อุทยาน "ป่าทุ่งแสลงหลวง" ชวนทำกิจกรรม "ลด ละ เลิกดื่ม" ปลูกจิตสำนึกนักเที่ยวสายแคมป์ เพื่อตัดต้นตอปัญหาต่างๆ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและทิ้งขยะ โดยชวนมาทำโป่ง
สำหรับสายนักเที่ยวแนวธรรมชาติตัวจริง เชื่อว่าชื่อของ "ป่าทุ่งแสลงหลวง" น่าจะติดอันดับเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสวยงามที่หลายคนประทับใจ ด้วยจุดเด่นของทุ่งหญ้าโล่งใหญ่ที่มีสัตว์ป่าธรรมชาติอันสวยงาม บนเนื้อที่ประมาณ 801,000 ไร่ ของป่าทุ่งแสลงหลวงถูกรวมอยู่ใน 14 ป่า จังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า ซึ่งกรมป่าไม้ ได้สำรวจและเสนอต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้มีมติเห็นชอบกำหนดให้ป่าทุ่งแสลงหลวง เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 3 ของประเทศไทยที่มีอาณาเขตใหญ่
ทว่าในด้านการดูแลอนุรักษ์ป่าทุ่งแสลงหลวง กลับเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่ออุทยานฯ ต้องควบคุมดูแลให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ท่องเที่ยวอุทยานอย่างมีจิตสำนึก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างปัญหาให้อุทยานฯ ทั้งการทิ้งขยะให้ตรงจุด การลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่มในอุทยาน หนึ่งในต้นตอปัญหาตามมาหลายประเด็น ไม่ว่าจะเรื่องเป็นชนวนเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยววัยรุ่นดื่มจนเกิดการทะเลาะวิวาท มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตมาแล้วหลายต่อหลายราย การดื่มอาจทำให้เกิดเสียงดัง ควบคุมสติไม่ได้ หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มยังเป็นขยะที่ถูกทิ้งเกลื่อนอุทยานจนทำลายทัศนียภาพมากมาย หากแต่ด้วยอุปสรรคของเจ้าหน้าที่มีจำกัด การรับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนยังเป็นอีกทางในการร่วมสร้างจิตสำนึกให้การท่องเที่ยวธรรมชาติเกิดความยั่งยืน
นครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กล่าวว่า การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเขตอุทยานฯ มีการคุมเข้มกว่า 10 ปี ทางกรมฯ จึงออกมาตรการ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาในแหล่งท่องเที่ยวเด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวซ้ำรอยให้มากที่สุด และต่อมากรมฯ ได้ประกาศมาตรการเด็ดขาดในการห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามา และกำหนดให้เขตอุทยานฯ ทุกแห่งในประเทศต้องเป็นเขตปลอดสุรา และขอความร่วมมือกับนักท่องเที่ยวในการทำตามระเบียบ
อย่างไรก็ดี ปัญหานักท่องเที่ยวลักลอบนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังคงมีปรากฏให้เห็น ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จับมือกับ อุทยานทุ่งแสลงหลวง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันผลักดันให้เกิดกิจกรรมจิตอาสา "ไปแคมป์ ทำโป่ง" ชวนนักท่องเที่ยวร่วมกันช่วยดูแลระบบนิเวศป่าในอุทยานฯ เพื่อสนับสนุนและแบ่งเบาการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการดูแลทรัพยากรของชาติ ตั้งเป้าสร้างพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม "แอลกอฮอล์พอกันที" และรายการ L-No More (แอลกอฮอล์พอกันที) ที่มีเป้าหมายนำเสนอเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อแง่มุมการใช้ชีวิตให้คนอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีให้เป็นวิถีแห่งการใช้ชีวิตปัจจุบัน ซึ่งหลังจากถ่ายทำรายการได้ทราบความลำบากในการทำภารกิจของเจ้าหน้าที่ จึงเกิดไอเดียดังกล่าวนี้ ด้วยการชวนสายแคมป์ไปทำโป่ง เพื่อสร้างสำนึกรักธรรมชาติ คาดหวังว่าจะใช้กิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและแบ่งเบาการดูแลอุทยาน ซึ่งสามารถเริ่มจากสิ่งง่ายๆ คือการเริ่มได้จากตนเอง ในการไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่ม และไม่สูบบุหรี่ ในเขตห้ามสูบของอุทยานฯ เพื่อสร้างความปลอดภัยและไม่รบกวนนักท่องเที่ยว
หทัยรัตน์ ทองมาก หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เผยความรู้สึกว่า การเข้าร่วมกิจกรรมไปแคมป์ทำโป่ง ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กับรายการ L-No More ของ สสส. และเครือข่ายงดเหล้า ทำให้ได้ศึกษาว่าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบในอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด เพราะนอกจากจะอยู่ในจิตสำนึกแล้ว จะต้องไม่รบกวนเพื่อนนักท่องเที่ยว
"การไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่ม และไม่สูบบุหรี่ เป็นการสร้างบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม หากช่วยกันทำตามกฎกติกา จะช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ และฝากถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาว่า จะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และจะไม่เก็บอะไรออกไปนอกจากภาพถ่าย"
สมโชค เพ็งลี ตัวแทนครอบครัวชอบเที่ยวสายแคมป์ปิ้ง จากจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เห็นด้วย กับการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่มในเขตอุทยานฯ ต้องคำนึงว่ามาท่องเที่ยวดื่มด่ำกับธรรมชาติ ไม่ใช่มาเปลี่ยนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้น จะต้องเคารพในมาตรการหรือกฎระเบียบของอุทยานอย่างเคร่งครัด
ดิษฐพล ชนิดา และ ด.ช.วีรชาติ วสิกรัตน์ อีกหนึ่งครอบครัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จากจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ดีมาก เป็นกิจกรรมที่ประทับใจ เพราะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำ การทำกิจกรรมกลุ่มแบบนี้ทำให้ประชาชน เยาวชน ได้มีโอกาสรับรู้ มีส่วนร่วมเพื่อทำประโยชน์ให้ส่วนรวม ทำให้ได้ทราบถึงขั้นตอนวิธีการทำโป่งและทำเพื่ออะไร สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อสัตว์ป่าอย่างไร สำหรับการร่วมกิจกรรมลักษณะนี้ เหมาะกับนักท่องเที่ยว ทั้งแบบครอบครัว แบบกลุ่มเพื่อน รวมถึงคนหากิจกรรมจิตอาสาที่ต้องการอยากทำเพื่อสังคม
สนใจเข้าร่วมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : L-NO MORE





