“Trust No One ล่าราชาคริปโต” สะท้อนความเสี่ยงออนไลน์ หากขาดกำกับดูแลไม่ดี

ในการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำให้คนเข้าไปชมภาพยนตร์สารคดีของ Netflix ที่ชื่อ “Trust No One ล่าราชาคริปโต” เพื่อให้คนเข้าใจเศรษฐกิจดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
สารคดี Trust No One สร้างจากเรื่องจริงซึ่งเป็นกรณีการฉ้อโกงเงินของ บริษัท Quadriga ทำธุรกิจรับแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี ในประเทศแคนาดา โดยล้มละลายและปิดตัวในปี 2019 บริษัทนี้ตั้งขึ้นในปลายปี 2013 โดย Gerald Cotten คนหนุ่มวัยเพียง 25 ปี ที่จบจากสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยยอร์ค ที่เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา
ในช่วงเริ่มต้นจัดตั้งบริษัท Quadriga ราคาบิตคอยน์มีมูลค่าเพียง 300 ดอลลาร์ และการแลกเปลี่ยนในปี 2014 มีเพียง 6 ล้านดอลลาร์ แต่ในระยะหลังราคาของบิตคอยน์มีมูลค่าสูงจนพุ่งขึ้นไปถึง 20,000 ดอลลาร์ในปี 2017 ทำให้คนนิยมที่จะซื้อขาย คริปโทเคอร์เรนซี มากขึ้น จึงทำให้บริษัทมีมูลค่าเงินในการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์
แต่เนื่องจากบริษัททำงานบนโลกออนไลน์มีพนักงานไม่กี่คน และวิธีการการทำงานหลายอย่างไม่มีความชัดเจน และไม่ใช่บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จึงทำให้มีขาดการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกที่ดี เช่น การไม่นำเงินของลูกค้าที่มาฝากเพื่อการแลกเปลี่ยนไว้ในธนาคาร แต่ Gerald Cotten กลับให้สัมภาษณ์ว่า เขาเลือกที่จะฝากไว้ในกระเป๋าเงินกระดาษ (Paper wallet) ที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยที่ปลอดภัย หรือแม้แต่การถอนเงินสดของลูกค้า ทางบริษัทก็ไม่ได้ใช้ช่องทางการโอนเงินของธนาคารแบบปกติทางออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่กลับให้ลูกค้าไปรับเงินจากอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งบางครั้งก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ประจำการ หรือไม่มีเงินสดพอให้ถอนได้
ในช่วงที่มูลค่าของบิตคอยน์ราคาเพิ่มขึ้นบริษัทไม่ได้มีปัญหาในการดำเนินการใดๆ เรียกกันว่าเป็นขาขึ้น ลูกค้าเต็มใจที่จะลงทุนมาแลกเปลี่ยน คริปโทเคอร์เรนซี ทำให้มีจำนวนมูลค่าและลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องใดๆ ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว แต่พอช่วงปี 2018 ราคาบิตคอยน์ตกลงไปอย่างมากจนเหลือเพียง 3,200 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2019 สิ่งที่ลูกค้าเริ่มพบปัญหาคือ ความล่าช้าของการถอนเงินสดออก และบางรายก็ไม่ได้รับเงินคืน
สุดท้ายมีข่าวออกมาว่า Gerald Cotten ได้เสียชีวิตอย่างกระทันที่ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2018 ด้วยวัยเพียง 30 ปี ซึ่งหากเป็นบริษัททั่วไปที่มีธรรมาภิบาลการจัดการที่ดี การเสียชีวิตของผู้บริหารสูงสุดก็อาจไม่ได้มีผลกระทบต่อการทำธุรกรรมการเงินมากนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัท Quadriga กลายเป็นว่ามีการเก็บ คริปโทเคอร์เรนซี ของลูกค้ากว่า 115,000 ราย อยู่ใน Cold Wallet แบบออฟไลน์ ซึ่งไม่มีคนอื่นในบริษัททราบรหัสผ่านนอกจาก Gerald ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถถอนออกมาได้
การดำเนินงานของบริษัทยังมีปัญหาในเรื่องต่างๆ อีกมากเมื่อเริ่มถูกตรวจสอบ ดังเช่น ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอย่าง Michael Patryn เคยถูกจำคุกในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 18 เดือน จากข้อหาการลักขโมย หรือแม้กระทั่งเงินที่ลูกค้าฝากไว้ก็ไม่แน่ใจว่าเก็บอยู่ที่ใด หรือเอาไปลงทุนด้านใดบ้าง
บทเรียนในกรณีของบริษัท Quadriga อาจไม่ใช่เรื่องปัญหาการแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี หรือเรื่องการฉ้อโกงจากการออกเหรียญดิจิทัล แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ เรามักจะบอกว่าโลกดิจิทัลคือโลกเสรี ใครก็สามารถมาทำธุรกรรมออนไลน์ได้ และเรามักจะเชื่อกันว่า โลกธุรกรรมทางการเงินกำลังเปลี่ยนไป ต่อไปอาจไม่ต้องมีคนกลาง ไม่ต้องมีการกำกับดูแล
แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ เมื่อขาดการกำกับที่ดี ผู้ใช้บริการก็มีความเสี่ยงเพราะขาดผู้ตรวจสอบจากภายนอก ขาดการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ดี ซึ่งการทำธุรกรรมในโลกดิจิทัลยิ่งทำให้เราสามารถจะซื้อขายจากใครก็ได้โดยไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา วิธีการดำเนินงานขององค์กรก็ยิ่งจะทำให้เกิดการฉ้อโกงได้ง่ายขึ้น
ส่วนผมเคยมีบทเรียนในการแลกเปลี่ยน คริปโทเคอร์เรนซี ในช่วงปี 2016 ที่ได้ทำกับบริษัทในไทยรายหนึ่งผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่เคยเข้าไปติดต่อที่ตั้งสำนักงานของเขาและไม่รู้ด้วยว่าอยู่ที่ใด รวมทั้งไม่มีข้อมูลรายชื่อของผู้ดำเนินการใดๆ ทั้งนี้เพราะการซื้อขายและยืนยันตัวตนทุกอย่างผ่านออนไลน์ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกปิดตัวไปแบบกระทันหัน ทำให้บางคนถอนเงินกลับออกมาไม่ทัน และไม่ทราบว่าจะไปติดตามต่อได้อย่างไร
ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักหากจะเข้าไปในโลกออกไลน์ โดยเฉพาะโลกของคริปโทเคอร์เรนซี เราจำเป็นจะต้องตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจน หากเว็บที่จะทำธุรกรรมด้วยไม่ว่าจะเป็นเว็บในไทยหรือต่างประเทศควรเป็นบริษัทที่อยู่ในกำกับขององค์กรที่สามารถตรวจสอบได้ หรือมีผู้ตรวจสอบที่มีความเป็นกลาง ก็จะทำให้เรามั่นใจมากขึ้นไปในระดับหนึ่ง อย่าเพียงแค่เข้าไปลงทุน หรือทำธุรกรรมในโลกออกไลน์ตามกระแสโดยไม่ศึกษาหรือทำความเข้าใจอย่างท่องแท้




