หลักสูตร Net Zero CEO รุ่นที่ 3 สร้างการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไทย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าใจภาพใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อย่างรอบด้าน โดยจะเปิดเรียนทุกวันอังคาร ระหว่างวันที่ 7 ก.ค.-1 ธ.ค. 2569 นี้ และเปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2569 นี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในโลกวันนี้ “ความไม่แน่นอน” เป็นความเสี่ยงใหญ่อย่างมากต่อโลก ต่อธุรกิจ หรือเราทุกคน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากสิ่งที่คาดเดาไม่ได้อย่างสงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งด้านพลังงาน ไปจนถึงเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ที่ล้วนสร้างผลกระทบต่อทุกองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะความผันผวนจาก ราคาน้ำมัน ที่กระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบ Brent เคยพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมในไทยทยอยปรับขึ้นหลายครั้ง
ความผันผวนเหล่านี้ ไม่ได้กระทบเพียงธุรกิจพลังงาน แต่กำลังกระทบตั้งแต่ภาคการผลิต โลจิสติกส์ อาหาร โรงแรม ค้าปลีก หลายอุตสาหกรรมมีผลกระทบถึง 20-40% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ดังนั้น “พลังงาน” จึงไม่ใช่แค่ต้นทุนรอง แต่เป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อ “กำไร” และความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงความมั่นคงขององค์กรโดยตรง
ในอดีตหลายองค์กรอาจมองค่าไฟ ค่าน้ำมัน หรือค่าพลังงาน เป็นเพียงต้นทุนประกอบธุรกิจทั่วไป แต่ในปัจจุบัน พลังงานได้กลายเป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้บริหารไม่สามารถมองข้ามได้อีกแล้ว และทุกครั้งที่เกิดสงคราม เส้นทางขนส่งน้ำมันตึงเครียด หรือทุกครั้งที่เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดัน สิ่งแรกที่ขยับคือ “ราคาพลังงาน” ทำให้ต้นทุนธุรกิจขยับตามมาด้วย
ทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนว่า องค์กรที่ยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในระดับสูง กำลังแบกรับความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้จากปัจจัยภายนอกโลก ยิ่งโลกเผชิญความขัดแย้งมากเท่าไร ความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
แต่ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรหันมาลงทุนติด Solar Rooftop บนหลังคาโรงงาน ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดความเสี่ยงจากค่าไฟที่ผันผวน หลายธุรกิจหันมาเปลี่ยนยานพาหนะเป็น EV เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงในระยะยาว สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างพลังงาน ที่เป็นแต้มต่อให้ความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น
เหล่านี้ตอกย้ำว่า องค์กรที่เข้าใจเรื่องพลังงาน เข้าใจต้นทุน เข้าใจความเสี่ยง และสามารถวางกลยุทธ์รับมือได้ก่อน มีโอกาสสร้างความได้เปรียบในระยะยาว ในทางกลับกัน องค์กรที่มองว่าเรื่องเหล่านี้ยังเป็นเรื่องไกลตัว อาจต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในอนาคต ทั้งจากต้นทุน กฎระเบียบ และการแข่งขัน ที่ “ผู้นำองค์กร” จำเป็นต้องเข้าใจมากขึ้นว่า โลกกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางใด และองค์กรควรวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในเศรษฐกิจยุคใหม่
หลักสูตร Net Zero CEO รุ่นที่ 3 สร้างการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไทย
จึงเป็นที่มาของการเกิดหลักสูตร “Net Zero CEO รุ่นที่ 3” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าใจภาพใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อย่างรอบด้าน เป้าหมายสำคัญของหลักสูตรนี้ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่า Net Zero ไม่ใช่เพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการลงทุนในพลังงานสะอาด การปรับกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจ และแนวทางขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ที่องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจจริงได้ในอนาคต โดยในหลักสูตรนี้ จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำตัวจริงระดับประเทศกว่า 25 คน มาร่วมถอดรหัสและถ่ายทอดประสบการณ์จริง เพื่อใช้เรียนรู้และเป็นกรณีศึกษา จากแนวทางปฏิบัติขององค์กรชั้นนำมากกว่า 10 แห่ง จากหลากหลายอุตสาหกรรม
ผู้เรียนจะไม่ได้รับเพียงความรู้เชิงทฤษฎี แต่จะได้เห็นว่าธุรกิจจริงกำลังปรับตัวอย่างไร โลกกำลังเดินไปทางไหน และองค์กรไทยควรเตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อไม่ให้ตกขบวน พร้อมทั้งร่วมอัปเดตเกี่ยวกับเทรนด์เชิงลึกด้าน Green Finance และเกณฑ์กฎหมายในด้านต่าง ๆ เพราะในความเป็นจริง เทรนด์ Net Zero ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่มันกำลังเกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจวันนี้
อีกจุดเด่นสำคัญของหลักสูตร คือการพาผู้เรียนออกจากห้องเรียนไปสัมผัสของจริง ผ่านกิจกรรม Field Study ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการศึกษาดูงานที่ประเทศ เดนมาร์ก ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลก ที่เน้นการบริหารเมืองผ่าน Sustainability และเป็นต้นแบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมการประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับประเทศ ตั้งแต่การใช้ EV อย่างแพร่หลาย ไปจนถึงการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรองรับอนาคต
นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้เรียนรู้กรณีศึกษาจากพื้นที่จริงในประเทศไทย รวมถึงแนวคิด Nan Sandbox ที่ถือเป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อแก้ปัญหาป่าต้นน้ำและการทำเกษตรเชิงเดี่ยวในจังหวัด น่าน ผ่านการจัดสรรพื้นที่ทำกิจกรรมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ควบคู่กับการรักษาป่าต้นน้ำ ด้วยวิธีการปลูกพืชสมุนไพรใต้ป่า ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการลงพื้นที่จริงในจังหวัด ชลบุรี เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวอีกด้วย
Field Study จึงไม่ได้เป็นเพียงการดูงาน แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้บริหารเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero สามารถเกิดขึ้นได้จริง หากมีทั้งวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และความร่วมมือที่ถูกต้อง
สุดท้ายแล้วหัวใจของหลักสูตร Net Zero CEO รุ่นที่ 3 คือการช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นอนาคตร่วมกัน ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เข้าใจความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างเครือข่ายผู้นำที่พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะการเดินไปสู่ Net Zero ไม่ใช่ภารกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ต้องร่วมกันกำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและประเทศไทยในอนาคตให้ดีขึ้น
สำหรับหลักสูตรนี้ ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนเพิ่ม 3 ชั่วโมง เพื่อประกาศนียบัตรคู่ (Dual Certificate) ร่วมกับหลักสูตร The Board’s Roles in Climate Governance (BCG) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ได้อีกด้วย
โดย Net Zero CEO รุ่นที่ 3 จะเปิดรับสมัครผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน เจ้าของธุรกิจ CEO และ C-Level รวมถึงผู้บริหารสายกลยุทธ์ การเงิน ความยั่งยืน พลังงาน อุตสาหกรรม และการสื่อสารองค์กร โดยจะเปิดเรียนทุกวันอังคาร ระหว่างวันที่ 7 ก.ค.-1 ธ.ค. 2569 นี้ และเปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2569 นี้


