สมชัย เลิศสุทธิวงค์ เปิดวิสัยทัศน์ 12 ปี บนเก้าอี้ซีอีโอเอไอเอส ประกาศยุทธศาสตร์ "AI for Sustainable Nation" ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย พร้อมประกาศความตั้งใจว่าในครึ่งปีหลังของปี 2568 AIS จะเปิดตัวโครงการต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า AI for Sustainable Nation ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ แต่เป็นภารกิจที่กำลังลงมือทำจริง
"ต่อจากนี้เราจะนำ AI มาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจ และประเทศชาติสู่ความยั่งยืน ผ่าน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์"
การปฏิวัติอุตสาหกรรมของโลกเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกในยุคเครื่องจักรและการผลิต ครั้งที่ 2 คือการจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ หลังสงครามโลก ครั้งที่ 3 คือการมาของแพลตฟอร์มดิจิทัล และวันนี้กำลังเข้าสู่ครั้งที่ 4 ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI จะเป็นตัวแปรหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผู้ที่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะกลายเป็นผู้นำของยุคใหม่
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส หากเปรียบเทียบกับเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในแง่ของเอไอเอสเองก็ผ่านการทรานส์ฟอร์มองค์กรมาแล้วหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Telecom Operator) สู่การเป็น Cognitive Tech-Co หรือองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ ที่มีวิสัยทัศน์คือเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และมีพันธกิจสำคัญคือการเป็นผู้ให้บริการอัจฉริยะที่เติมเต็มการใช้ชีวิตและธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นในโครงข่ายดิจิทัลล้ำสมัยและประสบการณ์เหนือระดับ
ปรับให้ทันโลกในคลื่นปฏิวัติที่ 4
นายสมชัย เริ่มต้นด้วยการอธิบายภาพรวมของสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป พร้อมชี้ให้เห็นถึง 3 ความท้าทายหลักที่โลกและประเทศไทยต้องเผชิญในยุคปัจจุบัน โดยในปีนี้ โลกของเรายังคงเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายมิติ ซึ่งประเทศไทยเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อม
1.) ในด้านเศรษฐกิจ (Economic) ไทยเรากำลังเผชิญกับการชะลอตัวทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดจากสงครามการค้าโลก ที่มีแนวโน้มจะใช้มาตรการกีดกันการค้าอย่างเข้มข้น และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ การจ้างงาน และอุตสาหกรรมบริการที่เป็นหนึ่งในเสาหลักของ เศรษฐกิจไทย รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง การเข้าถึงสินเชื่อที่จำกัด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่โตช้า และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง
2.) ในด้านสิ่งแวดล้อม (Climate) แม้ประเทศไทยจะมีอันดับลดลงในดัชนีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศโลก (Global Climate Risk Index ปี 2025 จาก Germanwatch ผลวิเคราะห์ในช่วงปี 1993-2022 ไทยอยู่อันดับที่ 30 จาก 183 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลดลงจากอันดับที่ 9 ในช่วงปี 2000-2019) รวมถึง มีแนวโน้มที่ภาวะโลกรวนจะยิ่งทวีความรุนแรง อีกทั้งเรายังเผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
3.) ด้านเทคโนโลยี (Technology) เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาอย่าง AI แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงและภัยบนโลกไซเบอร์ก็เติบโตตามมาอย่างไม่หยุดยั้งอาทิ การหลอกลวงบนโลกออนไลน์ และภัยจากมิจฉาชีพที่เข้ามาในรูปแบบต่างๆ ที่เราจะเห็นชัดจากปรากฏการณ์ในประเทศไทยในทุกวันนี้ และแม้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ยังเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงดิจิทัล เพราะยังมีกลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึงหรือไม่เท่าทันเทคโนโลยี
ฉายภาพ 4 เสาหลักยุทธศาสตร์
จากบริบทดังกล่าว นายสมชัย เล่าว่า เอไอเอส จึงวางยุทธศาสตร์องค์กรใหม่โดยขยับจากโมเดลเดิม "ทฤษฎีพาย 3 ชิ้น" ซึ่งประกอบด้วย Digital Intelligence Infrastructure, Cross Industry Collaboration และ Human Capital & Sustainability ภายใต้แนวคิด ECOSYSTEM ECONOMY หรือเศรษฐกิจแบบร่วมกัน เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน ประเทศไทยจึงจะแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนสู่แนวคิด นั่นคือ 4 เสาหลักยุทธศาสตร์ ที่จะวางรากฐานดิจิทัลไทยสู่ความยั่งยืน ซึ่ง 4 เสานี้ ประกอบไปด้วย
- Digital Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานอย่างเทคโนโลยีสื่อสารและอินเทอร์เน็ตต้อง "เข้าถึงได้" และ "มีคุณภาพ" สำหรับคนทุกกลุ่มทั่วประเทศ หากประชาชนสามารถเข้าถึงเครือข่ายโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะได้อย่างเท่าเทียมก็จะเกิดโอกาสใหม่ๆ อย่างมหาศาล
- Digital Talents "คน" คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เราจำเป็นต้องพัฒนา Digital Skills และ Digital Capability ให้กับคนไทย โดยเฉพาะในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI, Cloud, Machine Learning เพราะคนคือผู้ใช้เทคโนโลยีที่แท้จริง และจะเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
- Digital Safety ในยุคที่ภัยไซเบอร์และอาชญากรรมบนโลกออนไลน์กลายเป็นปัญหาระดับชาติ การป้องกันไม่ใช่แค่หน้าที่ของรัฐ แต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน คนไทยต้องมีภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล มีทักษะและความรู้ในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย รวมถึงมีเครื่องมือป้องกันที่เข้าถึงได้
- Digital Green ในยุคที่โลกเผชิญกับภาวะโลกรวนและผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรเกินพอดี เทคโนโลยีดิจิทัลต้องมีบทบาทในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้โซลูชันดิจิทัลเพื่อลดการใช้พลังงาน การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน หรือแม้แต่การนำดิจิทัลมาสนับสนุนการบริโภคอย่างรู้คุณค่า
AI ฐานรากสู่การเติบโตที่ยั่งยืน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า โดยในมิติของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) เอไอเอส มุ่งพัฒนาเครือข่าย 5G และโครงข่ายไฟเบอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สามารถรองรับการเติบโตของบริการดิจิทัลในอนาคต ซึ่งสิ่งนี้แม้จะต้องลงทุนสูงและเป็นการลงทุนในอัตราที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าไว้ใจและเชื่อใจในแบรนด์เอไอเอส ด้วยคุณภาพของโครงข่ายและสัญญาณที่ครอบคลุมเกือบจะ 100% ทั่วทั้งประเทศ ส่วน 5G ในวันนี้มี Coverage มากกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร
อย่างไรก็ดี อิทธิพลของ AI ในภาคธุรกิจองค์กรจะมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูงโดยเฉพาะด้าน AI และ Cloud พร้อมทั้งวางแผนฝึกอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กับทั้งบุคลากรภายในและบุคคลภายนอก เช่น การจับมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยระดับประเทศ โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับโลกด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีสูง
ดังนั้น การมาถึงของ AI จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้ดิจิทัลไทยเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
นายสมชัย อธิบายเพิ่มว่า ในฐานะขององค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ จึงตั้งใจที่จะยกระดับศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network) และเทคโนโลยี AI มาช่วยเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้กับประเทศ ภายใต้แนวคิด AI for Sustainable Nation โดยนำศักยภาพของ AI มาสร้าง เศรษฐกิจแบบร่วมกัน (Ecosystem Economy) ที่ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน
"ในวันนี้ เอไอเอส มีเป้าหมายชัดเจนภายใต้แนวคิด AI for Sustainable Nation หรือการนำ AI มาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจ และประเทศชาติสู่ความยั่งยืน"
Virtual Bank อีกหนึ่งอนาคต
นายสมชัย เน้นย้ำถึงแนวคิด "โตไปกับพันธมิตร" โดยไม่ทำธุรกิจลำพัง แต่จะสร้างความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ซึ่งบริการทางด้านการเงินก็ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เอไอเอสเชื่อว่ามีศักยภาพที่จะเข้าไปทำตลาดได้ ทั้งนี้บริการธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ถือว่าเป็นหนึ่งในบริการดิจิทัลของบริษัท ไม่ใช่เงินกู้เพียงอย่างเดียว และด้วยฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เอไอเอสจะมีโอกาสเสนอขายสินค้าและบริการอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า เช่น ประกันภัย และบริการทาง การแพทย์ เป็นต้น
สำหรับ Virtual Bank เอไอเอสร่วมมือกับ ธนาคารกรุงไทย (KTB) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) รวมเป็น 3 บริษัท เพื่อร่วมกันผลักดันธุรกิจ Virtual Bank ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยจุดแข็งของแต่ละองค์กร นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบการเงินดิจิทัลระดับโครงสร้าง เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างครอบคลุม เท่าเทียม และทั่วถึง และสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน
นอกจากยุทธศาสตร์หลัก AIS ยังได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจโมบาย, บรอดแบนด์, เอนเตอร์ไพรส์, รีเทล, ดิจิทัลไฟแนนซ์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่บน "AIS Play" ที่ให้ผู้บริโภคเลือกรับชมคอนเทนต์ได้ทั้งแบบฟรีและจ่ายเงิน พร้อมเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ ค่ายหนัง และผู้ผลิตเนื้อหาเข้าร่วมสร้างระบบนิเวศความบันเทิงใหม่ โดยไม่ต้องพึ่ง YouTube หรือ OTT รายใหญ่จากต่างประเทศ
แพลตฟอร์มใหม่นี้จะถูกวางระบบหลังบ้านให้รองรับเทคโนโลยี AI เช่น การแนะนำคอนเทนต์ส่วนบุคคล การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการแบบ Subscription หรือ Pay-Per-View ได้ตามความต้องการ รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบพันธมิตรด้านสื่อและคอนเทนต์ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายขอบเขตของความบันเทิงและสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตเนื้อหาไทยในการเข้าสู่ตลาดโลก
ถ่ายทอดยีนดีเอ็นเอคนเอไอเอส
สำหรับเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านในระดับองค์กร AIS ยังได้เปิดตัวทีมผู้บริหารที่เรียกว่า เป็นกำลังหลักในการผลักดันวิสัยทัศน์ AI for Sustainable Nation ให้สำเร็จ โดยประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงในแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็นโมบาย, บรอดแบนด์, เอนเตอร์ไพรส์, รีเทล, เทคโนโลยี, ระบบไอที, ทรัพยากรบุคคล และความปลอดภัย พร้อมวางแผนการส่งต่อภารกิจผ่านโครงการ Legacy in Motion เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านผู้นำอย่างราบรื่นและยั่งยืนในระยะยาว โดยมีการวางแผนสืบทอดตำแหน่งผู้นำในแต่ละด้านจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นระบบ
ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา AIS เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เพราะการให้ความสำคัญกับการวางรากฐานที่แข็งแรงที่สุด นั่นคือเรื่องของ "คน" จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้นำ ผ่าน 3 แกนสำคัญ คือ
- The Leadership Vanguard เราสร้าง "กองหน้าของผู้นำ" กลุ่มผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลพร้อมนำองค์กรไปสู่อนาคตใหม่ที่ท้าทาย
- Legacy in Motion เราส่งต่อ พลังของผู้นำจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้ต่อเนื่องและยั่งยืน
- Multi-Gen Leadership เราส่งเสริม ผู้นำข้ามรุ่นเพื่อดึงจุดแข็งของแต่ละเจเนอเรชัน มาผสานกันเกิดเป็นพลังที่หลากหลาย แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งหมดนี้ คือวัฒนธรรม (Culture) และ DNA ของคน AIS ที่เราจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นมาขับเคลื่อน AIS ไปสู่องค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ (Cognitive Tech-Co) เพราะเมื่อผู้นำแข็งแกร่ง องค์กรก็จะแข็งแกร่ง และเมื่อองค์กรแข็งแกร่ง ประเทศก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
"การเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องภายในองค์กร แต่คือความพยายามในการขับเคลื่อนประเทศให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้คนจริง สร้างคุณค่าใหม่ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมประกาศความตั้งใจว่าในครึ่งปีหลังของปี 2568 นี้ AIS จะเปิดตัวโครงการต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า AI for Sustainable Nation ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ แต่เป็นภารกิจที่กำลังลงมือทำจริง โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" นายสมชัย กล่าวปิดท้าย





