วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมตาเวอร์ส จะเป็นดิสรัปชันได้จริงหรือ

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้เปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊คเป็น เมตา (Meta) และประกาศวิชั่นเข้าสู่โลกของเมตาเวอร์ส (Metaverse) อย่างเต็มตัวโดยอาศัยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (VR) และความเป็นจริงเสริม (AR) เพื่อพัฒนาเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) แบบโลกเสมือนจริง

ความแตกต่างที่สำคัญจาก Social Network ในยุคปัจจุบันคือการอาศัยเทคโนโลยี VR และ AR ในการสร้างประสบการณ์ของโลกเสมือนจริงและเครื่องมือที่สำคัญที่สุดก็คือแว่น VR และ AR ซึ่งก่อนหน้านี้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้เข้าซื้อกิจการโอคูลัส (Oculus) ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีของแว่น VR และสินค้ารุ่นปัจจุบันก็คือโอคูลัสเควสต์​ 2 (Oculus Quest 2)

ถึงแม้เมตาเวอร์สจะเป็นวิชั่นอันยิ่งใหญ่แต่สำหรับผู้ที่เคยใช้แว่นVRในรุ่นปัจจุบันย่อมต้องทราบถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่จำเป็นจะต้องก้าวข้ามหากเมตาเวอร์สจะประสบผลสำเร็จอย่างกว้างไกล อาทิเช่น

ข้อจำกัดของแว่นVR

แว่น VR ยังคงมีความชัดของจอภาพและอัตราการรีเฟรชที่ห่างไกลกับที่ระบบประสาทของมนุษย์อาจมีความคาดหวังเพื่อที่จะมีประสบการณ์ที่ดีและสามารถสวมใส่แว่น VR ได้เป็นเวลานานก่อนที่จะเกิดอาการปวดตาหรือวิงเวียนศรีษะซึ่งแตกต่างกับจอภาพของคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนที่มนุษย์จะสามารถใช้งานได้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

นอกจากนี้แว่น VR ยังคงมีน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมกับการสวมใส่เป็นเวลานานและมีการใช้งานแบตเตอรี่ยังคงมีข้อจำกัดของเวลา

ข้อจำกัดของการควบคุม

คอนโทรลเลอร์ของ VR ในปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์และยังคงห่างไกลจากความสามารถที่จะควบคุมได้ทุกอย่างหรือแม้กระทั่งการทดแทนอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างเช่นเมาส์และคียบอร์ดและไม่ต้องคิดถึงการที่จะสามารถทดแทนระบบสัมผัสหน้าจอแบบสมาร์ทโฟนหรือแทบเบล็ต

อีกประการหนึ่งคอนโทรลเลอร์ในยุคปัจจุบันยังไม่สามารถจำลองการเดินหรือการเคลื่อนที่ไปมาอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถนำไปสู่การเวียนศรีษะที่อาจรุนแรงมากกว่าการเมารถเมาเรือเมื่อประสาทหลังหูที่มีหน้าที่ในการทรงตัวเกิดการสับสน

แต่หากการใช้งานของ Metaverse จะเป็นการยืนอยู่กับที่หรือนั่งอยู่กับที่ก็จะไม่พบกับปัญหานี้แต่เมื่อต้องลุกขึ้นเดินหรือเคลื่อนที่ก็จะได้รู้ซึ้งถึงการเวียนศรีษะที่ไม่ได้อยู่ในการโฆษณา

ที่กล่าวมา คือ ประสบการณ์จริงของการใช้งานเทคโนโลยี VR ในยุคปัจจุบันจึงต้องคอยติดตามดูถึงความสามารถของ Meta ในการก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ด้วยการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาซึ่งไม่มีอะไรที่จะเป็นไปไม่ได้เพราะ Meta ก็เป็นผู้ที่เพรียบพร้อมไปด้วยทรัพยากร

ความสำเร็จของวิชั่นอันใหญ่ใหญ่อย่างเช่น Metaverse จึงอยู่ที่การดำเนินการ (Execution) ซึ่งก็มีปัจจัยอีกหลายอย่างนอกเหนือจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีและ Meta ก็ไม่ใช่รายแลกที่ริเริ่มที่เริ่มค้นคว้าในวิชั่นนี้เพราะก่อนหน้านี้กูเกิลก็ยังเคยทดลองกูเกิลกลาสก่อนที่จะได้ยกเลิกไปและเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในปัจจุบันก็ได้ผ่านการ Execution มาหลายครั้งก่อนที่จะมาสู่ยุคของไอโฟนได้ทำได้เกิดการดิสรัปชั่นอย่างแท้จริง

สรุปคือ Metaverse คงต้องมาอย่างแน่นอนแต่ต้องรอดูว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการ Execution ได้จนประสบความสำเร็จ