background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

STT GDC Thailand ชูศักยภาพดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล เสริมแกร่งพันธมิตรธุรกิจ

STT GDC Thailand ชูศักยภาพดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล เสริมแกร่งพันธมิตรธุรกิจ

"STT GDC Thailand" หนึ่งในแนวร่วม Green Heroes for Life ด้านความยั่งยืน ของ "ชไนเดอร์ อิเล็คทริค" ชูศักยภาพดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล เสริมแกร่งพันธมิตรธุรกิจยุคดิจิทัล ด้วยวิสัยทัศน์ยั่งยืน

ปัจจุบันเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสังคมและ เศรษฐกิจยุคดิจิทัล ในประเทศไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยการเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันที่มีความต้องการใช้งานด้านดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องวางรากฐานระบบสื่อสารของประเทศให้มีความเข้มแข็ง เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนและมีคุณภาพ 

ท่ามกลางการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการคาดการณ์จาก We Are Social ดิจิทัลเอเยนซี ที่เปิดสถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก รวมถึงอัตราการเข้าถึงและพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในเดือน ม.ค. ปี 2566 ระบุว่า มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นถึง 5.16 พันล้านคนในโลก หรือคิดเป็น 64.4% ของประชากรทั้งหมด เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 1.9% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเทศไทย มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่า 85% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก และยังใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันสูงกว่า 8 ชั่วโมง (ข้อมูลจากเว็บไซต์ bangkokbiznews)

จากความต้องการจำนวนมากสำหรับการส่งมอบข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็วเกือบจะในทันที ซึ่งผลจากสถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกและในไทยที่สูงต่อเนื่อง ยังสะท้อนความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการการให้บริการด้าน Data Centre ที่ต้องสามารถจัดการกับการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยิ่งเมื่อ ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นเสมือนเป็นเครื่องมือสำคัญทางธุรกิจในยุคดิจิทัล หากเอ่ยถึงองค์กรธุรกิจที่มีการยอมรับด้านการออกแบบและประสิทธิภาพสูง ปัจจุบัน บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ STT GDC Thailand กำลังเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำอันดับต้นๆ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น Data Centre ระดับไฮเปอร์สเกลแห่งแรกในประเทศไทย

ด้วยความแตกต่างการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากขึ้นของ STT GDC Thailand เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางธุรกิจให้แก่พันธมิตรองค์กรขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

ไพบูลย์ รัตนเขมากร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีและบริหารโครงการ บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรจำนวนมาก เริ่มหันมาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัลมากขึ้น ทั้ง AI, Machine Learning, Cloud และ 5G รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและรองรับขยายการเติบโตขององค์กร เกิดการสร้างข้อมูลด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้ความต้องการใช้งานสาธารณูปโภคดิจิทัลพื้นฐานที่รองรับการจัดเก็บข้อมูล (Data Centre) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับไฮเปอร์สเกลจะสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า STT GDC Thailand เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะมีส่วนร่วมในการยกระดับโครงข่ายพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการสื่อสารในประเทศไทย และมีเป้าหมายร่วมผลักดันไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุค เศรษฐกิจดิจิทัล อย่างสมบูรณ์แบบ แต่นอกเหนือจากเป้าหมายที่จะผลักดัน STT GDC Thailand สู่การเป็นผู้นำระดับประเทศในด้านระบบสาธารณูปโภคดิจิทัล (Digital Infrastructure) ผ่านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลที่สามารถเชื่อมต่อได้กับทุกผู้ให้บริการโทรคมนาคมด้วยการเชื่อมต่ออย่างเป็นกลาง (Carrier-Neutral) ที่โดดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพการปกป้องข้อมูลที่มีค่าของลูกค้าทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในการเก็บข้อมูลด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับไฮเอนด์ บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานในด้านความปลอดภัยข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยมาตรฐาน ISO27001 และมาตรฐาน PCI-DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) ซึ่งช่วยตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในการเก็บข้อมูล 

พร้อมกันนี้ STT GDC Thailand ยังเป็นอีกองค์กรชั้นนำยุคใหม่ ที่เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน

"ความยั่งยืน เป็นสิ่งที่ STT GDC Thailand ให้ความสำคัญเสมอมา ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการ Hyperscale Data Centre แห่งแรกที่จะเป็นบรรทัดฐานของประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการขับเคลื่อนการเติบโตของ Digital Infrastructure ของทุกธุรกิจ ทำให้เรามองเห็นปัญหาใหญ่คือ การใช้ทรัพยากรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม" ไพบูลย์ กล่าว

ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ทาง STT GDC Thailand มีการเป้าหมายต้องการเป็นผู้นำที่จะผลักดันความยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

"STT GDC Thailand เราดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อมเสมอมา โดยกลุ่ม STT GDC ได้นำกลยุทธ์ ESG ซึ่งได้แก่ Environmental Social และ Governance มาใช้ โดยตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) ทั้งกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล" 

กลยุทธ์ดังกล่าว นำไปสู่การตั้งเป้าหมายด้านวิสัยทัศน์ความยั่งยืนขององค์กร ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ได้แก่ การมุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2573 การคำนึงการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม และการรักษามาตรฐานสูงสุดด้านจริยธรรม

"ทั้งหมดนี้ คือภารกิจที่เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ โดยนำหลักการนี้ไปใช้ในทุกประเทศที่เราได้มีการขยายธุรกิจไปถึง รวมถึงประเทศไทยด้วย"

สำหรับแนวทางในการจัดการเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานและดิจิทัลภายในองค์กรเพื่อ "ไปสู่ความยั่งยืน" อย่างเป็นรูปธรรมของ STT GDC Thailand ไพบูลย์เปิดเผยว่า ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลักของโลกดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "Digital Ecosystem" (ระบบนิเวศดิจิทัล) เราจำเป็นต้องคิดและสร้างความแตกต่าง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางบริษัทมีแนวทางในการจัดการเรื่องของการบริหารจัดการพลังงาน อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ PTT Digital ในความร่วมมือการศึกษาความเป็นไปได้ ในการใช้ประโยชน์จากพลังงานเย็นของก๊าซ LNG เพื่อนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าและระบบทำความเย็น ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทฯ

"นอกจากนี้ ศูนย์ Data Centre ของเรา ได้ออกแบบและก่อสร้างเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้มาตรฐาน LEED Gold Data Centre อีกทั้งเราได้นำเทคโนโลยี Digital Twin (โมเดลเสมือนจริง) เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และควบคุมการใช้งานพลังงานภายใน Data Centre ของเรา"

ไพบูลย์ ยังฝากเชิญชวนองค์กรอื่นๆ ในประเทศไทย ให้ร่วมกันหันมามองเห็นความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน และลุกขึ้นมาร่วมกันเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน โดยไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็สามารถมีส่วนร่วมขับเคลื่อนแนวคิดนี้ได้

"ความยั่งยืนไม่ใช่การแข่งขัน ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน และจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราทั้งหมดร่วมมือกัน เราจะสามารถก้าวสู่ความยั่งยืน" ไพบูลย์ กล่าวทิ้งท้าย