background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

The Black Swan Events… ยากจะเห็น แต่จำเป็นต้องวางแผน

The Black Swan Events…  ยากจะเห็น แต่จำเป็นต้องวางแผน

เราคงเคยได้ยินทฤษฎี Black Swan ที่เกิดจากความเชื่อของคนในศตวรรษที่ 16 ว่าไม่มีทางที่หงส์จะมีสีดำ เพราะปกติเราจะเห็นแต่หงส์สีขาว

 จนกระทั่งปี 1697 มีนักสำรวจชาวดัตช์ได้ไปเจอหงส์ดำ (Black Swan) ในทวีปออสเตรเลีย เหตุการณ์นั้นได้สร้างความตกตะลึงและทำลายความเชื่อเดิมไปจนสิ้น

Black Swan ถูกนำมาเปรียบกับเหตุการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก มีผลกระทบรุนแรงแบบคาดไม่ถึงและหาสาเหตุมาอธิบายไม่ได้ในช่วงแรก เช่น เหตุการณ์ 911 หรือวิกฤติ Black Monday 1987 ที่ตลาดหุ้นโลกร่วงลงถึง 22.6% ภายในวันเดียว เป็นเหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอนมากและไม่สามารถใช้ประสบการณ์ในอดีตมาแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดได้

159110352037

มีข้อถกเถียงว่าวิกฤติ COVID-19 เป็น Black Swan Events หรือไม่ Nassim Taleb เจ้าของทฤษฎีชาวสวีเดน ยืนยันว่าไม่ใช่ Black Swan เพราะเรารู้มาก่อนหน้านั้นแล้วว่ามีไวรัสตัวนี้ แต่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไม่มีใครใส่ใจจะใช้งบประมาณในการวิจัย หาวัคซีนมาป้องกันไวรัส

แต่ด้วยเหตุที่ผลกระทบจาก COVID-19 รุนแรงมากและมีผลกับวิถีชีวิตของมนุษย์แบบที่ไม่เคยพบมาก่อน จึงถือว่าเหตุการณ์นี้เป็น outlier ผิดปกติ และเกือบเหมือนมหันตภัย เหมือนลูกระเบิดลูกใหญ่ ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักระบาดวิทยาเชื่อว่าไทยจะมีการระบาดระลอกที่ 2 ตามมาหลังจากมีการปลดล็อกดาวน์ ทยอยกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ไวรัสก็จะกลับมาระบาดอีก ดังนั้นลูกระเบิดลูกถัดไปจะกลับมาได้อีก จนกว่าจะมีการคิดค้นไวรัสมาป้องกันโรค ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 18 เดือนข้างหน้า และถึงเวลานั้นประชากรสามารถสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสในตนเองได้เหมือนการเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ A หรือ B

ผู้มีประสบการณ์หลายท่านกล่าวว่าภัยจาก COVID-19 รุนแรงมากกว่าวิกฤติครั้งไหนๆ ในอดีตที่ผ่านมา เพราะมีความไม่แน่นอนมากมาย จนเกิดเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ New Normal

คำถามสำคัญที่เราต้องถามตัวเองว่า วางแผนชีวิตรับวิกฤติในวันข้างหน้าไว้ขนาดไหน ผู้บริหารองค์กรต้องถามตัวเองว่าองค์กรของเรามีความสามารถในการวางแผนรองรับความเสี่ยงแบบรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นขนาดไหน

เราคาดการณ์สถานการณ์ความเสี่ยงในแต่ละรูปแบบอย่างไร เช่น สถานการณ์ที่ระบบเศรษฐกิจจะเป็น V Shape กลับมาเหมือนเดิมได้เร็ว หรือกรณีถ้าวิกฤติลากยาวไปถึงไตรมาส 3 หรือกรณีแย่ที่สุด เกิดการระบาดระลอก 2 ตามมาซึ่งน่าจะรุนแรงขึ้น ผู้บริหารมีกลยุทธ์แผนงานอย่างไร และวางแผนปฏิบัติการแบบไหนในแต่ละสถานการณ์

  • มีสัญญาณอะไรที่เตือนบอกเราก่อนเกิดได้ เป็น early signals
  • เราจะแก้ไขฟื้นฟูหารายได้กลับมาได้อย่างไร
  • ผลกระทบทางการเงินมีมูลค่าเท่าไร
  • โอกาสในการเกิดมีกี่เปอร์เซ็นต์

ผู้บริหารมักเคยชินกับการวางแผนงานระยะยาว 3-5 ปี แต่ในภาวะวิกฤติเราไม่คุ้นเคยกับการวางแผนงานระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติในอีก 30-90-180 วันข้างหน้า เพื่อความอยู่รอดและเตรียมองค์กรให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ร้ายๆ

ผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนอนาคตในระยะสั้นสำหรับวิกฤติอันใกล้นี้ ตั้งสมมติฐานในด้านต่างๆ ทำความเข้าใจกับทีมงานในแนวทางปฏิบัติ คุยกันและเตรียมแผนงานในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด หายุทธศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับองค์กร และร่วมกันลงมือปฏิบัติ

พนักงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะ young generation ที่ยังไม่เคยเจอวิกฤติในอดีตที่ผ่านมา ดูจะไม่ตื่นตระหนกเรื่องอนาคตมากเท่าไรนัก อาจมีความกังวลเรื่องการตกงานในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำอยู่บ้าง การอยู่รอดในองค์กรในอนาคตคือการปรับเปลี่ยนตนเอง พัฒนาทักษะ reskill, upskill และมีความยืดหยุ่นในการทำงานในหลายๆ หน้าที่

TDRI ได้ทำการศึกษาผลกระทบจากการ work from home ผลการศึกษาพบว่าการทำงานที่บ้านมีผลดีทั้งต่อองค์กร พนักงาน ทั้งด้านค่าใช้จ่ายโดยตรงที่ลดลงเวลาที่ประหยัดได้จากการเดินทางและประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยประโยชน์ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดตกอยู่กับพนักงานในรูปของเวลาในการเดินทางที่ประหยัดได้ซึ่งทำให้พนักงานมีเวลาทำกิจกรรมที่ต้องการเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

SCB ได้ทำแบบสอบถามพนักงานถึงการทำงานจากที่ไหนก็ได้ “work from anywhere” 70-80% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับการทำงานที่ไหนก็ได้ ว่ามีประสิทธิภาพตามความคาดหวังของหัวหน้า และชอบรูปแบบการทำงาน work from anywhere เรื่องที่สำคัญมากสำหรับพนักงานคือสามารถติดต่อหรือขอคำแนะนำจากหัวหน้างานได้ตลอดเวลาด้วยคำถามทำนองเดียวกันใช้สอบถามบุคคลภายนอก เราพบว่ามากกว่า 80% ของผู้ตอบคำถามชอบ work from home มากกว่าการเข้า office

Work from home ทำให้พนักงานรู้สึกว่าสามารถมี work life balance และมีความสุขขึ้น แต่เรื่องท้าทายของพนักงานคือจะจัดสรรตารางในแต่ละวันอย่างไร ที่แบ่งเวลางานออกจากเวลาส่วนตัวและครอบครัว เพื่อทำให้ work from anywhere เกิดขึ้นได้ด้วยความเชื่อใจและมีประสิทธิภาพ

ผู้บริหารต้องสร้างวัฒนธรรมการทำงาน ที่ให้อำนาจในการตัดสินใจ มีอุปกรณ์ เครื่องมือเทคโนโลยีมาลดขั้นตอนการทำงาน มีระบบควบคุมให้เกิดความมั่นใจ และไว้วางใจในการมอบหมายงาน

COVID-19 ทำให้เราสามารถเปลี่ยนวิถีการทำงานให้ยืดหยุ่นได้อย่างง่ายดาย และมีการปรับตัวเรียนรู้เรื่อง Digital ได้รวดเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

การระบาดของ COVID-19 เพิ่งเริ่มมา 4-5 เดือน หนทางต่อสู้ยังอีกยาวไกล พนักงานต้องเตรียมตัวเตรียมใจ ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมทักษะ และพร้อมจะร่วมมือร่วมใจฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปพร้อมกับองค์กร