำคัญของ เจริญกรุง 103 คือการสร้างนิเวศสิ่งแวดล้อมแห่งความสุข สวนหลวง 1 มีการเรียนรู้การจัดการปัญหาความรุนแรงในชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีสถิติสูง โดยผู้นำชุมชนพยายามเข้าไปศึกษาแต่ละบ้าน โดยมีเป้าหมายคือการแก้ไขปัญหาอคติระหว่างหญิงชาย โดยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ผ่านแนวคิดการจัดการกับปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดจากความเครียด ผู้ที่ผ่านการอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาสร้างอาหารในชุมชน ซึ่งผลพลอยได้คือการสร้างสรรค์อาหารเพื่อบริโภค การสร้างสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน และสร้างรายได้ให้ชุมชน จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ถอดรหัสเจริญกรุง 103 เมื่อ 'สำรับอาหาร' ช่วยเยียวยาแผลใจคนเมือง

"ปัจจุบันชุมชนบรรลุข้อตกลงต่อสัญญาเช่า 15 ปีจากสำนักงานพระคลังข้างที่ ทำให้มีความมั่นใจว่า จะสามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมได้ ไม่เพียงแต่ลดความเครียดสะสมที่นำไปสู่ปัญหาแอลกอฮอล์และความรุนแรง แต่ยังเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้คนในชุมชนคนในชุมชนมีแรงกายแรงใจที่จะลุกขึ้นมาพัฒนาบ้านเกิดและดูแลกันและกันอย่างยั่งยืน กล้าที่จะลงทุนปลูกผักสร้างแหล่งอาหาร และพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน เพราะพวกเขารู้สึกว่านี่คือบ้านที่มั่นคงและปลอดภัยอย่างแท้จริง"

วันนี้ เจริญกรุง 103 คืออีกห้องทดลองทางสังคมกลางกรุง ที่ยืนยันว่าการพัฒนาเมืองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงสร้างขนาดใหญ่ หากเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง "อาหาร" เพราะเมื่อ "ท้องอิ่มใจจะสุข และบ้านจะปลอดภัย" และที่สำคัญชุมชนต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้จัดการระบบอาหารและปัญหาของตนเอง ความเข้มแข็งก็จะงอกงามจากภายใน