background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์

บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์

"บุหรี่ไฟฟ้า" ภัยร้ายใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์ ที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันมีการออกแบบรูปลักษณ์ กลิ่น ให้น่าสนใจมากขึ้น แต่โทษจากนิโคตินยังไม่ลด แถมส่งผลให้มีโอกาสติดได้มากกว่าเดิม

บ่อยครั้งที่เราอาจมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่าง พวงกุญแจ ลิปสติก ปากกา นาฬิกา หรือตุ๊กตาที่ลูกพกพาอยู่จนลืมคิดไปว่าของเหล่านั้น อาจจะเป็น บุหรี่ไฟฟ้า ที่แปลงกายในรูปลักษณ์ใหม่ ที่ผู้ผลิตได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์แพ็กเกจจิงที่โดนใจ กลิ่น หรือรสชาติที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดกลุ่มเยาวชน และการกระจายไปยังวงกว้าง ซึ่งผลจากการศึกษาทั้งในด้านข้อมูลส่วนวิชาการและจากทิศทางการทำตลาดของบุหรี่ไฟฟ้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พบความจริงที่ว่า วันนี้ลูกหลานของเราอาจกำลังถูกมอมเมาหรือคุกคามด้วยบุหรี่ไฟฟ้าอย่างไม่รู้ตัว

บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์

เกมรุกบุหรี่ไฟฟ้าในฟิลิปปินส์

แรกเริ่มเดิมที หลายฝ่ายพยายามผลักดันการเข้ามาของ บุหรี่ไฟฟ้า ด้วยเหตุผลที่ว่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ที่สูบบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า ได้กลุ่มเป้าหมายสำคัญอย่างกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ หรือกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่

ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ได้ถูกบิดเบือนโดยผู้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลส่วนหนึ่งได้มาจากเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในงานประชุมวิชาการ บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 21 ที่จัดขึ้นโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ควบคุมยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566 ผ่านมา เพื่อตอกย้ำว่า ปัญหาหรือสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่นั้นไม่ได้เกิดเฉพาะในไทย แต่เกมโกงของผู้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ากำลังแฝงตัวอยู่แทบทุกมุมโลก แม้ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายชิ้นที่เสนอข้อมูลสอดคล้องกันว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เยาวชนสูบบุหรี่มากขึ้น แต่หลายฝ่ายก็ยังคงไม่เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าคือมหันตภัยใกล้ตัวเยาวชน บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์

Dr. Dorotheo Ulyses ผู้อำนวยการ SEATCA จากฟิลิปปินส์ เผยถึงกลยุทธ์และความพยายามของธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า กับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นกลุ่มเยาวชนว่า กระบวนการด้าน การตลาดบุหรี่ไฟฟ้า มีการดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการและในทุกช่องทาง นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า อาทิ การใช้รสและกลิ่นของผลไม้ หรือมาในรูปลักษณ์ขนมที่ดึงดูดใจและการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย ยังมีการผลักดันการลดการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ในระดับนโยบาย การเข้าถึงบุคลากรหรือหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง ไปจนถึงการสร้างช่องทางประชาสัมพันธ์ รวมถึงการสื่อสารข้อมูลที่สร้างความบิดเบือนเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า โดยที่ผ่านมามีทั้งการแทรกแซงไปในวงการสื่อ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลที่เข้าถึงตัวเยาวชนมากขึ้น อีกทั้งยังแทรกแซงการทำงานของฝ่ายที่ต้องการรณรงค์ให้มีการแบนผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าและ นิโคติน อย่างไม่ลดละ

Dr. Dorotheo ยังเปิดเผยต่อว่า มีผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าบางรายที่ยังแฝงมาในนามองค์กรรณรงค์ที่มีเป้าหมายสนับสนุนให้มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ขณะเดียวกันความอ่อนแอส่วนหนึ่งเกิดจากการที่บุคลากรด้านสาธารณสุขหรือผู้ที่เคยทำงานด้านวิชาการบุหรี่เองก็หันไปเป็นกระบอกเสียงให้กับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ที่ใช้กลยุทธ์สำคัญคือการให้เงินทุนสนับสนุนการทำงานวิจัย โดยพยายามนำเสนอข้อมูลขัดแย้งว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าหรือทดแทนบุหรี่จริงได้

ยิ่งไม่แบน ยิ่งเพิ่ม

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมนำเสนอข้อมูลสถานการณ์และอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนในประเทศต่างๆ ระหว่างประเทศที่แบนและไม่แบนบุหรี่ไฟฟ้า จากรายงานของ WHO ในปี 2021 ที่แสดงจำนวนประเทศที่ แบนบุหรี่ไฟฟ้า ทั่วโลกทั้งหมด 32 ประเทศ แต่จากการติดตามสถานการณ์และสำรวจพบว่า ในปัจจุบันมีประเทศแบนเพิ่มขึ้นกว่า 40 ประเทศทั่วโลก 

อย่างไรก็ดี เมื่อเจาะลึกด้านพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน ในรายงาน Global Use Tobacco Survey สรุปว่าใน 75 ประเทศทั่วโลก สำรวจการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มอายุ 13-15 ปี พบว่ารู้จักบุหรี่ไฟฟ้า 56.7% และเคยสูบ 20% ส่วนปัจจุบันที่ยังสูบอยู่มี 10.9%

นอกจากนี้ มีการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประเทศที่แบนบุหรี่ไฟฟ้า 100% พบว่า อัตราผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า 5.6% ขณะที่ประเทศไม่แบน แต่ใช้มาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าทางใดทางหนึ่งมีอัตราผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเฉลี่ย 13-15% หรือมากกว่าประเทศที่แบนสามเท่า รวมถึงมีอัตราการสูบในกลุ่มเยาวชนต่ำกว่า รวมถึงข้อมูลที่สะท้อนว่าการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้มีอัตรานักสูบเพิ่มขึ้นชัดเจน ยังพบข้อมูลนี้ในประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วย

ในการสำรวจ International Tobacco Control Evaluation Program มีการเสนอผลการวิจัยเมื่อเดือนมีนาคม 2023 เป็นการเปรียบเทียบสถานการณ์ สูบบุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มเยาวชนอายุ 16-19 ปี ในสามประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย อเมริกา อังกฤษ แคนาดา พบว่า มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในอังกฤษ

"สำหรับประเภทบุหรี่ไฟฟ้าที่เด็กสูบมากที่สุดมีแนวโน้มเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบ POT ที่น่ากลัวคือหลายคนไม่รู้ว่าคือบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทใช้แล้วทิ้งมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกประเทศ ในบางประเทศมีการอ้างการมีอยู่ของบุหรี่ไฟฟ้าว่าเป็นตัวช่วยที่จะให้นักสูบหน้าเก่าหันมาเลิกบุหรี่ได้ แต่จริงๆ แล้ว วันนี้คนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ผู้ใหญ่ แต่เป็นกลุ่มเยาวชนและเด็กในวัยมัธยมปลาย ไปจนถึงมหาวิทยาลัย"

นอกจากนี้ ในความเป็นจริงการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้ารุนแรงกว่าบุหรี่ธรรมดา โดยพิจารณาจากการที่นักสูบตื่นนอนตอนเช้าต้องรีบสูบบุหรี่ไฟฟ้าในระยะเวลาสั้นมากภายใน 5 นาที มากกว่าบุหรี่ธรรมดา

ทุกวันนี้มีเยาวชนหน้าใหม่ถึง 1 ใน 4 ไม่เคยสูบบุหรี่ธรรมดาหรือบุหรี่ประเภทอื่นมาก่อน แต่มาสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยกลุ่มนี้ยังมีอัตราเพิ่มขึ้น ที่สำคัญเด็กที่สูบไม่เคยมีประวัติสูบบุหรี่มาก่อนเข้ามาสูบบุหรี่มากขึ้น และยังมีโอกาสติดบุหรี่มากกว่าเด็กที่เคยสูบบุหรี่ธรรมดามาก่อน

"บุหรี่ไฟฟ้ามีอัตรา นิโคติน สูง ซึ่งยิ่งส่งผลให้มีโอกาสติดได้มากกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา โดยจากอัตราการสูบบุหรี่กลุ่มที่สูบบ่อยพบอัตราการสูบถี่มากกว่า 20 ครั้งต่อเดือน หรือสูบมากกว่าสิบครั้งต่อวัน ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมถึงการเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าครั้งแรกของวันหลังตื่นนอนในระยะเวลาสั้นกว่าบุหรี่ธรรมดา แสดงเห็นการติดบุหรี่ไฟฟ้ารุนแรงกว่าบุหรี่ธรรมดา" รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว

ออสเตรเลียยิ่งสูบ ยิ่งอายุน้อย

ในประเทศออสเตรเลียสถานการณ์นักสูบบุหรี่ไฟฟ้าหน้าใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลของหลายฝ่าย Asst. Prof. Becky Freeman จาก Faculty of Medicine and Health The University of Sydney มหาวิทยาลัยซิดนีย์ แชร์ประสบการณ์ว่า จากการสำรวจเกี่ยวกับสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในออสเตรเลีย ทำให้พบว่าออสเตรเลียกำลังเผชิญสถานการณ์เด็กเยาวชนที่มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 6% ครั้งแรกในรอบ 20 ปี ในกลุ่มอายุ 13-17 ปี แม้ไม่มีการผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศ แต่ปัจจุบันเด็กและเยาวชนกลับสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้จากทุกที่ทุกช่องทาง ทั้งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์หรือโซเชียล รวมถึงการหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านก็ไม่ยากอย่างที่คิด ไม่นับรวมเด็กที่หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกชักชวนจากเพื่อนในโรงเรียน เป็นเรื่องปกติที่ครูสามารถพบอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าจากนักเรียนของตนเอง รวมถึงผู้ปกครองทั้งหลายที่อาจคาดไม่ถึงว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะมาในรูปลักษณ์ "ของใช้พกพาของลูก" ไม่ว่าจะเป็นลิปสติก ตุ๊กตา สมาร์ทวอทช์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังพบการแทรกแซงแคมเปญโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าบนเฟซบุ๊กที่แฝงมาโดยไม่ระบุผลิตภัณฑ์ว่าเป็นบุหรี่ แต่เมื่อมีการแจ้งให้แบนโฆษณาเหล่านั้น ก็จะมีโฆษณาตัวใหม่โผล่ขึ้นมาอีกในวันรุ่งขึ้นทันที ซึ่งปัจจุบันความพยายามของ บริษัทยาสูบ ในการโจมตีกฎหมายให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ เนื่องจากในออสเตรเลียมีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยผู้ที่ซื้อได้จะต้องมีใบสั่งจากแพทย์ ซึ่งแท็กติดของบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าที่กล่าวอ้างว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกหลอกลวงจากบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนหรือปลอม
 

WHO ชวนสร้างแนวร่วมแบนบุหรี่ไฟฟ้า

ขณะที่ภาคขับเคลื่อนระดับโลกอย่างองค์การอนามัยโลก WHO โดย Jagdish Kaur จาก Regional Adviser, Tobacco Free Initiative WHO SEARO กล่าวเชิญชวนนานาประเทศเห็นความสำคัญในการรณรงค์ป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ปัจจุบันยังมีอีก 8-10 ประเทศสมาชิกที่ยังไม่มีมาตรการห้ามจำหน่ายบุหรี่ อย่างไรก็ดีเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และอยากให้ทุกประเทศร่วมกันผลักดันมาตรการ ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้า และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเลิกบุหรี่ รวมถึงการช่วยเหลือลดผู้ได้รับผลกระทบจากบุหรี่ พร้อมหนุนการวิจัยศึกษาถึงโทษและพิษภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบเพื่อจะได้นำมาสู่มาตรการการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น ทั้งเพื่อคุ้มครองลูกหลานเราไม่ให้เข้าสู่วังวนนักสูบที่ทำร้ายสุขภาพอีกต่อไป

ไทยแสดงจุดยืนไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า

ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวในพิธีปิดการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 21 ว่า เสรีภาพของเด็กและเยาวชนเป็นหลักการที่สำคัญ แต่ไม่ควรถูกบริษัทผู้ผลิต บุหรี่ไฟฟ้า นำมาบิดเบือนหลอกล่อโดยการตลาดล่าเหยื่อให้เสพติดเป็นนักสูบหน้าใหม่ ที่สำคัญ ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิก นิโคติน แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเสพติดบุหรี่มวนหรือสารเสพติดประเภทอื่นในเด็กและเยาวชนต่อเนื่องตลอดชีวิต

บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์

ศ.พญ.สมศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายควบคุมยาสูบทั่วประเทศเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหายาสูบไม่สามารถทำสำเร็จได้โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ดังนั้น จึงขอประกาศ "ปฏิญญา คนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า" ร่วมกัน 1) สนับสนุนให้คงกฎหมายห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า ขอให้ภาคการเมือง อุตสาหกรรม และพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสุขภาพเยาวชนอนาคตของชาติจากบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าผลกำไรและภาษี และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เรียกรับผลประโยชน์ โดยเข้าร่วมลงนามในพิธีสารว่าด้วยการขจัดการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมายขององค์การอนามัยโลก 2) ส่งเสริมให้การไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นค่านิยมดูแลสุขภาพตนเองและผู้อื่น โดยเร่งรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนรู้เท่าทันพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านทั้งระบบการศึกษา สนับสนุนให้บรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา และช่องทางอื่นๆ เช่น สื่อออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อสุขภาวะของประชาชนไทยทุกเพศทุกวัยอย่างทั่วถึง บุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใหม่ใกล้ตัวนักสูบรุ่นเยาว์