วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

"เมกาบางนา" แหล่งชอปปิงใหญ่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ประกาศแผนขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี ภายใต้โครงการ “เมกาซิตี้” ที่เป็นการผนึกกำลังระหว่าง เซ็นทรัลพัฒนา และ อิคาโน เซ็นเตอร์ มูลค่า 6,000 ล้านบาท

ศูนย์การค้าเมกาบางนา โดยการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองไทย ผู้พัฒนาแลนด์มาร์กในกรุงเทพฯ และเมืองศักยภาพทั่วประเทศ และ อิคาโน เซ็นเตอร์ ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้า และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) รวมที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และพื้นที่ชุมชน เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวาและยั่งยืน ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่ศูนย์การค้า “เมกาบางนา” ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เน้นธรรมชาติและประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจร สร้าง "a nature-led, experience-led destination" สำหรับทุกคนในครอบครัว

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

โครงการส่วนต่อขยายจะเพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตร.ม. ประกอบด้วย ศูนย์การค้า และที่จอดรถเพิ่มเติม 1,750 คัน ส่งผลให้เมกาบางนา เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีพื้นที่จอดรถมากที่สุดในกรุงเทพฯ คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 ซึ่งจะส่งผลให้ศูนย์การค้าเมกาบางนา มีพื้นที่โครงการรวม 800,000 ตร.ม. นับเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของ “แผนพัฒนามิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนในระยะยาว” มูลค่า 70,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ พื้นที่โครงการรวม 1.3 ล้าน ตร.ม. ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้าง “เมกาซิตี้” ที่จะก้าวสู่โครงการมิกซ์ยูสแห่งอนาคตที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ตะวันออก โดยมี “เมกาบางนา” เป็นหัวใจสำคัญ เชื่อมโยงทั้งการทำธุรกิจ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน ร่วมพลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

ย่านบางนา หนึ่งในย่านที่มีการเติบโตและการขยายตัวของเมืองมากที่สุดในกรุงเทพฯ กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เมื่อ เมกาบางนา แหล่งชอปปิงใหญ่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ประกาศแผนขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี ภายใต้โครงการ “เมกาซิตี้” (Mega City) ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง เซ็นทรัลพัฒนา และ อิคาโน เซ็นเตอร์ ด้วยงบลงทุนส่วนต่อขยาย 6,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการมาสเตอร์แพลนรวมกว่า 70,000 ล้านบาท

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

เอเดรียน มิเรีย Managing Director, Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า ย่านบางนาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ และทำเลแห่งศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล หากแต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ “Quality time” ร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อน เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน

โดยตั้งแต่เปิดให้บริการ “เมกาบางนา” ได้ต้อนรับผู้ใช้บริการมากกว่า 670 ล้านครั้ง สร้างสถิติผู้เข้าใช้บริการสูงสุดมากถึง 60 ล้านครั้งในปี 2568 อีกทั้งทุบสถิติอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% มาอย่างต่อเนื่อง!  ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ IKEA สาขาแรกในประเทศไทย หนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอาเซียน

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

“ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Ikano Centres ในการสร้างโอกาสเพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้คน สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ขนาดของโครงการหรือผลการดำเนินงาน แต่คือความสัมพันธ์และความผูกพันที่เราได้สร้างร่วมกับลูกค้าตลอด 14 ปีที่ผ่านมา”

การขยายโครงการครั้งนี้ ยังสะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเรือธงของ อิคาโน กรุ๊ป ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เชื่อว่าเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น ขณะที่ ประสบการณ์ ความสำเร็จ พันธมิตร (เซ็นทรัลพัฒนา) และคอนเซปต์ที่ยูนีค เป็นจุดแข็งขับเคลื่อนการเติบโตของโครงการ “เมกาบางนา” และ “เมกาซิตี้” ในระยะยาว

เมกาซิตี้ จุดหมายปลายทางแห่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ย่านบางนา เป็นหนึ่งในพื้นที่เติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง (Modern Affluent Family) และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหาประสบการณ์ที่มากกว่าการชอปปิง ทั้งด้านการใช้ชีวิต การพักผ่อน และการสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

เป็นโจทย์สำคัญของการขยายโครงการ “เมกาบางนา” ที่ถูกพัฒนาภายใต้แผนมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ เมื่อแล้วเสร็จจะมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. มูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท โดยจะมีการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ เสริมความแข็งแกร่งในอนาคต อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย ภายใต้วิสัยทัศน์ “เมกาซิตี้” ที่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก และเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่สำคัญของประเทศไทย ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

"การขยายพื้นที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาในวันนี้ ถือเป็น Milestone ที่สำคัญสะท้อนวิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งการพัฒนาในเฟสที่สอง จะเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ศูนย์การค้า โดยจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 6,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน"

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

การลงทุนครั้งนี้ กำหนดแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2571 ต่อยอด “เมกาบางนา” สู่เดสติเนชันแห่งใหม่ที่ผสานพื้นที่รีเทล พื้นที่สาธารณะ การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยโครงการส่วนต่อขยายจะเพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่จอดรถอีก 1,750 คัน ส่งผลให้เมกาบางนา เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีพื้นที่จอดรถมากที่สุดในกรุงเทพฯ และจะมีพื้นที่โครงการรวมกว่า 800,000 ตร.ม. หรือมากกว่า “ครึ่งหนึ่ง” ของแผนการพัฒนามิกซ์ยูสในระยะยาว

“Your Everyday Meeting Place”

มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวเสริมด้วยว่า อนาคตของธุรกิจรีเทลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกวัน จึงมุ่งพัฒนา “เมกาบางนา” ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน หรือ “A Destination for a More Thoughtful Everyday” ที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่รีเทล แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน ตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ “Your Everyday Meeting Place”

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

เจาะไฮไลต์ขยายอาณาจักร “เมกาบางนา“ สู่ ”เมกาซิตี้” 

เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป การขยายโครงการจึงมุ่งผสานประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร เวลเนส และคอมมูนิตี้ เข้าด้วยกัน ทำให้ “เมกาบางนา” เป็นเดสติเนชันที่ยังคงมีความหมายต่อผู้คนในทุกเจนเนอเรชัน และยังคงตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในอนาคตข้างหน้า หรือ A Destination for a More Thoughtful Everyday ความน่าสนใจของ “เมกาบางนา” ในการพัฒนาส่วนต่อขยาย มีตั้งแต่

  • ดีไซน์เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต

นั่นคือการฉีกกฎศูนย์การค้าแบบเดิมสู่แนวคิด “a nature-led, experience-led destination” โดยการออกแบบส่วนต่อขยายครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก สถาปัตยกรรมสไตล์นอร์ดิก (Nordic Design) ที่เน้นความโปร่งสบาย ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว และประสบการณ์ที่ออกแบบโดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนปรัชญา Meeting Place ของ Ikano Centres ในการเชื่อมโยงพื้นที่รีเทล คอมมูนิตี้ และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย โดย เมกาบางนา จะพัฒนาแลนด์มาร์กใหม่ MEGA SKYLINE พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซ ขนาดกว่า 7 ไร่ พร้อมพื้นที่กิจกรรม การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟกว่า 3,000 ตร.ม. รวมถึง MEGA LOFT เดสติเนชันด้านอาหารและการพบปะสังสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก บนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม.

จะเป็นทั้งแบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ที่เข้ามาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก รวมถึง Accessible Luxury อีกมากกว่า 20 แบรนด์ ผสานกับการยกระดับประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการเชื่อมต่อพื้นที่ส่วนต่อขยายเข้ากับศูนย์การค้าเดิมอย่าง ไร้รอยต่อ เพื่อสร้าง Experience-led เดสติเนชันที่เติบโตไปพร้อมกับคนทุกเจเนอเรชันในอนาคต

  • ยกระดับสู่ “อาณาจักรรีเทล” ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

การขยายพื้นที่ครั้งนี้จะเพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตร.ม. ซึ่งจะส่งผลให้เมกาบางนามีพื้นที่รวมถึง 800,000 ตร.ม. ในเฟสนี้ และเมื่อโปรเจกต์เสร็จสิ้นในไตรมาส 3 ปี 2571 ความน่าสนใจด้านการชอปปิงจะพุ่งสูงขึ้นด้วย

จุดแข็งเมกาบางนา : มี Ecosystem ธุรกิจรีเทลแข็งแกร่งยาวนานกว่า 14 ปี มีแบรนด์ดังและร้านค้าชั้นนำกว่า 900 ร้านค้า เป็นกลุ่มร้านอาหาร 176 ร้าน และร้านค้าปลีก 730 ร้าน โดยมีผู้เช่าหลัก ได้แก่ IKEA แห่งแรกในประเทศไทย, เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์, โฮมโปร, บิ๊กซี และเมกา ซีนีเพล็กซ์ มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดทราฟฟิกและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมแบรนด์ระดับโลกเสริมความแข็งแกร่งอย่าง Zara, Uniqlo, Muji, H&M, Pull&Bear, lululemon, Sephora, Tudor, TAG Heuer และ Victoria's Secret.

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

จำนวนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น : จากปัจจุบัน 900 แบรนด์ เพิ่มเป็นกว่า 1,200 แบรนด์ ถือว่ามากที่สุดในย่านนี้ 

แบรนด์กว่า 250 แบรนด์ : รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่จะเข้ามาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก

กลุ่ม Accessible Luxury : จะมีแบรนด์หรูที่เข้าถึงง่ายเพิ่มเข้ามามากกว่า 20 แบรนด์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง

ที่จอดรถเพิ่มขึ้น : การเพิ่มที่จอดรถอีก 1,750 คัน จะทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีพื้นที่จอดรถมากที่สุดในกรุงเทพฯ

เมกาซิตี้ : โปรเจกต์นี้คือการสร้าง “เมืองมิกซ์ยูส” ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่รวมกว่า 325 ไร่ 

แผนพัฒนาในระยะยาว : อาคารสำนักงานและโรงแรม  เพื่อรองรับการเติบโตของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ที่พักอาศัย สร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิต (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงบ้าน ที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อนเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

มูลค่าโครงการมหาศาล : เมื่อพัฒนาครบตามมาสเตอร์แพลนจะมีพื้นที่รวมกว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. โครงการมีมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านบาท

ศักยภาพทำเล “บางนา” ย่านเศรษฐกิจใหม่ (New CBD) แห่งอนาคต

ทำเลยุทธศาสตร์ : เชื่อมต่อทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความพร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการขยายตัวของเมืองในอนาคต เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญในระดับอาเซียน

ฐานประชากร : มากกว่า 3 ล้านคน

รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน :  91,000 บาทต่อเดือน สูงเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กลุ่ม Modern Family : กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง (Modern Affluent Family) เป็นฐานลูกค้าหลักที่ต้องการประสบการณ์การใช้ชีวิตที่มากกว่าการชอปปิง ให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดี การใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ผลักดันให้เกิดความต้องการรูปแบบใหม่ของประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร เวลเนส และพื้นที่คอมมูนิตี้

'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน

วันนี้ “เมกาบางนา” เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในแต่ละปี ต้อนรับผู้ใช้บริการกว่า 165,000 คนต่อวัน ลูกค้ากลับมาใช้บริการเฉลี่ย 4-5 ครั้งต่อเดือน มีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิก Mega Smile Rewards แข็งแกร่งกว่า 450,000 ราย และจัดงานอีเวนต์มากกว่า 160 งานต่อปี จากผลสำรวจ Retail Customer Research 2024 เมกาบางนาได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของศูนย์การค้าที่ลูกค้าแนะนำมากที่สุด และยังครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางด้านการชอปปิงที่อยู่ในใจของผู้บริโภค ด้วยการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) สูงถึง 95% และความพึงพอใจของลูกค้าในระดับ 100%

การขยายพื้นที่ครั้งนี้ของ “เมกาบางนา” จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาด! แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านพื้นที่สาธารณะ ธรรมชาติ และร้านค้าที่หลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เรียกว่า “Your Everyday Meeting Place” สำหรับคนทุกเจเนอเรชันอย่างยั่งยืน 'เมกาบางนา' พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก เดินหน้าขยายศูนย์การค้าครั้งใหญ่ สู่ 'เมกาซิตี้' เมืองมิกซ์ยูส 7 หมื่นล้าน