background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

2021... ได้เวลา ‘เงินสกุลดิจิตอล CBDC’

2021... ได้เวลา ‘เงินสกุลดิจิตอล CBDC’

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ BIS แสดงความเห็นถึงทิศทางเงินสกุลดิจิตอลของธนาคารกลาง CBDC ว่าถึงตรงนี้ น่าจะเป็นเวลาของ ‘เงินสกุลดิจิตอลธนาคารกลาง CBDC

Bank for International Settlement หรือ BIS ระบุอีกว่า เวลาของ ‘เงินสกุลดิจิตอลธนาคารกลาง CBDC ค่อยๆจะมาแทนที่ระบบการเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงมองระบบการเงินของโลกว่าควรเป็นไปในรูปแบบคู่ขนาน ระหว่างภาคธนาคารกลางที่จะมีระบบเงินดิจิตอล ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยสกุลเงินเพื่อใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างกัน สภาพคล่อง และให้ความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ กับภาคเอกชนที่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเฉลียวฉลาดในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

 BIS ได้ย้ำว่า CBDC จะไม่ไปทำหน้าที่แทนแบงก์พาณิชย์ ด้วยการจำกัดปริมาณการใช้งานต่อสัดส่วนธุรกรรมการเงินทั้งหมดให้ต่ำมาก เหมือนกับที่เงินสดได้ทำหน้าที่อยู่ในปริมาณอย่างจำกัดในตอนนี้

 ทั้งนี้ ข้อพิจารณาเกี่ยวกับ CBDC ที่ถือว่ามีความสำคัญและอัพเดตล่าสุด มีอยู่ 3 ประการ ดังนี้

 1.ยกระดับการแข่งขันและการเข้าถึงแหล่งเงิน (Financial Inclusion) ในยุคที่เราเรียกกันว่าเป็นยุคทองทางด้านการเงิน ไม่น่าเชื่อว่า โดยแท้จริงแล้ว ในภูมิภาคยุโรป ต้นทุนของธุรกรรมด้านบัตรเครดิตต่อหนึ่งรายการสูงกว่าการใช้เงินสดถึง 25 ยูโร รวมถึงแม้แต่ในประเทศพัฒนาแล้ว มีจำนวนประชาชนอยู่ในสัดส่วนไม่น้อยยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้บริการเงินฝากธนาคาร บัตรเดบิต และบัตรเครดิต 

นั่นหมายความว่าสถาบันการเงินทั้ง Bank และ Non-Bank ในปัจจุบัน แม้ว่าจะสามารถมีการผูกขาดที่จะเข้าถึงแหล่งข้อมูลของประชาชนทั่วไปแบบที่ธุรกิจหรือหน่วยงานอื่นสามารถเข้าถึงไม่ได้หรือได้ไม่เท่า ทว่ายังนำข้อมูลมากมายดังกล่าวไปต่อยอดเป็น Information Silo แทนที่จะนำไปใช้ปรับปรุงเพื่อให้ประสิทธิภาพการเข้าถึงการใช้เงินของประชาชนสูงขึ้น 

ด้วยเหตุนี้ ความเห็นของ BIS จึงมองไปที่การพัฒนาการใช้ข้อมูลให้เป็นลักษณะโครงสร้างแบบเปิด (Open Marketplace) ด้วยการกำกับการใช้ข้อมูลแบบที่ผู้ใช้ในหน่วยงานต่างๆสามารถเข้าถึงได้แบบมีระบบที่รัดกุม  โดยการใช้มาตรฐานทางเทคนิคอย่างเช่น Application Programming Interface (API) เพื่อให้ฟอร์แมตของข้อมูลเป็นหนึ่งเดียวในการสามารถใช้งานและเข้าถึงข้อมูลร่วมกัน สำหรับระหว่างบรรดาผู้ให้บริการเจ้าต่างๆ 

162513434863

สัดส่วนของประชาชนที่ยังไม่เข้าถึงบริการทางการเงินเบื้องต้นของประเทศพัฒนาแล้ว

ทั้งนี้ API ล่าสุด ได้แก่ retail fast payment system (FPS) ที่ไม่ได้ใช้ CBDC ทว่าเป็นจุดที่เชื่อมต่อจาก CBDC ทำให้การพัฒนาไปได้ไกลขึ้น เพื่อที่ระบบโครงสร้างแบบเปิดสามารถทำได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการต่ำลง การเขาถึงประชาชนทำได้มากขึ้น และ สร้างนวัตกรรมที่ไปไกลยิ่งขึ้นอีก ทั้งนี้ CBDC จะไปลดต้นทุนของบริการทางการเงิน อย่างบัตรเดบิตและบัตรเครดิต ที่ยังสูงอยู่ดังกล่าวข้างต้น ให้ลดต่ำลง

 นอกจากนี้ การให้ข้อมูลส่วนตัวต่อสถาบันการเงินในการนำไปสร้างบริการทางการเงิน ถือเป็นสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป จากการสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ค ที่แสดงว่าประชาชนให้ความเชื่อถือต่อสถาบันกาารเงินสูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นอันมาก ในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับหน่วยงานภายนอก 

2.ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของผู้ใช้บริการทางการเงิน โจทย์ข้อต่อไปสำหรับ CBDC คือจะเลือกให้เงินดิจิตอลของธนาคารกลางในรูปแบบที่ทางการสามารถล่วงรู้ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนผู้ใช้เงิน (Account-Based Retail CBDC) หรือไม่ให้รู้ข้อมูลส่วนตัวของประชาชน (Token-Based Retail CBDC) โดยประเด็นนี้ ได้เป็นที่ถกเถียงกันมาสักพักใหญ่แล้ว ทว่ามา ณ วันนี้ ทางการได้ฟันธงเลือกให้เลยว่าให้แบบทางการสามารถล่วงรู้ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนผู้ใช้เงิน (Account-Based Retail CBDC) เนื่องจากมองว่าเป็นประโยชน์ในการใช้ข้อมูลต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจ

162513424621

ภาพแสดงหลักการ Jigsaw Puzzle Principle

ทว่าสามารถป้องกันไม่ให้มีคนที่ไม่หวังดี นำข้อมูลของประชาชนไปใช้ในทางที่ไม่ดี ด้วยหลักการ Jigsaw Puzzle Principle (ดังรูป) หรือการให้ข้อมูลประชาชนต่อหน่วยงานต่างๆ เพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้ผู้ไม่หวังดีไม่สามารถนำไปใช้ยืนยันตัวตน ใครได้เลย หรือแม้แต่ธนาคารกางองก็ยังไม่สามารถล่วงรู้ข้อมูลของประชาชน ได้อย่างสมบูรณ์พอที่จะใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆที่ไม่เหมาะสมได้ โดยที่หมายเลขอ้างอิงทางดิจิตอลของประชาชน (Digital ID) แนะนำให้ใช้แบบที่เป็นส่วนผสมของแบบส่วนตัว หรือ Private Digital ID กับแบบที่เป็นหมายเลขที่ออกโดยรัฐบาลหรือ Government Digital ID  เพื่อความคล่องตัวทว่ามีความปลอดภัยในระดับที่เชื่อใจได้

3.โครงสร้างของ CBDC กับระบบการเงิน ซึ่งทาง BIS มองว่าธนาคารกลางไม่ควรที่จะไปทำธุรกรรมถึงประชาชนรายย่อยทุกๆราย เนื่องจากถือเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ และก่อให้เกิดขนาดของฐานข้อมูลที่ใหญ่เกินจำเป็น จนอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อฐานข้อมูล โดยแนะนำให้เป็นหน้าที่ของสถาบันการเงินที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว แล้วธนาคารกลางค่อยไปเชื่อมระบบฐานข้อมูลด้านดิจิตอลกับแบงก์เหล่านี้อีกต่อหนึ่ง ซึ่งถือเป็นระบบที่เป็นโครงสร้างแบบมีตัวกลาง หรือ intermediate CBDC architecture

ทั้งหมดนี้ ถือเป็นยุคใหม่ของเงินสกุลดิจิตอลของโลก ที่เป็นมากกว่าการซื้อขายสินทรัพย์ ประเภทสกุลคริปโต.

หมายเหตุหนังสือการลงทุนเล่มใหม่ ‘หุ้น Avengers: Infinity Stock’  ว่าด้วยการใช้ข้อมูลและแนวคิดเชิงมหภาคแบบครบทุกมิติในการลงทุน ผลงานหนังสือเล่มที่ 5 ของผู้เขียน วางตลาดที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศแล้ว