"สยามพิวรรธน์" ปักหมุด "ต้นแบบรีเทลแห่งอนาคต" เร่งลดคาร์บอน ดันพลังงานสะอาด–เศรษฐกิจหมุนเวียน สู่เป้าหมาย Paris Agreement
สยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และจุดหมายปลายทางระดับโลก เจ้าของแลนด์มาร์กสำคัญ สยามพารากอน ไอคอนสยาม สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ปักหมุดสร้าง “ต้นแบบรีเทลแห่งอนาคต” เดินหน้าธุรกิจร่วมขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มุ่งควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ เร่งลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน,บริหารจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และ การสร้างระบบนิเวศสีเขียวอย่างครบวงจร
วิกฤติสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) ส่งผลอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและผิดปกติ นำไปสู่ปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ภัยแล้งรุนแรง และผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งมีชีวิตในวงกว้าง รวมทั้งเศรษฐกิจโลก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และจุดหมายปลายทางระดับโลก เจ้าของแลนด์มาร์กสำคัญ สยามพารากอน ไอคอนสยาม สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืนมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น “ศูนย์” (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050
นรีรัตน์ สันธยาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงาน Sustainability and Investor Relations บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย “Net Zero 2050” โดยเร่งดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 อย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศสีเขียวร่วมกับพันธมิตร ผู้เช่า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
“สยามพิวรรธน์เชื่อว่าการเติบโตทางธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม"
การเดินหน้าเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 “สยามพิวรรธน์” ได้นำนวัตกรรม สร้างความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้
เร่งลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและนวัตกรรมอัจฉริยะ
ยุทธศาสตร์สำคัญของ "สยามพิวรรธน์" คือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน โดยมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในโครงการสำคัญมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 ได้แก่ ไอคอนสยาม สยามพารากอน และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ล่าสุดได้ขยายการลงทุนในระยะ 2 ที่สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) บริเวณหลังคาลานจอดรถ ขณะที่สยามพารากอนได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเพิ่มเติม ส่งผลให้ปัจจุบันสยามพิวรรธน์มีพื้นที่ผลิตพลังงานหมุนเวียนรวมกว่า 62,000 ตารางเมตร เทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้กว่า 373,100 ต้นต่อปี
นอกจากนี้ ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการจัดซื้อไฟฟ้าสีเขียว ผ่านโครงการ Utility Green Tariff (UGT1) ส่งผลให้สยามพารากอนและไอคอนสยามเป็นกลุ่มศูนย์การค้าแห่งแรกในไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 30% ควบคู่ไปกับการลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านระบบ Smart Energy Management และการติดตั้ง IAQ Sensor เพื่อควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 1.8 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
ต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ Zero Waste
ในด้านการบริหารจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สยามพิวรรธน์ ตั้งเป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2040 ผ่านโครงการ “Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste” โดยสร้างระบบนิเวศการจัดการขยะที่ครบวงจร คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดตามแนวคิด Circular Economy โดยทำงานร่วมกับผู้เช่ากว่า 1,000 ราย และเครือข่ายพันธมิตรนานกว่า 5 ปี ได้การยอมรับในฐานะต้นแบบการบริหารจัดการขยะที่หลายองค์กรเข้ามาศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้
อีกโครงการสำคัญ Recycle Collection Center (RCC) จุดรับวัสดุรีไซเคิลแบบ Drive-Thru รองรับการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลถึง 8 ประเภท เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิล สามารถรวบรวมวัสดุจากสยามพารากอนและไอคอนสยามได้มากกว่า 42,500 กิโลกรัม นับตั้งแต่ปี 2021 ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระดับชุมชน
สำหรับขยะประเภทพลาสติกหลายชั้น (Multilayer Plastic) ที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ จะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและลดภาระการฝังกลบขยะ
“สยามพิวรรธน์” ยังสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนผ่าน NEXTOPIA พื้นที่ต้นแบบที่ผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวัน พร้อมต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิลและอัปไซเคิลที่มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งวางจำหน่ายภายใน ECOTOPIA เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม
สร้างระบบนิเวศสีเขียวและการเติบโตที่สมดุล
สยามพิวรรธน์ ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่สีเขียวในทุกโครงการ โดยมีพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 37,000 ตารางเมตร พร้อมสร้าง “Green Community” ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยการดูดซับคาร์บอน ลดความร้อนในเขตเมือง และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับเมือง
รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมไมซ์ โดย พารากอน ฮอลล์ และ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ได้รับการรับรองเป็นสถานที่จัดงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Venue) แห่งแรกในประเทศไทย จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
สยามพิวรรธน์ มุ่งมั่นที่จะเป็น "ต้นแบบรีเทลแห่งอนาคต” ที่สร้างการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนตามข้อตกลงปารีสอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมและโลก!

