ทายาทปั๊มน้ำมัน PTT Station หจก.รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม เผยสูตรลับ! จากธุรกิจเติมน้ำมัน สู่ "ไลฟ์สไตล์ฮับ" ตอบโจทย์คนยุคใหม่
จากจุดแวะเติมน้ำมันในวันวาน วันนี้ "สถานีบริการน้ำมัน" ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ที่ผู้คนไม่ได้เพียงแค่มาเติมพลังงานให้รถยนต์ แต่ยังมองหาสถานที่ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน จิบกาแฟ พบปะเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการแข่งขัน แต่คือการก้าวสู่โอกาสใหม่ๆ ของธุรกิจ ที่จะเชื่อมโยงบริการหลากหลายเข้าด้วยกัน จนกลายเป็น "ไลฟ์สไตล์ฮับ" ที่ทำให้การเข้าปั๊มเป็นมากกว่าการแวะพัก แต่คือการใช้ชีวิตอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือแม้แต่พื้นที่ Co-working Space เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการนานขึ้น และเปลี่ยนการเข้าปั๊มให้เป็นมากกว่าแค่การแวะเติมน้ำมัน แต่เป็นการแวะมาใช้ชีวิต พร้อมร่วมดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
การปรับตัวของธุรกิจในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่เพื่อให้รอด แต่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการสานต่อเจตนารมณ์ที่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
"กรุงเทพธุรกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ทายาทเจน 2 ของผู้แทนจำหน่วย PTT Station หจก.รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม ประกอบด้วย นิกธ จันธรรมาทิทักษ์, กรณิการ์ จันธรรมาทิทักษ์ และกฤติยา จันธรรมาทิทักษ์ ที่สืบทอดธุรกิจครอบครัวกว่า 30 ปี พวกเขาจะมาเปิดเผยเบื้องหลังการบริหารงานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ตั้งแต่การรับช่วงต่อจากรุ่นสู่รุ่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงปรัชญาการทำงานที่เน้น "ความใส่ใจและเห็นอกเห็นใจ" ทั้งพนักงานและลูกค้า ซึ่งเป็น "รากฐานของธุรกิจครอบครัว"
ผู้บริหารสถานีบริการ หจก.รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม เล่าว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเส้นทางนี้ แทนที่จะไปทำงานที่อื่นอย่างที่เคยคิดไว้นั้น สิ่งแรกที่คิดถึงคือ พ่อกับแม่ ซึ่งรู้สึกว่าธุรกิจตรงนี้เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจ ทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจ สร้างและทำมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ถ้าหากไม่มีคนดูแลต่อ พวกเขาคงรู้สึกเสียดายมากๆ เพราะรักพ่อกับแม่ จึงนึกถึงความรู้สึกของเขา ซึ่งพ่อแม่คงรู้สึกไม่ดีถ้าสิ่งที่ทุ่มเทมาทั้งครึ่งชีวิตจะไม่มีคนสานต่อ
อย่างที่สองที่คิด คือ คิดว่าเราโชคดีมากๆ ที่มีธุรกิจรองรับและมีพ่อกับแม่คอยซัปพอร์ต ทั้งสอนและให้คำแนะนำ ไม่ต้องไปเริ่มหนึ่งใหม่แบบตัวคนเดียว หรือต้องแก้ไขปัญหาคนเดียว ซึ่งมันจะยากกว่านี้มาก คนอื่นที่เขาเริ่มตั้งแต่ต้นด้วยตัวเองเขายังทำได้ ประสบความสำเร็จได้เลย เราแค่ทำให้มันดีเหมือนที่พ่อและแม่เคยทำมาหรือดียิ่งกว่าเดิม ทำไมเราจะทำไม่ได้หากเราตั้งใจจริงและทุ่มเทให้กับมันจริงๆ
ทั้งนี้ จากความท้าทายในการรับช่วงต่อที่ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดจากศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำมัน ร้านค้า หรือระบบหลังบ้าน อะไรคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้ในช่วงแรกของการบริหารงาน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรารับรู้ได้เลยในช่วงแรกคือ เราต้องมีความขยันอดทน ใส่ใจ และตั้งใจ สำหรับพวกเรา 3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก อะไรที่ทำมาจากความทุ่มเทและความตั้งใจผลของมันจะออกมาดีเสมอ พวกเราเชื่อแบบนั้น แต่ถ้าผลออกมาไม่เป็นอย่างที่เราตั้งใจไว้ ไม่เป็นไร เราก็แค่ต้องเรียนรู้หาประสบการณ์เพิ่มขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการใช้เป็นอุปกรณ์ในการดูแลควบคุมธุรกิจมากขึ้น ไม่เหมือนยุคสมัยที่ผ่านมา เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องนำระบบ POS ออนไลน์มาใช้เพื่อบริหารจัดการยอดขายและสต็อกแบบเรียลไทม์ ถือเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาปรับใช้ธุรกิจภายในสถานีบริการน้ำมันเพื่อให้เราสามารถดูแลควบคุมหรือตรวจสอบแบบเรียวไทม์ได้ โดยไม่ต้องมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่หน้างานตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความใส่ใจของเราก็ต้องมีควบคู่กันไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ใช้กฎเกณฑ์ที่เกิดจากของความรู้สึกตัวเองมาควบคุมพนักงาน หรือเปลี่ยนไปในทุกๆ วัน เวลาที่พนักงานทำผิดพลาดก็จะให้กลับไปดูกฎระเบียบของบริษัทฯ ว่ามีหัวข้อนั้นไหมที่จะลงโทษพนักงานคนนั้นๆ ถ้ายังไม่มี เราก็จะต้องตักเตือนเขาด้วยคำพูดที่ดีกับพนักงานที่ทำผิดคนนั้นโดยแยกออกมาเตือนคนเดียว
นอกจากนี้ ก็จะต้องกลับไปเพิ่มในกฎระเบียบของบริษัทฯ ก่อน ออกเป็นหนังสือและแจ้งให้ชัดเจน เผื่อว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก พนักงานทุกๆ คนจะได้ใช้กฎเกณฑ์เดียวกัน และจะไม่มีปัญหากับพนักงานด้วย หากเราทำความเข้าใจกับเขาก่อน
"เราเป็นหัวหน้าเขา สิ่งที่หัวหน้าหรือผู้บริหารต้องมีคือคือความเป็นธรรม ความเที่ยงตรง ความใส่ใจ และความมีเมตตา รวมถึงสิ่งตอบแทนที่เหมาะสมที่เขาสามารถเอาไปดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ซึ่งเราต้องมีทัศนคติที่ดี ไม่ลำเอียง ดีต้องชม ทำผิดต้องกล้าตักเตือนอย่างเหมาะสม"
อีกทั้ง เราควรที่จะต้องรู้จักพนักงานของตัวเองให้ได้ทุกๆ คน นั่นบ่งบอกถึงความใส่ใจในพนักงานของตนเอง ให้เขารู้สึกว่าเราสามารถทำงานกับเขาได้และเขาสามารถที่จะไว้วางใจเราได้เช่นกัน
ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ การพูดคุย หรือการถ่อมตน (แต่ไม่อ่อนแอ) จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับพนักงานให้พวกเขารู้สึกอบอุ่น มั่นคง เปรียบเสมือนเป็นในครอบครัวเดียวกันได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับที่มาของแนวคิด "เห็นลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะเห็นเรา" ที่ให้พนักงานสบตาและทักทายลูกค้าตั้งแต่แรกที่เห็นนี้มาจากพ่อ ที่เขาจะเน้นยำเรื่องการบริการอยู่เสมอ
สถานนีบริการน้ำมันขายน้ำมันเหมือนกัน แต่สิ่งที่จะทำให้เราสามารถเป็นผู้นำคนอื่นๆ ได้ คือการที่เราชนะใจลูกค้าและทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากกว่าที่เขาคาดหวังกลับไปได้ ในเมื่อเราทำงานด้านบริการ ความใส่ใจ ความซื่อสัตย์ ต่อลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะลูกค้าทุกๆ คน ถือเป็นคนสำคัญสำหรับเรา
นอกจากนี้ สถานีบริการน้ำมัน ถือเป็นจุดพักรถสำคัญของผู้เดินทาง ดังนั้น ทำเลที่ตั้งของสถานีบริการน้ำมันถือเป็นสิ่งสำคัญมากสิ่งหนึ่ง การที่สถานนีบริการน้ำมันตั้งอยู่ในทำเลที่ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ที่ตั้งดีแล้วยังไม่มากพอ ต้องมีพื้นที่กว้างขวางรองรับลูกค้าได้อย่างเพียงพออีกด้วย
ในอนาคตทางบริษัทฯ มีแผนที่จะปรับปรุง และพัฒนาพื้นที่ภายในสถานี เพื่อรองรับการร้านค้าพื้นที่เช่า รวมถึงทัศนียภาพภายในสถานนีให้มีความสวยงามเป็นสัดส่วนมากกว่านี้ ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการและความสะดวกสบายของลูกค้า ลูกค้าเข้ามาใช้บริการต้องมีความสะดวกสบายครบครัน มาแล้วต้องครบจบที่เดียว
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับรางวัล "ปั๊มร่มรื่น" และได้รับการรับรองเป็น Green Station สิ่งที่ทำให้ PTT Station สาขานี้แตกต่างจากปั๊มทั่วไป ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่า การมีต้นไม้ในสถานีเยอะ มักจะมาพร้อมกับการจัดการที่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะต้องมาตกแต่งกิ่งไม้ การดูแลต้นไม้ รวมถึงสัตว์ที่มาอาศัยอยู่บนต้นไม้ เป็นต้น
การหาต้นไม้มาปลูกไม่ใช่เรื่องยากแต่จะรักษามันและจัดการกับมันยังไงอันนี้ยากกว่า
"พ่อมีมุมมองที่ว่า การที่มีต้นไม้ร่มรื่นมันคุ้มกว่าแน่นอน ในส่วนตัวพวกเราคิดว่า เมื่อก่อนมนุษย์เคยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ แต่สมัยนี้พอมีอาคารมากขึ้นทำให้พื้นที่สีเขียวลดลงไป จริงๆ แล้วมนุษย์ชอบอยู่กับธรรมชาติมากกว่าเพราะร่มรื่นเย็นสบาย แต่บางทีอาจจะลืมคิดไปว่าจะทำยังไงให้ธรรมชาติอยู่กับเราไปเรื่อยๆ บางสถานีสร้างสิ่งก่อสร้างมาบังแดด แต่ถ้าสถานีนั้นไม่มีต้นไม้เพียงพออาจจะทำให้เรารู้สึกร้อนได้อยู่ดี"
นอกจากสินค้าทั่วไปแล้ว สถานีบริการน้ำมันรุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม ยังมีร้านค้าที่เน้นขายของฝากท้องถิ่นด้วย เพราะสถานีเห็นโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อ และมีคุณภาพดีภายในพื้นที่ท้องถิ่นมาขาย เพื่ออยากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ อีกทั้งยังแสดงให้ลูกค้าที่ผ่านมาแล้วเข้ามาซื้อของฝากได้เห็นว่าพื้นที่บริษัทฯ มีของดีๆ จำนวนมาก และมีขนมอร่อยๆ หรือยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย
สำหรับการจัดพื้นที่ให้เกษตรกรอินทรีย์จากศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ได้เข้ามาขายผลผลิตในสถานีบริการน้ำมันของเราเกิดขึ้นจากการที่พ่อเป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ เพราะพ่อเขาสนใจเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้และปลูกผักอยู่แล้ว ทำให้ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับทางกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ และเปิดพื้นที่ให้นำผลิตภัณฑ์และผลิตผลที่ตนเองเพาะปลูกมาขายภายในสถานีบริการน้ำมันได้ ซึ่งทางสถานีก็ได้เปิดพื้นที่นี้ให้กับเกษตรกรฯ ได้มาประมาณ 7 ปีแล้ว โดยตลาดนัดเกษตรกรอินทรีย์ จะมีทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเช้า และวันหยุดนักขัตฤกษ์
"พวกเราคิดว่า การให้พื้นที่แก่กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์สามารถช่วยให้พวกเขามีรายได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือชุมชนสังคม ถือเป็นการตอบแทนสังคมได้อีกทางนึง"
นอกจากนี้ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็จะได้สินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม สด ใหม่ ซึ่งเหมือนเราได้ตอบแทนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเราอีกด้วย เพราะถ้าลูกค้าซื้อผักผลไม้จากเกษตรกรฯ ลูกค้าก็จะได้สินค้าคุณภาพดีกลับไป ไม่ว่าจะไปฝากครอบครัวหรือคนที่ลูกค้ารักอีกด้วย
จากข้อมูลที่พ่อมีส่วนช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองมีแนวคิดที่จะสืบทอดบทบาทนี้ในการพัฒนาและช่วยเหลือชุมชนอย่างไรต่อไป?
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี พวกเราสองคนได้เห็นสิ่งที่พ่อทุ่มเททำเพื่อสังคมมาโดยตลอดอย่างซื่อสัตย์ จึงคิดว่าการที่เราทำธุรกิจและมีกำไรนั้นก็มาจากลูกค้าและลูกค้าภายในพื้นที่ เพราะฉะนั้นในเมื่อเรามีกำไรก็ควรนำกำไรบางส่วนตรงนั้นไปทำประโยชน์ไม่มากก็น้อยเพื่อที่จะไปพัฒนาช่วยเหลือสังคม เพื่อที่สังคมจะได้ยั่งยืนและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหากมีคนช่วยกันหลายๆ คน
นอกจากนี้ พวกเรายึดคำที่ว่า "ความสำเร็จคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่กับที่" เพราะถ้าเราหยุดอยู่กับที่เราก็จะไม่มีอาวุธที่จะสู้กับคนอื่นๆ แต่สิ่งสำคัญที่เราอยากจะพัฒนาเพื่ออยากที่จะให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของเรา รู้สึกสะดวกสบาย มาครบจบทีเดียว เพราะสิ่งนี้เราถือว่าเป็นการให้เกียรติลูกค้าเป็นการตอบแทนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่เรา
การเดินทางของ PTT Station หจก.รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียม ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของธุรกิจ แต่คือบทเรียนของการปรับตัว ความขยันอดทน และการสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ที่ก้าวไปพร้อมกับการดูแล คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำให้รุ่งพิทักษ์ปิโตรเลียมแตกต่าง ไม่ใช่เพียงการเป็น "ไลฟ์สไตล์ฮับ" ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ แต่คือการส่งต่อความตั้งใจที่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และทำให้ปั๊มแห่งนี้เป็นมากกว่าสถานีบริการ แต่เป็นบ้านที่พร้อมต้อนรับและดูแลทุกการเดินทางของผู้คน





