วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เม็ดเงิน AI หนุน Memory Chip บลจ.แอสเซท พลัส เปิด ASP-MEM เจาะหุ้นผู้นำชิปหน่วยความจำ

เม็ดเงิน AI ไหลเข้า Memory Chip ทั่วโลก บลจ.แอสเซท พลัส เปิดกองทุน ASP-MEM เจาะหุ้นผู้นำชิปหน่วยความจำ รับโอกาสเติบโตระยะยาว

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ เทคโนโลยี AI กำลังทำให้ชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก เพราะการทำงานของ AI ไม่ได้อาศัยเพียงชิปประมวลผลที่ทรงพลังเท่านั้น แต่ยังต้องพึ่งพาหน่วยความจำที่สามารถรับ ส่ง และจัดเก็บข้อมูลมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว หากหน่วยความจำไม่เพียงพอหรือทำงานได้ช้า ประสิทธิภาพของระบบ AI ทั้งหมดก็จะลดลงทันที

ด้วยเหตุนี้ Memory จึงไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์เหมือนในอดีต แต่ทว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ไปจนถึงชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ต้องใช้หน่วยความจำเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ Memory กลายเป็นหนึ่งใน “กลุ่มผู้นำของ AI Trade รอบนี้” โดยผลตอบแทนของ Global Memory Index (SOLMEMOP) ตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้น 226.3% โดดเด่นกว่าดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับขึ้น 101.1% และ MSCI ACWI ที่เพิ่มขึ้น 10.4% (ผลตอบแทน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69) สะท้อนว่านักลงทุนกำลังจับตา Memory ในฐานะกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI

อีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม Memory มาจากโครงสร้างตลาดที่มีการกระจุกตัวสูง โดยตลาดชิปหน่วยความจำ DRAM ทั่วโลกถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรายใหญ่เพียง 3 บริษัท ได้แก่ Samsung Electronics ครองส่วนแบ่งตลาดราว 35%, SK Hynix 30% และ Micron Technology 25% รวมกันคิดเป็นกว่า 90% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ส่งผลให้ผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองด้านราคา สูงขึ้น เมื่อความต้องการจากอุตสาหกรรม AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน Memory กำลังกลายเป็น “ผู้ชนะของ AI Capex Cycle” เมื่อเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ของกลุ่ม Hyperscalers เช่น Amazon, Google, Meta, Microsoft และ Oracle ก็กำลังไหลเข้าสู่ธุรกิจหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนงบลงทุนที่ใช้กับ Memory เพิ่มจากประมาณ 7.8% ในปี 2023 และ 7.7% ในปี 2024 เป็น 13.5% ในปี 2025 ก่อนคาดว่าจะพุ่งเป็น 30% ในปี 2026 และแตะ 36.2% ในปี 2027 สะท้อนว่า Memory กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนครั้งใหม่นี้

ทั้งนี้ การเติบโตของ AI กำลังผลักดันความต้องการชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ HBM (High Bandwidth Memory) ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI ยุคใหม่ ตัวอย่างเช่น ชิป AI รุ่นใหม่อย่าง Nvdia R200 Rubin ต้องใช้ HBM มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นราว 7 เท่าจากรุ่น A100 ในปี 2020 ขณะที่ระบบเซิร์ฟเวอร์และคลัสเตอร์สำหรับฝึก AI ก็ต้องใช้หน่วยความจำเพิ่มขึ้นหลายสิบถึงหลายพันเท่า สะท้อนว่าความต้องการ Memory กำลังเติบโตเร็วกว่าศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรม

เม็ดเงิน AI หนุน Memory Chip บลจ.แอสเซท พลัส เปิด ASP-MEM เจาะหุ้นผู้นำชิปหน่วยความจำ

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างส่งสัญญาณตรงกันว่า ภาวะขาดแคลนชิป Memory ไม่ใช่ปัญหาระยะสั้น มีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 หลังความต้องการจากพอุตสาหกรรม AI เติบโตเร็วกว่าการขยายกำลังการผลิต จึงคาดว่าตลาด ชิป Memory จะตึงตัวมากขึ้นในปี 2027 ส่งผลให้ราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามผู้ผลิตชิปรายใหญ่ยังเร่งปรับโมเดลธุรกิจจากการขายแบบสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่การทำ สัญญาซื้อขายระยะยาว 3-5 ปี เพื่อรับประกันทั้งปริมาณการส่งมอบและราคา โดย Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างอยู่ระหว่างการทำข้อตกลงกับลูกค้ารายใหญ่อย่าง Microsoft, Google และ AMD การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยลดความผันผวนของรายได้ เพิ่มอำนาจการกำหนดราคา และสะท้อนว่าอุตสาหกรรม Memory กำลังก้าวเข้าสู่รอบการเติบโตเชิงโครงสร้างที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว

สำหรับกำไรต่อหุ้น (EPS) ของกลุ่ม Memory ในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 384% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยรวมที่คาดว่าจะเติบโต 98% และสูงกว่าตลาดหุ้นโลก ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเพียง 18% สะท้อนถึงอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นกลุ่ม Memory จะปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา แต่ทว่าระดับมูลค่ายังถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต โดยในปี 2026 หุ้น Samsung Electronics มีค่า P/E คาดการณ์อยู่ที่ 8.1 เท่า ขณะที่ SK Hynix อยู่ที่ 9.5 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ SOXX ที่มีค่า P/E สูงถึง 32.1 เท่า สะท้อนว่าหุ้นกลุ่ม Memory ยังมี Discount เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไร (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิ.ย. 69)

เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตดังกล่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด ได้จัดตั้งกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ASP-MEM) ซึ่งกลยุทธ์ของกองทุนถูกออกแบบให้รองรับรอบขาขึ้นเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมหน่วยความจำโดยจัดสรรเงินลงทุนในกองทุนหลักสัดส่วน 80–100% และคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนตรงสัดส่วนไม่เกิน 20% เพื่อให้สามารถเข้าร่วมการเติบโตของธีม AI และหน่วยความจำได้อย่างเต็มที่ และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้

กองทุนหลักที่ ASP-MEM เข้าไปลงทุน คือ Roundhill Memory ETF (Ticker: DRAM) ซึ่งเป็น Active ETF ที่มุ่งลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำ ผ่านการคัดเลือกบริษัทที่มีรายได้หรือกำไรอย่างน้อย 50% มาจากธุรกิจ Memory ทำให้เป็นกองทุนลักษณะ Pure Play ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงธีมการเติบโตของอุตสาหกรรม Memory ได้โดยตรง

ในด้านการกระจายการลงทุน กองทุนมีลักษณะค่อนข้างกระจุกตัวสูง โดยเน้นลงทุนในกลุ่ม Information Technology เป็นหลัก ขณะที่การลงทุนรายประเทศกระจุกตัวอยู่ในประเทศผู้นำอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำของโลกได้แก่ เกาหลีใต้ 49.0%, สหรัฐอเมริกา 39.5%, ญี่ปุ่น 4.4% และอื่นๆ7.1% สะท้อนว่ากองทุนมุ่งลงทุนในศูนย์กลางการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี Memory ระดับโลกเป็นหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26)

สำหรับหลักทรัพย์ที่กองทุนให้น้ำหนักสูงสุด ได้แก่ Micron สัดส่วน 25.81%, Samsung Electronics 25.04%, SK Hynix 23.99%, Sandisk 5.21% และ Kioxia Holdings 4.36%, นอกจากนี้ยังลงทุนในบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรมอย่าง Seagate, Western Digital, Giga Device และ Nanya Technology หลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) ซึ่งล้วนเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ และได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก

โดยภาพรวม ธีม Memory ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “แกนหลักของ AI Economy” จากบทบาทสำคัญในการรองรับการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลของ AI ในระดับโลก ขณะที่ ASP-MEM ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งนี้ ผ่านการลงทุนในผู้นำธุรกิจชิปหน่วยความจำที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากรอบการเติบโตระยะยาวของ AI

คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต 

ผู้ลงทุน "โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน" 

กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) เท่านั้น

กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้