เฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ลงทุนกองทุนไหนดี

เฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ลงทุนกองทุนไหนดี

ตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2022 เผชิญกับแรงกดดันมากมาย ทั้งเงินเฟ้อสหรัฐ ที่เพิ่มสูงขึ้น FED มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 0.25% และอาจจะขึ้นอีก 6 ครั้งในปีนี้เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย 2% และการดึงสภาพคล่องออกจากระบบ (Qualitative Tightening)

รวมถึงรัสเซียบุกยึดยูเครน ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาราว 10-15% และเริ่มรีบาวด์ขึ้นหลังสงครามไม่ขยายวงไปในยุโรปประเทศอื่น และมีแนวโน้มจะจบลงในไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยซื้อสะสมเพื่อการลงทุนในระยะยาว

ปกติการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะกระทบต่อหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่ Valuation ค่อนข้างแพง และบางบริษัทยังไม่มีกำไรสุทธิ ขณะที่หุ้นกลุ่มคุณค่า (Value Stock) จะทำผลตอบแทนได้ดีกว่า ซึ่งกองทุนออกใหม่ (IPO) ในช่วงต้นปี 2022 ที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ

กองทุนเปิด วรรณ เมดิคอล เทคโนโลยี (ONE-MEDTECH)

  ลงทุนในกองทุนหลัก iShares U.S. Medical Devices ETF ซึ่งมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัด Dow Jones U.S. Select Medical Equipment Index ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Equipment Sector) ของตลาดหุ้นสหรัฐ

อุตสาหกรรม Healthcare จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

1. Pharmaceutical กลุ่มยารักษาโรค ผู้ผลิตยารักษาโรค ทั้งรูปแบบยาเม็ด ยาฉีด การฉายรังสี

2. Biotechnology กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ ผู้ผลิตวัคซีน การรักษาแบบตัดต่อพันธุกรรม

3. Medical Service กลุ่มบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล การบริการด้านสุขภาพ และประกันสุขภาพ

4. Medical Equipment กลุ่มเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์

กองทุนนี้จะเป็นการลงทุนในกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องเอ็กเรย์ เครื่อง MRI เครื่องให้ออกซิเจน เครื่องมือตรวจวิเคราะห์เลือด โรงมะเร็ง โรคพันธุกรรม ที่ใช้ในแลปของโรงพยาบาล อุปกรณ์ช่วยผ่าตัด รวมถึงอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้กัน เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจเบาหวาน หลอดฉีดยา

โดยความต้องการด้านอุปกรณ์การแพทย์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ตามอายุการใช้งาน การมีเทคโลโลยีใหม่ๆ และการเข้าสู่ยุคประชากรสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น ความต้องการการรักษาพยาบาลมากขึ้น เรียกว่าได้เติบโตแบบ Organic growth

ไม่ได้หวือหวาแบบกลุ่มไบโอเทคโนโลยีหรือกลุ่มยา ที่ต้องใช้เงินในการวิจัยและพัฒนาที่สูง โอกาสความสำเร็จมีน้อย แต่หากสำเร็จก็สามารถทำรายได้ได้อย่างมหาศาล เช่น วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หรือยารักษามะเร็ง เป็นต้น

หุ้น 5 อันดับแรกของกองทุนประกอบด้วย

1. Thermo fisher scientific ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้าน Life Sciences เช่น เครื่องตัดต่อพันธุกรรม, Real-time PCR, Electron Microscopy

2. Abbott Laboratories ผู้นำด้านอุปกรณ์การแพทย์ โดดเด่นในด้านอุปกรณ์รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น PFO Occluder, Tricuspid heart valve repair device รวมถึงอาหารเสริมและยาในแบรนด์ Ensure

3. Medtronic PLC ผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยสนับสนุนการผ่าตัดและอุปกรณ์วัดการทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มต่างๆ

4. Becton Dickinson ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ที่ครอบคลุมแทบทุกสาขาของการเจ็บป่วย และปัจจุบันเป็นผู้ผลิตกระบอกและเข็มฉีดชารายใหญ่ที่สุดของโลก

5. Edwards Lifesciences corp ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านโรคหัวใจและการไหลเวียนของเลือด เชี่ยวชาญด้านลิ้นหัวใจเทียมและเครื่องวัดการไหลเวียนของเลือด

กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อินโนเวชั่น เอคควิตี้ ฟันด์ (ABINNO)

ลงทุนกองทุนหลัก Aberdeen Standard SICAV I - Global Innovation Equities Fund (กองทุนหลัก) มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาว จากบริษัทที่มีนวัตกรรมและ/หรือที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมในทุกรูปแบบทั่วโลก

       ปัจจุบันนี้นวัตกรรมไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านไอทีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปหลายหลากอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า การแพทย์ FinTech Virtual life รวมถึงรองเท้าวิ่งที่ช่วยให้วิ่งได้เร็วขึ้น โดยผู้จัดการกองทุนจะเฟ้นหาผู้ชนะที่ได้ประโยชน์จากนวัตกรรม

จากหลากหลายธีมการลงทุนและหลากหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก และหุ้นทุกขนาด ทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตไม่ใช่กับอดีต โดยปัจจุบันกองทุนมีการลงทุนในหุ้นสหรัฐ 39%, อิสราเอล 10%, เยอรมัน 9%, เนเธอร์แลนด์ 6% และประเทศอื่นๆ

     หุ้น 5 อันดับแรกของกองทุนประกอบด้วย

1. Komit Digital ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมดิจิทัล ที่ใช้นวัตกรรมช่วยให้การพิมพ์สิ่งทอมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เกิดของเสียและมลพิษน้อยลง โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. Keyence บริษัทผู้ผลิตเซนเซอร์ และเครื่องมือวัดชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะนวัตกรรมเซนเซอร์ระบบอัตโนมัติที่ใช้ในโรงงาน และเครื่องมือวัดสินค้าอุตสหกรรมที่มีความละเอียดสูง

3. Taiwan Semiconductor ผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำระดับโลก ที่ใช้ในสมาร์โฟน การ์ดจอ คอมพิวเตอร์ ระบบปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค

4. Adyen บริษัทผู้พัฒนาระบบรับชำระเงิน ที่มีวิธีชำระเงินออนไลน์มากกว่า 200 รูปแบบ ตามแต่ละท้องถิ่น ครอบคลุมมากกว่า 150 สกุลเงิน

5. Tencent บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีน ที่มีรายได้จากแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ค อีคอมเมิร์ส เกมส์ออนไลน์ และระบบชำระเงินที่โดดเด่น

     ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุนครับ