BEM ปูพรมยกระดับระบบชำระเงินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน - ม่วง รองรับ “ตั๋วร่วม” ดีเดย์ 1 มิ.ย. 2569 นี้ แตะจ่ายการเดินทางผ่าน EMV Contactless เต็มรูปแบบ พร้อมแนะนำ 3 ทางเลือกของการเดินทางให้กับผู้โดยสาร เปลี่ยนบัตร MRT และ MRT Plus เป็นบัตรแมงมุม EMV โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
กระทรวงคมนาคม เดินหน้าผลักดัน “นโยบายตั๋วร่วม” เพื่อประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสาร และด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยในช่วงที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2568 สาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปิดทางให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ หรือก็คือในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ
ทั้งนี้ การดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่างๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม ยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าผ่านระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมทั้งกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ดี บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง นับเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่เข้ามานำร่องพัฒนาการแตะจ่ายค่าโดยสารรูปแบบ ตั๋วร่วม ผ่านการใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพียงมีบัตรเครดิตและบัตรเดบิต VISA / MasterCard / UnionPay ที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ก็สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้า MRT ได้โดยสะดวก ซึ่งปัจจุบัน BEM เตรียมเปลี่ยนผ่านระบบแตะจ่ายค่าโดยสาร จากบัตรโดยสารระบบเดิม MRT และ MRT Plus เป็นบัตร EMV Contactless บัตรเครดิต Visa และ Mastercard ที่มีอยู่แล้วของทุกธนาคารซึ่งเป็นบัตร EMV Contactless เดินทางได้ทันที โดยมีไทม์ไลน์สำคัญรองรับการเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
- วันที่ 1 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT/MRT Plus ในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้
- วันที่ 31 ธันวาคม 2569 สิ้นสุดระยะเวลายกเว้นค่าธรรมเนียม ในการเปลี่ยนบัตรเดิมเป็นบัตรแมงมุม EMV
- วันที่ 31 ธันวาคม 2570 วันสุดท้ายที่สามารถขอคืนเงินคงเหลือ (Refund) จากบัตรใบเดิมได้
สำหรับผู้โดยสารที่ถือบัตร MRT EMV อยู่แล้ว สามารถใช้บัตรเดิมเดินทางต่อได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบัตรโดยสาร ทั้งนี้ ขอแนะนำ 3 ทางเลือกใหม่ของการเดินทาง เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ได้แก่
1. สะดวกโดยใช้บัตรเครดิต Visa และ Mastercard ที่มีอยู่แล้วเดินทางได้ทันที ดังนี้
- บัตรเครดิต: Visa และ Mastercard ทุกธนาคาร
- บัตรเดบิต: ธนาคารยูโอบี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีฯ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์
- บัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay): บัตรเครดิต อิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเงินด่วน เอ็กเพรส แคช ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ และบัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์
- บัตรพรีเพด: จาก BigPay, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีฯ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ
2. สะดวกสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ส่วนลดเหมือนเดิม ด้วยการเปลี่ยนบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus เป็น บัตรแมงมุม EMV โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 69 (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จะได้รับบัตรนักเรียน MRT EMV แทนบัตรแมงมุม EMV)
3. สะดวกสำหรับผู้ใช้บริการที่จอดรถ (Park & Ride) ไม่ต้องกังวลกับการพกบัตรจอดรถและบัตรโดยสารรถไฟฟ้าหลายใบ เพียงใช้ระบบ Smart Parking เชื่อมต่อการเดินทางได้เลย
การเปลี่ยนบัตรเดิมเป็น บัตรแมงมุม EMV จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตรใหม่ เมื่อทำการเปลี่ยนบัตร MRT / MRT Plus ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2569 เพียงนำบัตรเก่าพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสาร อีกทั้งผู้โดยสารยังสามารถทำการขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) ได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2570





