เมื่อธุรกิจไทยต้องการขยายกิจการสู่ต่างประเทศ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า ควรขยายธุรกิจไปทั่วโลกหรือไม่ แต่คือ "จะเริ่มต้นที่ใด"
ในสภาวะการแข่งขันที่ท้าทายในปัจจุบัน การเลือกจุดเริ่มต้นสำหรับการลงทุนอย่างเหมาะสมสามารถสร้างความได้เปรียบอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยจึงหันมาลงทุนใน ฮ่องกง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มองเพียงแค่เป็นตลาดปลายทางเท่านั้น แต่ยังถือเป็นประตูสำคัญสู่ความสำเร็จทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ฮ่องกง คือจุดหมายปลายทางที่ธุรกิจไทยเลือกแล้ว
สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี และเห็นได้อย่างหลากหลายแบรนด์ไทย เช่น RAVIPA แบรนด์เครื่องประดับชื่อดังที่ได้รับการสนับสนุนจากศิลปินระดับโลกอย่าง ลิซ่า BLACKPINK และแจ็คสัน หวัง ซึ่งได้เปิดสาขาที่ 2 ในฮ่องกงภายในเวลาเพียง 6 เดือน เพื่อเจาะตลาดค้าปลีกระดับนานาชาติของฮ่องกง
ทั้งนี้ ในทำนองเดียวกัน PAÑPURI ก็ได้เปิดตัวสาขาแรกในศูนย์การค้าชั้นนำแห่งหนึ่งที่ฮ่องกงภายใต้คอนเซปต์พรีเมียมเวลเนสของไทย และยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีก 2 สาขาภายในปี 2026 โดยมีแผนจะเปิดทั้งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง และบนถนนชอปปิงสายหลักของฮ่องกง ขณะเดียวกัน Big C ก็ได้นำผลิตภัณฑ์ไทยที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและชื่นชอบไปสู่ตลาดต่างประเทศ แบรนด์เหล่านี้ไม่ได้ใช้ฮ่องกงเพียงแค่เป็นตลาดเท่านั้น แต่ยังถือเป็น "ฐานเชิงกลยุทธ์" สำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และภูมิภาคอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ภาพถ่ายของ K11 Musea ในย่านจิมซาจุ่ย ฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน RAVIPA และ PAÑPURI
นอกจากทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นแล้ว สิ่งที่ทำให้ฮ่องกงน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น คือความสะดวกสบายในการดำเนินธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้อย่างรวดเร็ว และยังคงความเป็นเจ้าของกิจการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมรับประโยชน์จากระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ด้วยกรอบกฎหมายที่แข็งแกร่งและการบริการระดับมืออาชีพ ฮ่องกงจึงเป็นฐานที่มั่นคงและพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล
"ฮ่องกง" เมืองที่วัฒนธรรม ทุน และความเชื่อมโยงมาบรรจบกัน
ฮ่องกง ไม่เพียงแต่เป็นมิตรต่อธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีวัฒนธรรมที่คนไทยคุ้นเคยอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายนั้นลึกซึ้งในหลายด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยวและเทศกาลอาหาร ไปจนถึงเทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ แบรนด์ไทยจึงรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเมื่อเข้าไปลงทุนในฮ่องกง ผู้บริโภคในท้องถิ่นก็เปิดกว้างต่อสินค้า วัฒนธรรม และการออกแบบของไทย ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมนี้ช่วยลดขั้นตอนการเรียนรู้ และช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงลูกค้าท้องถิ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ภาพนี้ได้มาจากเพจ Facebook ของ Songkran HK
ในด้านเงินทุน ฮ่องกงเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ทันสมัยที่สุดในโลก ธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ธนาคาร และบริการระดับมืออาชีพที่จำเป็นต่อการขยายธุรกิจในระดับสากล ความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่ายก็เห็นได้อย่างชัดเจน โดยมูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยและฮ่องกงสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งและความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นในทุกภาคอุตสาหกรรม
เมื่อพูดถึงความเชื่อมโยง มีเพียงไม่กี่เมืองในจีนเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงกับฮ่องกงในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ ระบบโลจิสติกส์ และการขนส่งแบบบูรณาการ ไปจนถึงเครือข่ายข้อมูลความเร็วสูงและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ถูกรวมไว้อย่างครบครันใน "ฮ่องกง" เมืองที่สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในระดับสากล และสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างสะดวก
การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในพื้นที่
การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางนี้เพียงลำพัง Invest Hong Kong สำนักงานกรุงเทพฯ พร้อมให้การสนับสนุนแบบเจาะจงตามลักษณะของแต่ละธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ ตลาดฮ่องกง ได้อย่างมั่นใจ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท การขอใบอนุญาต การแนะนำพันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระดับนานาชาติ ทีมงานของฮ่องกงพร้อมให้คำแนะนำตลอดเส้นทางของการขยายกิจการสู่ฮ่องกง
ประตูสู่ความฝันระดับโลก
ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยกำลังมองหาตลาดใหม่และโอกาสการสร้างการเติบโตในระดับภูมิภาค ฮ่องกงยังคงโดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางเชิงกลยุทธ์และสามารถเข้าถึงได้ง่าย สำหรับหลายธุรกิจ ฮ่องกงไม่เพียงเป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างกว้างมากขึ้นอีกด้วย





