ราคาน้ำมันดิบโลกเดือน ก.ค. ผันผวนจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ดัน Dubai แตะ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ PRISM คาด ส.ค.-ก.ย. เคลื่อนไหวในกรอบ 75-80 ดอลลาร์ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอุปทานที่ยังสูง
สถานการณ์ ราคาน้ำมันดิบ ตลาดโลกในเดือนกรกฎาคมมีความผันผวน จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางดัน ราคาน้ำมันดิบ Dubai แตะ 97 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล แต่ราคาอยู่ในระดับสูงได้ไม่นาน เนื่องจากมีความพยายามฟื้นฟูการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามอีกครั้ง ทำให้ราคาเฉลี่ยในเดือน กค. อยู่ที่ประมาณ 77 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โดยนักวิเคราะห์กลุ่ม PRISM คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 75-80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
โดยสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ยุติข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา เหตุจากที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน เรือ LNG และเรือพาณิชย์ในบริเวณอ่าวโอมานและช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมาย ทางทหารและโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมกลับมาคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน ของอิหร่านและบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือที่เข้า-ออกท่าเรือ อิหร่าน
โดยปัจจัยด้านความขัดแย้งในภูมิภาคในช่วงเดือน กค ที่กล่าวมาข้างต้น เริ่มกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หลังกลุ่ม Houthi ปิดล้อมการเดินเรือของซาอุดีอาระเบีย ผ่านช่องแคบ Bab al-Mandeb (บาบ-อัล-มัน-เดบ) บริเวณตอนใต้ของทะเลแดง ซึ่งอาจกระทบอุปทานน้ำมันโลกประมาณ 7%
ขณะที่การโจมตีด้วยโดรนของยูเครน บริเวณทะเลดำส่งผลให้ Caspian Pipeline Consortium (แคส-เปียน ไพพ์-ไลน์ คอน-ซอร์-เทียม) หรือ CPC ต้องระงับการขนส่งน้ำมันบางส่วน กระทบต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) มีปริมาณลดลง แต่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ยังพร้อมระบายน้ำมันเพิ่มเติมหากจำเป็น
ด้าน IEA ระบุว่าสมาชิกได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) แล้ว ราว 70% ของปริมาณ 400 ล้านบาร์เรลที่ตกลงร่วมกัน และ ยังคงมีน้ำมันสำรองเหลือกว่า 1,000 ล้านบาร์เรล ซึ่ง IEA อาจพิจารณาปล่อยเพิ่มเติม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำ และ SPR ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 311.4 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2526



