วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ 'วัน แบงค็อก' ยกระดับความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ 'วัน แบงค็อก' ยกระดับความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ "วัน แบงค็อก" มูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท มุ่งยกระดับความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ฉายแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร "วัน แบงค็อก" มูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท บนที่ดิน 108 ไร่ หัวถนนถนนพระราม 4 ตัดกับถนนวิทยุ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยอาคารสำนักงานแบบพรีเมียม พื้นที่รีเทล ที่พักอาศัยระดับลักชัวรี โรงแรมระดับลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ และพื้นที่แสดงงานทางศิลปะและวัฒนธรรมทั่วทั้งโครงการ

จากแนวคิดการเนรมิตพื้นที่ใจกลางเมืองแห่งนี้ ตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจรระดับโลก" หรือ Global Integrated Lifestyle Hub ที่ให้ความสำคัญกับผู้คน ชุมชน สังคม ตลอดจนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ใช้เวลาการพัฒนานานนับ "ทศวรรษ" กว่าจะสำเร็จเป็น "เมืองกลางใจ" ที่ใช้ใจสร้างในทุกตารางนิ้ว พร้อมยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครระดับโลก

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ 'วัน แบงค็อก' ยกระดับความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ณัฐนี วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนโครงการวัน แบงค็อก กล่าวว่า วัน แบงค็อก (One Bangkok) ถือเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ "ต้นแบบ" ความยั่งยืนที่ทำให้ผู้คนสามารถสัมผัสได้ถึงความยั่งยืนที่ "ไม่ใช่" เรื่องไกลตัว และทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญ ในมุมมองของผู้พัฒนาโครงการฯ ความยั่งยืน "ไม่ใช่" แค่เรื่องสีเขียว หรือสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการให้ความสำคัญกับผู้คนในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความใส่ใจตั้งแต่การวางแผนโครงการ การออกแบบ การก่อสร้าง และใช้งาน เพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้คนมีความสะดวกสบาย และมีคุณภาพยิ่งขึ้น

จากการสร้างโครงการฯ ขนาดใหญ่เสมือนเป็นการสร้างเมืองขนาดย่อมที่ส่งเสริมให้คนที่เข้ามาใช้ชีวิตในพื้นที่รู้สึกอิ่มเอิบท้้งทางร่างกายและจิตใจ หนึ่งในองค์ประกอบการออกแบบที่สำคัญคือการสร้าง "เมืองที่เดินได้" เริ่มต้นจากรูปแบบของโครงการเป็น "มิกซ์ยูส" ที่มีความครบวงจร และองค์ประกอบที่หลากหลายอยู่บนพื้นที่เดียวกัน เอื้อให้คนสามารถใช้การเดินเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวัน อาทิ คนที่อยู่ออฟฟิศอาจจะอยากเดินไปซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนที่ลงรถไฟฟ้ากลับบ้าน หรือคนที่เข้ามาพักในโรงแรมสามารถเดินไปติดต่อธุรกิจกับบริษัทที่ตั้งอยู่ภายในโครงการฯ ได้

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ 'วัน แบงค็อก' ยกระดับความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ณัฐนี อธิบายว่า พื้นฐานที่สำคัญของการสร้างเมืองที่เดินได้ มาจาก "การวางมาสเตอร์แพลน" ที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างสะดวก ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยโครงการมีระยะทางเดินยาวต่อเนื่องรวม 5 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์เรียงรายยาว 2.6 กิโลเมตร อีกทั้งทางเดินยังกว้างขวางเพื่อให้ทุกคนได้เดินเล่นพักผ่อนได้อย่างสบายใจ เสริมด้วยพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งที่มากถึง 50% ของพื้นที่ดินโครงการทั้งหมด โดยพื้นที่เหล่านี้ยังได้รับออกแบบตามมาตรฐานการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการใช้รถเข็น หรือการปูทางเท้าสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

โครงการ วัน แบงค็อก ถือเป็นโมเดลของ "สมาร์ทซิตี้" ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานอาคารและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในโครงการตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย District Command Center ศูนย์บัญชาการกลางที่ควบคุมบริหารจัดการระบบต่าง ๆ และดูแลความปลอดภัยภายในโครงการ ด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะกว่า 250,000 ตัว ที่ทำหน้าที่ตรวจวัดผลการใช้พลังงาน การใช้น้ำ และคุณภาพอากาศ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้วางแผนการพัฒนาการบริหารจัดการต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังใช้ระบบทำน้ำเย็นจากระบบรวมศูนย์และส่งผ่านผ่านท่อใต้ดินไปยังแต่ละอาคาร ในโครงการวัน แบงค็อก โดยคาดว่าระบบดังกล่าว จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ 17,000 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ 9,000 ตันต่อปี

ขณะเดียวกันในส่วนของการก่อสร้าง มีเลือกใช้วัสดุและการจัดการวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน "หัวใจสำคัญ" ของการบริหารจัดการของวัน แบงค็อก โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ก่อสร้างเพื่อสร้างนวัตกรรมในการ "ลดผลกระทบ" ต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบัน และอนาคตในระยะยาว

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ 'วัน แบงค็อก' ยกระดับความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โครงการฯ เริ่มตั้งแต่การวางแผนการก่อสร้างส่วนแรกที่สุด คือ ฐานรากของโครงการ ซึ่งได้ร่วมกับบริษัท ซีแพค เพื่อพัฒนา "คอนกรีตความร้อนต่ำ" ที่ปล่อยความร้อนน้อยระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง และให้กำลังอัดสูง ด้วยส่วนผสมรีไซเคิลสูงถึง 50%

ตัวอย่างจัดการรขยะจากการก่อสร้าง ได้แก่ การนำเศษคอนกรีตจากการตัดเสาหัวเข็มที่เหลือใช้มารีไซเคิลมาเป็นวัสดุในการผลิตผนังหล่อสำเร็จรูปที่นำมาใช้ในโครงการ และการพัฒนาการจัดการขยะจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม เพื่อพัฒนาการคัดแยกและส่งขยะก่อสร้างกลับไปรีไซเคิล

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ เอสซีจี จัดการเศษอาหารด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่ทำการย่อย แปรรูปเศษอาหารและขยะอินทรีย์ให้เป็นวัสดุปรับปรุงดิน เพื่อใช้ปลูกต้นไม้ภายในโครงการและนำไปแจกจ่ายให้สวนสาธารณะและชุมชนรอบข้าง 

"โครงการที่ยั่งยืน ไม่ได้มีความหมายแค่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่จะต้องเป็นเมืองที่ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างคุณค่าให้สังคมและเมืองนั้นๆ"

โครงการ วัน แบงค็อก ได้รับการรับรอง LEED for Neighbourhood Development ในระดับ Platinum ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองนี้ ซึ่งยืนยันถึงคุณภาพการออกแบบและก่อสร้างโครงการ อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานว่า คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้คนและเมือง

ผ่าแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์ 'วัน แบงค็อก' ยกระดับความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ อาคารสำนักงานภายในโครงการยังมุ่งรับการรับรอง WELL Building ระดับ Platinum ซึ่งบ่งชี้ถึงการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารงานที่ส่งเสริมสุขภาพของผู้ใช้อาคาร เริ่มตั้งแต่อาคารที่ให้เปิดให้เห็นทิวทัศน์ภายนอกและรับแสงธรรมชาติ ระบบจ่ายอากาศที่บริสุทธิ์ผ่านการกรองฝุ่นและฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี การก่อสร้างที่ควบคุมสารเคมีจากวัสดุตกแต่งภายใน ไปจนถึงการใช้เซ็นเซอร์ต่างๆเพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ตรงตามวิสัยทัศน์ความยั่งยืนสู่เมืองอัจฉริยะของอภิมหาโปรเจกต์ "วัน แบงค็อก" ที่มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย ซึ่งจากข้อมูลจากการประเมินภายในของ วัน แบงค็อก ระบุว่า โครงการจะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 32,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง/ปี และประหยัดน้ำประปาได้ 3.7 ล้าน ลบ.ม./ปี โดยเมืองขนาดย่อมแห่งนี้จะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 35,540 ตัน/ปี