วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดประตูสู่ถิ่นพำนักถาวรผ่านการลงทุน ก้าวสู่ศูนย์กลางการเงินโลก 'ฮ่องกง'

เปิดประตูสู่ถิ่นพำนักถาวรผ่านการลงทุน ก้าวสู่ศูนย์กลางการเงินโลก 'ฮ่องกง'

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ฮ่องกงเดินหน้าโครงการ New CIES ดึงนักลงทุนสินทรัพย์สูง เปิดเส้นทางลงทุนสู่ถิ่นพำนักถาวร ควบคู่บทบาทศูนย์กลางการเงิน ระบบกฎหมายมั่นคง และโครงสร้างภาษีที่เอื้อต่อการส่งต่อความมั่งคั่งระยะยาว

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ผันผวนและซับซ้อนยิ่งขึ้น การกระจายความเสี่ยงและการมองหาพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเงินทุนไม่ได้เป็นเพียง "ทางเลือก" อีกต่อไป หากแต่เป็น "กลยุทธ์ที่จำเป็น" สำหรับนักลงทุนที่มีสินทรัพย์สูง (High-Net-Worth Individuals) ไม่เพียงเพื่อปกป้องความมั่งคั่ง แต่เพื่อสร้างการเติบโตของสินทรัพย์ในระยะยาว

ภายใต้บริบทดังกล่าว "ฮ่องกง" ในฐานะศูนย์กลางการเงินระดับโลกได้เปิดตัวโครงการ New Capital Investment Entrant Scheme (New CIES) เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ไม่เพียงได้เข้าถึงตลาดการเงินที่มีพลวัตของฮ่องกงเท่านั้น หากยังเป็นเส้นทางสู่การขอถิ่นพำนักถาวรในเมืองระดับโลกแห่งนี้อีกด้วย

ปูพรมแดงต้อนรับนักลงทุนจากทั่วโลก

สำหรับการสมัครเข้าร่วม โครงการ New CIES ผู้สมัครจำเป็นต้องแสดงหลักฐานการถือครองสินทรัพย์สุทธิไม่น้อยกว่า 30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 121 ล้านบาท) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนยื่นคำขอ และต้องลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและ/หรืออสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 27 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง พร้อมจัดสรรเพิ่มเติมอีก 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เข้าสู่ CIES Investment Portfolio

จุดเด่นที่น่าสนใจคือ โครงการ New CIES ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ โดยเฉพาะการจัดตั้ง Single Family Office ในฮ่องกง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ได้รับการเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นมา

เปิดประตูสู่ถิ่นพำนักถาวรผ่านการลงทุน ก้าวสู่ศูนย์กลางการเงินโลก 'ฮ่องกง'

นักลงทุนสามารถใช้โครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ผ่านบริษัทการลงทุนของครอบครัว (Family-owned Investment Holding) เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการนี้ และภายใต้ Single Family Office เดียวกัน หากมีมูลค่าสินทรัพย์ขั้นต่ำ 240 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง จะสามารถสนับสนุนการยื่นขอ New CIES ให้กับสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุดถึง 8 ราย เพื่อให้ได้รับสถานะถิ่นพำนักถาวรพร้อมกันอย่างเป็นระบบ

สภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับครอบครัว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยังคงเลือก "ฮ่องกง" คือคำว่า “ความแน่นอน” (Certainty) ในทุกมิติของการใช้ชีวิตและการลงทุน

ภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ' ฮ่องกงยังคงมีอำนาจในการบริหารจัดการระบบกฎหมาย การเงิน และกระบวนการยุติธรรมของตนเองอย่างเป็นอิสระ ระบบกฎหมายที่ยึดตาม Common Law แบบอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนจากทั่วโลกคุ้นเคย และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องการบังคับใช้สัญญา การระงับข้อพิพาท และการวางแผนระยะยาวได้อย่างมีเสถียรภาพ

ความโปร่งใสและความสามารถในการคาดการณ์ได้ของระบบดังกล่าว ทำให้ฮ่องกงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มองหา "ความมั่นคง" ให้กับทั้งชีวิตปัจจุบันและคนรุ่นถัดไป

นอกเหนือจากกรอบกฎหมาย ฮ่องกงยังเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดของโลก ด้วยอัตราอาชญากรรมรุนแรงที่อยู่ในระดับต่ำ ควบคู่กับความเชื่อมั่นในระบบขนส่งสาธารณะและบริการภาครัฐ ชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยมองว่านี่คือเมืองที่เด็กสามารถเดินไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย ระบบขนส่งตรงเวลา และชีวิตเมืองดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ

เจมส์ ธอมป์สัน ประธานและผู้ก่อตั้ง Crown Worldwide Group เคยกล่าวว่า "ความปลอดภัยและอัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำของฮ่องกง ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับมหานครขนาดใหญ่แห่งอื่น"

โครงสร้างภาษีเอื้อต่อการส่งต่อความมั่งคั่ง

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ฮ่องกงยังคงเป็นจุดหมายของนักลงทุนทั่วโลก คือ โครงสร้างภาษี ที่เรียบง่ายโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูง ฮ่องกงไม่มีการจัดเก็บภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ (Capital Gains Tax) ไม่มีภาษีมรดก ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลและดอกเบี้ย รวมถึงไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีขาย

ในด้านภาษีเงินได้และภาษีนิติบุคคล อัตรายังคงอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ โดยภาษีนิติบุคคลเริ่มต้นเพียง 8.25% ขณะที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้อัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 2% ถึง 17% โครงสร้างภาษีลักษณะนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการบริหารพอร์ตและการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว

เมืองที่ยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ

นอกเหนือจากบทบาทในฐานะศูนย์กลางด้านการเงินและการลงทุน ฮ่องกงยังมอบคุณภาพชีวิตระดับโลก ที่หาได้ยากจากเมืองใหญ่ทั่วไป

ลองจินตนาการภาพของฮ่องกงไม่ได้มีเพียงเส้นขอบฟ้าและตึกระฟ้า แต่ยังเต็มไปด้วยเส้นทางธรรมชาติสีเขียวที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักอาศัย วันหยุดสุดสัปดาห์สามารถใช้เวลากับการล่องเรือ เที่ยวเกาะ หรือพักผ่อนริมชายหาดที่เงียบสงบได้อย่างง่ายดาย

ด้วยจำนวนเกาะมากกว่า 260 เกาะ ตั้งแต่เส้นทางเดินป่าและพระใหญ่บนเกาะลันเตา หาดทรายขาวของเกาะเฉิ่งเจ้า ไปจนถึงบรรยากาศศิลปะและไลฟ์สไตล์ของเกาะลัมมา ธรรมชาติและวัฒนธรรมของฮ่องกงจึงอยู่ใกล้ตัวเสมอ

อัลลัน ซีแมน ประธาน Lan Kwai Fong Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของฮ่องกง เคยกล่าวไว้ว่า ฮ่องกงคือเมืองที่ผสานโอกาสทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งมีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน เข้ากับระบบบริหารความมั่งคั่งภายใต้กฎหมายที่เชื่อถือได้ โครงสร้างภาษีที่เอื้ออำนวย และคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างครอบครัวอย่างยั่งยืน

New CIES: ไม่ใช่แค่การย้ายถิ่น แต่คือการยกระดับกลยุทธ์ความมั่งคั่ง

ในภาพรวมโครงการ New CIES จึงไม่ใช่เพียงการขอถิ่นพำนักในต่างประเทศ แต่คือการยกระดับกลยุทธ์การบริหารความมั่งคั่งสู่เวทีโลกอย่างเป็นระบบ เป็นการลงทุนใน “ความมั่นคง อนาคต และคุณภาพชีวิต” ควบคู่ไปกับการเข้าถึงศูนย์กลางทางการเงินของโลกอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ทางการของโครงการ New Capital Investment Entrant Scheme (New CIES): คลิกที่นี่